ดึง200ทุนนอกร่วมบิ๊กอีเวนต์CEBIT ASEAN Thailand 2018

ดีอี ผนึก ก.วิทย์ และภาคเอกชน จัดงาน CEBIT ASEAN Thailand 2018 เชื่อมโยงไทยกับกลุ่มประเทศอาเซียน ตั้งเป้านักลงทุนเข้าร่วมกว่า 300 บริษัททั่วโลก พร้อมเดินหน้านโยบาย 5 ด้านหลัก
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีการร่วมมือกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด และดอชเช่อ เมสเซ่ เอจี ประเทศเยอรมนี เตรียมจัดงาน "CEBIT ASEAN Thailand 2018" เพื่อรวบรวมเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิตอลจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการแสดงนิทรรศการเป็นครั้งแรกของไทย ในวันที่ 18-20 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
          ทั้งนี้งาน "CEBIT ASEAN Thailand 2018" นั้นเป็นการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับกลุ่มประเทศอาเซียน และอาเซียน +6 (ประกอบด้วยกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ รวมกับประเทศที่อยู่นอกอาเซียนอีก 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย) เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจสตาร์ตอัพ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีดิจิตอลระดับโลก สำหรับเป้าหมายของการจัดงาน ในครั้งนี้ คาดว่าจะมีนักลงทุน ผู้จัดแสดงสินค้าจากทั่วโลกกว่า 300 บริษัท รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และผู้นำด้านอุตสาหกรรมกว่า 8,000 ราย ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนเดินทางมาในงานดังกล่าว
          นอกจากนี้ องค์ การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ยังได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Letter of Intent Signing Ceremony & Seminar on Digital Technology) เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรส่งเสริมความร่วมมือ โดยจะนำกลุ่มบริษัทสตาร์ต อัพจากประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการขยายธุรกิจร่วมกับประเทศไทย ภายใต้โครงการ "Jetro Innovation Program : JIP" เข้าร่วมงานนี้ด้วย
          อย่างไรก็ตาม กระทรวง ดิจิทัลฯ ได้มีการขับเคลื่อนประเทศโดยมุ่งเน้นการดำเนินงานใน 5 เรื่องสำคัญ คือ  1. การดำเนินการด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ "เน็ตประชารัฐ" เป็นต้น 2. การพัฒนาคนให้เข้าถึงและรู้เท่าทันการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิตอล 3. การพัฒนาการใช้ประโยชน์ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ เช่น โครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โครงการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิตอล (Digital Park Thailand) และการก่อตั้งสถาบัน Internet of Things (IoT) 4. ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) และ 5.การเดิน หน้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิตอล (Digital Government)
          ตั้งเป้านักลงทุนเข้าร่วมกว่า 300 บริษัททั่วโลก

          บรรยายใต้ภาพ 
          พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์