ดิจิทัลบำบัดจิต

กรุงเทพธุรกิจ
          ประเทศไทยวันนี้ มีคนฆ่าตัวตายเฉลี่ยปีละ 4,000 คนโดยกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือ กลุ่ม วัยรุ่นไทย จำนวน 1 ล้านคนที่เป็นโรค ซึมเศร้า แต่ด้วยความนิยมของโซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้น กลับสร้างโอกาสใหม่ที่คาด ไม่ถึงในการช่วยเหลือบุคคลที่มีความเสี่ยง
          ความช่วยเหลือในรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมนี้ ทำให้คนไทยในหลากหลายกลุ่มอายุ มีแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สามารถหาความช่วยเหลือได้ทันที และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตัวตายไปด้วยในขณะเดียวกัน ตระการ เชนศรี นายกสมาคมสะมาริตันส์ ประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์อาสาสมัครเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย และเป็นหน่วยงานที่ไม่อิงกับศาสนากล่าวว่าที่ผ่านมา การทำงานของสมาคมสะมาริตันส์จะเน้นด้านการเป็นศูนย์ ช่วยเหลือ ผ่านการให้คำแนะนำทางโทรศัพท์
          "แต่เมื่อปี พ.ศ.2559 ที่เราสังเกตว่ากลุ่มวัยรุ่นไทยเลือกที่จะส่งข้อความหรือใช้แอพพลิเคชั่นในการส่งข้อความ แทนการโทรศัพท์หรือขอความช่วยเหลือที่คลินิก ปีเดียวกันนั้นเอง เราจึงเริ่มลองศึกษาการใช้ช่องทางดิจิทัลในการสื่อสาร เพื่อสร้างความมั่นใจว่าคนทุกคนในประเทศสามารถติดต่อเราได้โดยง่าย
          เราได้รับข้อความเฉลี่ย 300 ข้อความต่อเดือน โดย Facebook Messenger เป็นช่องทางหนึ่งที่คนใช้ติดต่อสื่อสารกับสมาคมสะมาริตันส์มากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z เครื่องมือเช่น Messenger เป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถช่วยเหลือผู้ที่ต้องการได้อย่างทันท่วงที ด้วยวิธีที่สะดวก และไม่ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในงานของเรา"
          สมาคมสะมาริตันส์ ประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมีอาสาสมัคร 100 คนที่ให้ความช่วยเหลืออย่างมืออาชีพแก่ผู้คนราว 10,000 คนในแต่ละปี ฮอตไลน์ศูนย์ช่วยเหลือใน ภาษาไทยให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุด  ในช่วงเวลา 12.00-22.00 น. โดยมีแผนที่จะขยายเวลาให้บริการเป็นตลอด 24 ชั่วโมง
          ส่วนฮอตไลน์ในภาษาอังกฤษ เปิดตัวไปเมื่อปี พ.ศ.2551 ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี  พ.ศ.2555 ทางสมาคมเปิดเพจเพื่อใช้ในการเผยแพร่ข่าวสาร ข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับสุขภาพจิต และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการผ่าน Messenger
          การสร้างตัวตนในโซเชียลมีเดียทำให้สมาคมสามารถให้ความช่วยเหลือโดยตรงได้ในวงกว้างขึ้นในสังคมไทย  ซึ่งยังเป็นสังคมที่มองปัญหาสุขภาพจิต ในแง่ลบอยู่มาก คนที่ต้องการความ ช่วยเหลือจึงรู้สึกสบายใจกว่าที่จะ พิมพ์ข้อความ เมื่อเทียบกับการโทรเข้า ศูนย์ช่วยเหลือ
          จากข้อมูลของมูลนิธิเพื่อการป้องกันการฆ่าตัวตายอเมริกัน (American Foundation for Suicide Prevention) เผยว่า คนที่อยากฆ่าตัวตายจะมีความคิดนี้อยู่เพียงหนึ่งชั่วโมง และจำนวนครึ่งหนึ่งของคนเหล่านี้มักตัดสินใจฆ่าตัวตายใน
          ช่วงสิบนาทีสุดท้าย
