ส่องธุรกิจยุคดิจิทัลดิสรัปต์ ตีแผ่ความพร้อม-อุปสรรค

กระแสการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล ยังสร้างความตื่นตัวให้องค์กรธุรกิจในไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดรายงานดัชนีชี้วัดการปฏิรูปสู่ดิจิทัลของเดลล์ เทคโนโลยีส์ Dell Technologies Digital Transformation Index (the DT Index) ได้เผยให้เห็นข้อมูลที่น่าสนใจในหลายประเด็น
          "นพดล ปัญญาธิปัตย์" ผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ อีเอ็มซี ประเทศไทย ระบุว่า จากการสำรวจ ผู้บริหารองค์กร 42 ประเทศทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้มีตัวแทนไทยจาก 100 บริษัท ทั้งที่เป็น SMEs และองค์กรขนาดใหญ่ ยังมี 5% ที่ไม่มีแผนงานการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลเลย และก็มีแค่ 7% เท่านั้นที่มีการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลที่อยู่ในระดับเป็นผู้นำ คือ มีทั้งความหลากหลายรูปแบบและถูกปลูกฝังอยู่ใน DNA ธุรกิจแล้ว
          แต่ยังดีที่ 40% ขององค์กรมีการลงทุนและมีแผนงานอย่างจริงจังแล้ว อีก 25% มีแผนและกำลังทำอย่างค่อยเป็น ค่อยไป ส่วนอีก 23% มีเพียงแผนคร่าว ๆ ซึ่งลงทุนไม่มาก
          "มี 45% ขององค์กรที่กังวลว่าในอีก 5 ปี ธุรกิจตนจะหายไปเพราะดิจิทัลดิสรัปชั่น แต่ก็มองว่าเทคโนโลยียังสร้างโอกาสให้กับธุรกิจแบบใหม่เพิ่มเติมได้ ซึ่ง 61% มองว่าควรปรับตัวเองก่อนได้รับผลกระทบ โดย 71% เชื่อว่าองค์กรของตนต้องดิ้นรนอย่างมากเพื่อรับมือ กับพฤติกรรมผู้บริโภคให้ทัน"
          ขณะที่ 96% ของธุรกิจในไทยกำลังเผชิญ กับอุปสรรคในการทรานส์ฟอร์ม โดยเฉพาะ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ รวมถึงวัฒนธรรมองค์กร วิสัยทัศน์ผู้บริหาร
          ส่วนแนวทางแก้ปัญหา 69% มองว่าใช้เทคโนโลยีเร่งผลิตภัณฑ์ให้ออกสู่ตลาด 45% พยายามเสริมให้การทำงานเร็วขึ้นโดยใช้ระบบ agile ในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น 68% สร้างระบบป้องกันภัยและความเป็นส่วนตัว 65% พยายามเพิ่มทักษะให้พนักงานเขียนโค้ดเป็น โดยเฉพาะ ผู้บริหารเพื่อคุยกับนักพัฒนาได้ง่ายขึ้น 52% ต้องแชร์ความรู้ให้เท่ากันทั้งบริษัท ทั้งด้านไอทีและการบริหารงาน
          ขณะที่องค์กรมีการตื่นตัวในการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะด้านซีเคียวริตี้
          "เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นทำให้เกิดธุรกิจใหม่นอกเหนือจากธุรกิจหลักดั้งเดิม ทุกอย่างฉลาดขึ้น เร็วขึ้น เชื่อมต่อกันได้หมด จึงต้องชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ เร่งพัฒนาตัวเอง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างตรงจุด เพราะลูกค้ายุคนี้ต้องการความพิเศษ มีความเฉพาะตัว จะมองแต่กำไร ขาดทุนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้าด้วย"