กำลังซื้อฝืดฉุดตลาดมือถือ ไอโฟนใหม่แผ่วโหมผ่อน0%

กำลังซื้อซบตลาดมือถือหดตัว ไอโฟนใหม่ไม่เปรี้ยง แห่ซื้อรุ่นเก่าที่ลดราคาแทน "หัวเว่ย" ยังปั๊มยอดขายได้สวย "ซัมซุง" ไฮเอนด์ยังทรง ๆ สินค้าไอทีได้อานิสงส์ "อีสปอร์ต" ดันราคาเพิ่ม ตลาดล่างกำลังซื้อหดชัดเจน อัดโปร  0% ผ่อนเดือนละพันกระตุ้นยอด
          นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท (JMART) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคในกลุ่มสินค้าไอทียัง ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะในต่างจังหวัด อาจเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจ ยังต้องลุ้นในช่วง 2 เดือนสุดท้ายปีนี้ ว่าจะดันให้ยอดขายกับมูลค่าตลาดกลับมาเท่าปีที่แล้วได้หรือไม่ อย่างในส่วนสมาร์ทโฟน ปีนี้คาดว่าตลาดรวมจะมียอดขาย 17 ล้านเครื่อง ลดจาก 18 ล้านเครื่องในปีก่อน ขณะที่ในแง่มูลค่าตลาดคาดว่า จะติดลบ 5%
          ไอโฟนใหม่ไม่เปรี้ยง-ตกรุ่นขายดี
          แต่กำลังซื้อในกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ยังมีอยู่ ภาพรวมยอดขายสินค้ากลุ่มนี้ยังไม่ตก อยู่ในระดับคงที่ แม้ราคาจะสูงถึง 3-5 หมื่นบาท  แต่ "ไอโฟน" รุ่นใหม่ที่ออกมาผลตอบรับไม่ได้ดีเท่าที่คาดไว้ อาจเป็นเพราะไม่มีเทคโนโลยีโดดเด่นพอจะดึงดูด ขณะที่ลูกค้ายังเลือกซื้อรุ่นเก่าที่ลดราคาลงมาราว 4,000 บาทแทน อาจต้องรอกระแสตอนเปิดตัว "แอปเปิลสโตร์" เป็นทางการ 10 พ.ย. นี้
          ส่วนสมาร์ทโฟนที่วางตำแหน่งทางการตลาดในระดับเดียวกับไอโฟนอย่าง "ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 9" ก็ไม่ได้รับการตอบรับดีเท่าที่ควร แต่ "หัวเว่ย เมท 20" มีการตอบรับที่ดี มียอดจองหลักพันเครื่อง
          ไม่มีช้อปช่วยชาติดันโค้งสุดท้าย
          ในส่วนการกระตุ้นยอดขายด้วยโปรโมชั่นผ่อน 0% จะมีงวดให้ยาวสำหรับกลุ่มสินค้าไฮเอนด์เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจ ซื้อง่ายขึ้น แต่อาจไม่ถึง 36 เดือน เพราะไม่ได้ใช้งานสมาร์ทโฟนแต่ละเครื่องยาวนานขนาดนั้น
          ส่วนสินค้าราคาระดับกลางจะเน้นให้มียอดส่งต่องวดราว 1-2 พันบาท
          "ค่อนข้างแน่นอนว่า ปีนี้ไม่มีแคมเปญ "ช้อปช่วยชาติ" จึงคาดการณ์ยากขึ้นอีก ในส่วนของเจ มาร์ทเอง ยอดขายสมาร์ทโฟน ปีนี้คาดว่าทรงตัวที่ 1 ล้านเครื่อง แต่จะดร็อปลงในส่วนของการค้าส่งให้ร้านลูกตู้ที่ปิดตัวไปมาก"
          แบรนด์รุกกลุ่มเครื่องละ 2 หมื่น
          ด้านนายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจี เซลลูล่าร์ เวิลด์ จำกัด เชนสโตร์ "TG Fone" เปิดเผยว่า กำลังซื้อผู้บริโภคค่อนข้างทรงตัวมาระยะหนึ่งแล้ว ด้วยสภาพเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ไม่ใหม่มาก โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ราคาระดับ 3 หมื่นบาทที่ไม่ได้เติบโตมา 2 ปีต่อเนื่องกันแล้ว ส่วนใหญ่ที่ดันให้ตลาดโตได้คือกลุ่มราคาหลักหมื่นบาทต่อเครื่อง ซึ่งจะเห็นว่าแต่ละแบรนด์แข่งกันจัดสเป็กสูงให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า ทั้งยังเริ่มเห็นแต่ละแบรนด์เข้ามาขยายตลาดกลุ่มราคาหลัก 2 หมื่นบาท เนื่องจากยังมีช่องว่าง อีกมาก จากเดิมที่ผู้บริโภคจะสนใจกลุ่มราคาระดับบนและกลางล่างเป็นหลัก
          "ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนอาจทรงตัวต่อเนื่องถึงปีหน้า แบรนด์ต่าง ๆ เริ่มทำตลาดในกลุ่มราคาสูงขึ้น หนี การแข่งขันสูงในกลุ่มราคาหมื่นต้น ๆ และตลาดบนที่อิ่มตัวมานาน ดังนั้นแบรนด์จะเน้นเพิ่มมูลค่าต่อเครื่องแทน เพราะเพิ่มในแง่จำนวนเครื่องไม่ได้ ที่ทำได้ดีตอนนี้คือ หัวเว่ย"
          ภาพที่เห็นในตลาดคือการกระตุ้นตลาดจากการจัดโปรโมชั่นให้ลูกค้าผ่อนชำระค่าสินค้าในระดับไม่กี่พันบาทต่อเดือน กระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แต่อาจไม่ถึงระดับ 0% 36 เดือน ด้วยอายุการใช้งานของสมาร์ทโฟนเอง ที่เฉลี่ยราว 18-24 เดือน
          รอเทคโนโลยีล้ำ ๆ กระตุ้นปีหน้า