          ทางนายกคนเดิมได้เสริมว่า ในโลกยุคดิจิทัลความรวดเร็วสำคัญที่สุด โดย แพลตฟอร์มอย่าง Facebook และ Messenger ช่วยให้เข้าถึงคนเหล่านี้ได้มากเท่าที่จะทำได้ และคนไทยส่วนมาก ไม่ค่อยกล้าพูดถึงปัญหาสุขภาพจิต เพราะมองว่าอาการซึมเศร้าหรือความคิดอยากฆ่าตัวตายเป็นสัญญาณของความอ่อนแอ หรือเป็นอาการผิดปกติทางจิตที่ร้ายแรง
          "ความเชื่อนี้ไม่ใช่ความจริงเลย คนส่วนมากที่ฆ่าตัวตาย ทำไปเพราะความสิ้นหวัง ความรู้สึกแปลกแยกจากสังคม และท้อแท้ เราสามารถช่วย ชีวิตคนได้โดยการให้ช่องทางเพื่อระบายความเจ็บปวด และเป็นที่พึ่งทางใจ" โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการสร้างการรับรู้แก่สาธารณะ การเริ่มต้นบทสนทนา และยังถือเป็นก้าวที่สำคัญในการลดแนวความคิดเชิงลบที่มีต่อปัญหาสุขภาพจิตในประเทศไทย
          "เราเปิดตัวแคมเปญวีดิโอบน Facebook เป็น ครั้งแรกในปี พ.ศ.2559  หลังจากการฆ่าตัวตายของ ผู้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง แคมเปญดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว และตั้งแต่ นั้นมาหนึ่งในวีดิโอของแคมเปญมียอด การรับชมมากกว่า1.8ล้านครั้ง และยังคงถูกแชร์อยู่ในปัจจุบัน แทบไม่อยากเชื่อว่าเราสามารถส่งข้อความของเราไปยังผู้คนจำนวนมากมายได้จากแพลตฟอร์มเดียว" เขายอมรับ
          ในปี พ.ศ.2561 สมาคมสะมาริตันส์ได้กลายเป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ Facebook ประเทศไทย โดยมีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาเครื่องมือ ป้องกันการฆ่าตัวตาย โดยพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ และความคิดเห็นจากชุมชน เครื่องมือป้องกันการฆ่าตัวตาย  เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างชุมชนที่ปลอดภัยทั้งภายใน และภายนอกแพลตฟอร์ม อีกทั้งยังช่วยเชื่อมต่อผู้คนที่กำลังเป็นทุกข์กับผู้คนที่สามารถ ช่วยเหลือพวกเขาได้อีกด้วย
          "การไม่ตัดสินผู้อื่นคือกฎที่สำคัญที่สุดอันดับหนึ่งของสมาคมสะมาริตันส์ และอาสาสมัครของเราทุกคนได้ผ่านการฝึกอบรมที่เคร่งครัด เกี่ยวกับเทคนิคใน การรับฟังอย่างตั้งใจและการให้กำลังใจ เราได้ทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา และสังเกตเห็นว่าโดยทั่วไปแล้ว โซเชียลมีเดียทำให้ผู้คนเปิดรับ ความคิดใหม่ๆ และแบ่งปันความรู้สึกของ พวกเขามากขึ้น การร่วมมือครั้งนี้มีบทบาทที่สำคัญต่อพันธกิจของสมาคมสะมาริตันส์ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต โรคซึมเศร้า และการฆ่าตัวตายล้วนเป็นประเด็นที่ ผู้คนควรพูดคุยกันอย่างเปิดเผย และ โซเชียลมีเดียทำให้เราสามารถทำเช่นนั้นได้
          ถ้าหากคุณรู้สึกเศร้า อย่ามองข้าม ความรู้สึกนั้นไป คุณสามารถติดต่อสมาคมสะมาริตันส์ทางโทรศัพท์หรือทาง  Messenger พูดคุยกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวของคุณ และจำเอาไว้เสมอว่าคุณไม่ได้เผชิญปัญหาอยู่เพียงลำพัง" ตระการอธิบาย
          การฆ่าตัวตาย ฟังดูอาจคล้ายกับเป็น เรื่องของตะกอนความรู้สึก หรือเป็นสิ่งที่ตกค้างอยู่ภายในจิตใจ แต่ถึงอย่างนั้น การเอาใจใส่ไม่ว่าจะเป็นการพบปะพูดคุย หรือแม้กระทั่งช่องทางการสื่อสารในโลกดิจิทัลก็สามารถที่จะช่วยเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาความรู้สึก และทำให้ใครบางคนได้มองเห็นคุณค่าในตัวเองขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้
          คงไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์นักกับ การได้ยินว่า มีคนฆ่าตัวตายเพราะ ไม่มีใครเข้าใจเขา

          บรรยายใต้ภาพ 
          ภาพ : pixabay