เล็งดึง "กสท.-ทีโอที" เข้ากองทุน คาดปีหน้าชัดเจน"ทีเอฟเอฟ"จ่อเพิ่มสินทรัพย์

หุ้นไทยรีบาวด์แรง  ดัชนีบวก 30 จุด  คลายวิตกสงครามการค้า
          กรุงเทพธุรกิจ "ทีเอฟเอฟไอเอฟ" เปิดเทรดวันแรกพุ่ง 3% สคร. เตรียมดันสินทรัพย์เข้ากองทุนเพิ่ม เล็งทางหลวงพิเศษสาย 7 และ 9 พร้อม เล็งดึงสินทรัพย์ "กสท.-ทีโอที" หลังการควบกิจการเข้ากองทุนเพิ่ม คาดชัดเจนปีหน้า ด้าน ตลาดหุ้นไทย รีบาวด์แรง ปิดบวก 30 จุด เหตุนักลงทุนคลายวิตกสงครามการค้า
          หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF)เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรกในวานนี้(31ต.ค.) โดยเปิดการซื้อขายที่ 10.20 บาท สูงกว่าราคาที่เสนอขายให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก(ไอพีโอ) ที่ 10 บาท ก่อนจะปรับตัวมาปิดตลาด ที่ระดับ 10.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 3% มูลค่าการซื้อขาย 2,328.14 ล้านบาท ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายโดยรวมของตลาดหุ้นไทยค่อนข้างสดใส โดยดัชนีปรับขึ้นค่อนข้างแรงและมาปิดตลาดที่ 1,669.09 จุด เพิ่มขึ้น 30.58 จุด หรือ 1.87% มูลค่าการซื้อขาย 54,295 ล้านบาท โดยหุ้นไทยที่รีบาวด์ขึ้นได้แรงหนุนจากนักลงทุนสถาบันในประเทศที่ซื้อสุทธิกว่า 5,274 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนรายย่อย โบรกเกอร์ และ นักลงทุนต่างชาติยังเป็นผู้ขายสุทธิที่ 3,040 ล้านบาท 1,736 ล้านบาท และ 497 ล้านบาท  ตามลำดับ
          นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะตัวแทนภาครัฐ เปิดเผยว่าหลังจากกองทุน TFFIF เข้าลงทุนครั้งแรก ในส่วนแบ่งรายได้ของทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถีแล้ว กองทุนยังเตรียมเข้าลงทุนในสินทรัพย์ของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจอื่นๆเพิ่มเติม โดยมีแผนจะนำรายได้ของทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (กรุงเทพ-บ้านฉาง) และหมายเลข 9 (วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร) ของกรมทางหลวงเข้ากองทุน TFFIF โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งมีอยู่ 2 แนวทาง
          โดยแนวทางแรกคือการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับเงินรายได้และค่าธรรมเนียมในการเก็บค่าผ่านทางของกรมทางหลวงให้สามารถนำส่วนแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งเข้ามา ในกองทุนได้ ซึ่งเบื้องต้นจะเข้าหารือกับกรมทางหลวงในวันที่ 2 พ.ย.นี้ว่าจะแก้หรือ ไม่แก้ ขณะที่แนวทางที่สองคือการจัดตั้ง กองทุนใหม่ในรูปแบบนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อมาทำสัญญาเข้าร่วมลงทุนใน TFFIF ซึ่งมองว่าการจัดตั้งรูปแบบนิติบุคคลเฉพาะกิจจะมีความรวดเร็วกว่าการแก้ไขกฎหมาย โดยเบื้องต้นคาดหวังว่าจะสามารถนำทั้ง 2 เส้นทางเข้ากองทุนได้ ภายในไตรมาส 2/2562
          นอกจากนี้สคร.ยังมีแผนนำสินทรัพย์ใหม่ เข้ากองทุนในรอบที่ 3 โดยอยู่ระหว่างการพิจารณานำสินทรัพย์ซึ่งเป็นโครงข่าย ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เข้ามาระดมทุน ในกองทุน TFFIF ด้วย ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปีหน้า แต่อาจต้องรอให้ทั้ง 2 หน่วยงานควบรวมกิจการกันแล้วเสร็จภายในเดือนก.พ. 2562 ก่อน ถึงจะเริ่มดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้
          "ในช่วงเดือนก.พ.ปีหน้า CAT-TOT จะควบรวมกันและตั้งหน่วยงานใหม่เป็นชื่อ โทรคมนาคมแห่งชาติ หลังจากนั้นเชื่อว่าจะสามารถเอาเข้ากองทุนได้ เพราะทั้งสองมีความต้องการใช้เงินเพื่อลงทุนขยายโครงข่าย อยู่แล้ว รวมถึงเป็นนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่สั่งให้สคร.หาโครงการขนาดใหญ่ของรัฐวิสาหกิจและมีผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมเข้ามา ระดมทุนในกองทุน TFFIF"
          ด้าน นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วย ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า สาเหตุที่ตลาดหุ้น ปรับตัวพุ่งแรงกว่า 30 จุดนั้น เชื่อว่ามาจากแรงหนุนจากปัจจัยในต่างประเทศ หลังตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวเพิ่มขึ้นกันถ้วนหน้า โดยมีแรงหนุนจากข้อพิพาทสงครามการค้าที่ผ่อนคลายลง หลังสหรัฐและจีนเริ่มหาแนวทางการเจรจาก่อนการประชุม G20
          ประกอบกับเม็ดเงินทุนโลกเริ่มมีสัญญาณไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยมายังสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ซึ่งสะท้อนได้จากบอนด์ยิลด์สหรัฐ ที่ปรับตัวลดลง และ ค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่าก็ช่วยให้บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลายความกังวลช่วงสั้น
          ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(1พ.ย.) คาดว่าดัชนีฯจะปรับตัวขึ้นต่อได้ จากโมเมนตั้ม ตลาดที่ยังเป็นบวก โดยมองว่าการปรับตัว เพิ่มขึ้นของตลาดช่วงนี้เป็นการรีบาวน์ทางเทคนิคหลังจากช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านมาตลาดปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมากเกือบทั้งเดือน พร้อมคาดว่าดัชนีฯจะกลับมา สู่ภาวะขาขึ้นอีกครั้งได้ ดัชนีฯต้องยืน เหนือระดับ 1,680 จุดให้ได้ก่อน ถึงจะเห็นภาพการฟื้นตัวของดัชนีฯอีกครั้ง