          นายสุระ คณิตทวีกุล ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในทำนองเดียวกันว่า กำลังซื้อทั้งปีทรงตัว ยังไม่มีสัญญาณอะไรจะมาส่งเสริม สมาร์ทโฟนที่ขายดีอยู่ในช่วง 7,000-11,000 บาท เดิมเฉลี่ยที่ราคา 7,200 บาท
          "ไอโฟนทั้ง 3 รุ่นที่ออกมาทำตลาดก็ไปได้เรื่อย ๆ ไม่ได้หวือหวา"
          แนวโน้มในปีหน้ามองว่ากำลังซื้อยังทรงตัว ยังไม่เห็นปัจจัยบวกหรือลบชัดเจน ยกเว้นจะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด
          "การเลือกตั้งหรือภาพรวมเศรษฐกิจเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ จึงไม่ได้มองว่าเป็นปัญหา"
          ชี้ผู้บริโภคอั้นกำลังจับจ่าย
          ขณะที่นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการธุรกิจสื่อไอทีและดิจิทัล บมจ.เออาร์ไอพี ผู้จัดงาน "คอมมาร์ต" มหกรรมสินค้าไอที กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมาถือว่าตลาดไอทีดิ่งสุด ผู้บริโภคอั้นกำลังจับจ่ายตั้งแต่ต้นปี แต่เชื่อว่าในไตรมาส 4 นี้จะดีขึ้น ดังนั้นการจัดงานในช่วง 1-4 พ.ย. 2561 คาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท เพิ่มจาก ปีก่อนที่อยู่ราว 2,800 ล้านบาท มีกระแสอีสปอร์ตช่วยหนุน ปีหน้าคาดว่ากำลังซื้อจะยังดี แต่อาจต้องรอดูเรื่องการเลือกตั้งด้วย
          "แบรนด์ไอทีตอนนี้ไม่เน้นแข่ง ราคา แต่แข่งกันที่คุณภาพตามแนวโน้มลูกค้าที่มีกลุ่มอีสปอร์ตเป็นตัวนำ ทำให้สินค้าที่ได้รับความสนใจขยับราคาเฉลี่ย จากราวหมื่นต้น ๆ ไปอยู่ที่เกือบ 4 หมื่นบาท แทน แต่ยังต้องมีโปรโมชั่นผ่อนยาว 24-36 เดือน ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจ ง่ายขึ้น"
          ตลาดล่างหด "กลาง-บน" ยังพอได้
          ด้านนายสมยศ เชาวลิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ไอ.บี.คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที ระบุว่า 9 เดือนแรกปีนี้กำลังซื้อหายไปพอสมควร ตลาดรวมน่าจะโตแค่ 5-6% แต่ในส่วนของกลุ่มกลางถึงบนยังมีกำลังซื้ออยู่ ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบ คาดว่าปีนี้จะยังโตได้ 11-12% แม้ปีที่แล้วจะโตถึง 18% แต่เป็นอานิสงส์จากกระแสบิตคอยน์ ดังนั้นยอดเติบโตปีนี้น่าจะเป็นการเติบโตที่แท้จริงของตลาด ราคาเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อก็สูงขึ้น โดยช่องทางออนไลน์เฉลี่ย 8,800 บาท/บิล จากเดิม 6,400 บาท/บิล ส่วนหน้าร้านเฉลี่ย 40,000 บาท/บิล จากปีที่แล้ว 32,000 บาท/บิล ส่วนโน้ตบุ๊กทั่วไปราคาเฉลี่ย 22,000 บาท
          "แม้เราจะจับกลุ่มกลาง-บน แต่กำลังซื้อกลุ่มล่างไม่ค่อยมี ทำให้เขายังไม่เปลี่ยนเครื่อง นอกจากนี้กระแสบิตคอยน์ที่หายไป ทำให้เราเติบโตได้น้อยลง แต่น่าจะเป็นภาพตลาดจริง ๆ ไม่ใช่กระแส ตอนนี้กลุ่มเกมมิ่งเป็น กลุ่มที่ทำให้ตลาดโต ส่วนการผ่อน 0% จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น ซึ่งบางแบรนด์ยอมซัพพอร์ตดอกเบี้ยของธนาคารแทนลูกค้า เพื่อให้ออกแคมเปญได้ อย่างเจไอบีต้องทำแคมเปญผ่อนเองเพื่อ กระตุ้นให้เกิดการซื้อก็มี"
          เอไอเอสมั่นใจกำลังซื้อยังดี
          นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะ ผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า ด้านภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้บางคนบอกว่า เศรษฐกิจไม่ดี แต่เอไอเอสยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง จึงเชื่อว่ากำลังซื้อในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นจะยังคง ดีอยู่ ทั้งปัจจัยจากการเปิดตัวสมาร์ทโฟน รุ่นใหม่หลายรุ่น เช่น ไอโฟน หัวเว่ย ซึ่งธุรกิจดีไวซ์ของเอไอเอสก็ยังเติบโต ได้ และล่าสุดเอไอเอสได้จับมือเป็น เอ็กซ์คลูซีฟพาร์ตเนอร์กับ "Razer" เปิดตัว สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง "Razer 2" เจาะกลุ่ม ฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงด้วย
          "คนยังมีดีมานด์ที่จะซื้อ สินค้าที่เปิดตัว ทั้งหมดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาก็อยู่ในเกณฑ์ดี อย่างไอโฟนก็มีสินค้าไม่พอ เพียงแต่คนไม่ได้คิดว่าต้องรีบจองในวันแรก"