INTUCHโดนพิษADVANCโบรกเตือนสติปันผลสูง5%

ทันหุ้น- INTUCH เผยงบวูบ 8% ตาม ADVANC หลังเจอพิษแพกเก็จ เน็ตใช้งานไม่จำกัด กดกำไร แต่ โบรกยังเชียร์ซื้อชี้ราคาหุ้นลงมาตอบรับก่อนหน้านี้แล้ว ดันปันผลพุ่งเกิน 5%เชื่อกำไร ADVANC พลิกฟื้นกลับอีก 3 เดือน หลังแพ็คเกจหมดอายุ ขณะที่ลูกค้ายังเติบโตต่อเนื่อง
          บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH รายงานผลประกอบการในไตรมาส 3/2561 กลุ่มอินทัชมีกำไรสุทธิรวม 2,705 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 18% จากไตรมาส 2/2561 เนื่องจากการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจาก กลุ่มเอไอเอส ธุรกิจโทรคมนาคมไร้สายภายในประเทศ
          โดยกลุ่มเอไอเอส มีส่วนแบ่งกำไรในไตรมาส 3 จำนวน 2,738 ล้านบาท ลดลง 8% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนจากค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายในการเป็นพันธมิตรกับทีโอที รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายจากการขยายโครงข่าย 4G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
          ขณะที่รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง ส่วนใหญ่เป็นผลจากการใช้แพ็กเกจแบบใช้งานดาต้าไม่จำกัดที่ความเร็วคงที่ ซึ่งจำกัดการเติบโตรายได้เฉลี่ยของผู้ให้บริการต่อลูกค้าหนึ่งราย (ARPU) ส่วนรายได้จากธุรกิจอื่นของเอไอเอสยังอยู่ในแนวโน้มที่ดี โดยธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพิ่มขึ้นตามจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าการแข่งขันด้านราคาจะทำให้ ARPU ลดลง
          สำหรับส่วนแบ่งรายได้จากกลุ่มไทยคม จำนวน 43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนขายและให้บริการลดลง หลังจากบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ภายใต้สัญญาอนุญาตในช่วงไตรมาส 4/2560 ต้นทุนการบริหารลดลงจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการตลาด แม้ว่ารายได้จากการขายและการให้บริการลดลง ส่วนใหญ่เป็นผลจากการลดลงของราคาขายต่อหน่วยของการให้บริการดาวเทียม ขณะที่รายได้จากการขายของดาวเทียมแบบทั่วไปยังคงลดลง ตามราคาขายต่อหน่วยที่ลดลง แต่อัตราการใช้งานสูงขึ้น
          สำหรับกำไรงวด 9 เดือนของปี 2561 ยังคงเติบโตจากปีที่ผ่านมา 3% อยู่ที่ 9,181 ล้านบาท ตามส่วนแบ่งรายได้จากเอไอเอสจำนวน 9,280 ล้านบาท โดยอินทัชมีรายได้การขายและการให้บริการลดลง 35% มาอยู่ที่ 4,831 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ที่ลดลงของไทยคม โดยอินทัชยังรับรู้ผลขาดทุนจากไฮช็อปปิ้ง และธุรกิจร่วมลงทุนอีเวนต์เล็กน้อย
          ทั้งนี้ประเมินว่าส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนบริษัทร่วม ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก เอไอเอส จะมีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 3.5-4.5% ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 5-7% การเติบโตของอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ชะลอตัวลง และคาดว่าจะมีการย้ายระบบจากเติมเงินมาเป็นรายเดือนอย่างต่อเนื่อง ส่วนประมาณการ EBITDA Margin จะอยู่ที่ 45-47% จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุน
          นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ระบุว่า กำไรของ INTUCH ที่ลดลง 8% นั้น ไม่ได้เซอร์ไพร์ส เพราะเป็นไปตาม ADVANC ที่ประกาศกำไรไตรมาส 3 ออกมาช็อกตลาดก่อน และลดลง  6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการออกแพ็กเกจรายเดือน Fixed Speed การใช้งานไม่จำกัด ซึ่งเป็นการจำกัดกำไร ขณะที่รายได้จากธุรกิจมือถือกลับลดลง 1.1% แม้จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 5.5 แสนราย จากไตรมาสก่อนหน้า
          แต่มองว่าแพ็กเกจที่ดึงกำไรของ ADVANC จะสิ้นสุดในอีก 3 เดือน ซึ่งจะทำให้ปีหน้ากำไรกลับคืนมา ขณะที่การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการก็ไม่ได้สูงมากนัก โดยปัจจุบัน ADVANC ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หันมาเน้นทำการตลาดสร้างภาพลักษณ์ เน้นคุณภาพของการให้บริการที่เหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งนี้มองว่ากำไรของ ADVANC จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเพียงเล็กน้อย
          อย่างไรก็ดีจากราคาหุ้นของ INTUCH ที่ร่วงลงมาแรงแตะที่ 52 บาท ลดลง 2.80% เมื่อการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้อัตราผลตอบเงินปันผลสูงเกิน 5% ซึ่งสำหรับนักลงทุนที่ต้องการปันผลสามารถเข้าลงทุนได้ แม้ว่า ADVANC จะร่วงแรงกว่าที่ระดับ 189 บาท ลดลง 3.82% แต่เมื่อเทียบกับจะเงินปันผลของ INTUCH ยังสูงกว่า ADVANC มาก จึงยังแนะนำ "ซื้อ"INTUCH ในระดับราคานี้เพื่อรับเงินปันผล