ไทยจ่อขึ้นชั้นฮับอีคอมเมิร์ซ บิ๊กตู่ปลื้มกทม.จุดหมายเที่ยว

  'กูเกิล-เทมาเส็ก'ชี้ไทยมีแนวโน้ม เป็นศูนย์กลางอีคอมเมิร์ซและ โลจิสติกส์อาเซียน  เผย'อาลีบาบา' ยังเข้ามาลงทุนในไทย
          'บิ๊กตู่'ปลื้มกทม.ปลายทางโลก
          เมื่อวันที่ 29 กันยายน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยินดีที่กรุงเทพมหานครได้รับการโหวตให้เป็นเมืองสุดยอดจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลก จากการสำรวจของมาสเตอร์การ์ด ฉบับที่ 7 ประจำปี 2561 ถือเป็นการครองอันดับ 1 ครั้งที่ 5 ในรอบ 6 ปีนับตั้งแต่ปี 2555 และต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้วโดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาพักแรมในปี 2560 จำนวน 20.05 ล้านคน ระยะเวลาพักแรมโดยเฉลี่ย 4.7 คืน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวัน 173 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,500 บาท นอกจากนี้ ภูเก็ตและพัทยาติดโผเข้ามาอยู่ใน 20 อันดับแรกด้วย โดยอยู่ในลำดับที่ 12 และ 18 ตามลำดับ ภูเก็ตมีจำนวนผู้พักแรม 9.29 ล้านคน ส่วนพัทยามีผู้พักแรม 8.67 ล้านคน
          ชี้ปัจจัยหลักมาจากหน่วยงานรัฐ
          พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า มาสเตอร์การ์ดระบุว่าการที่ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีเมืองน่าเที่ยวถึง 3 แห่งติดอยู่ใน 20 อันดับแรก สะท้อนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่มีเสถียรภาพ การผสมผสานที่ลงตัว ระหว่างการเดินทางมาทำงานและพักผ่อน รวมไปถึงเสน่ห์ของวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และ ค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อื่นๆ ในโลก ยิ่งไปกว่านั้น ความพยายามของหน่วยงานภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาระดับการเติบโตที่เหนือกว่ามาตรฐานของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยรัฐบาลไทยได้ออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ขยายข้อยกเว้นให้กับนักท่องเที่ยวที่พักระยะสั้น ดูแลความปลอดภัย และสร้างความประทับใจ รวมทั้งยังเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกหลายรายการในปีที่ผ่านมา
          "นายกฯ ขอบคุณนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่โหวตให้เมืองต่างๆ ของไทยเป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางที่น่าท่องเที่ยว โดยรัฐบาลยืนยันว่านักท่องเที่ยวคือแขกพิเศษของคนไทย จึงต้องการให้ทุกคนเกิดความประทับใจ มีความสุขตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศไทย และอยากจะกลับมาอีกในอนาคตส่วนคนไทยทุกคนควรมีความภาคภูมิใจในประเทศไทย สร้างสิ่งดีดีให้เกิดขึ้นกับบ้านเมือง เพราะแม้ต่างชาติยังชื่นชมในความดีงามของเรา" พล.ท.สรรเสริญกล่าว
          ไทยจ่อขึ้นแท่นฮับอีคอมเมิร์ซ
          รายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบันอาเซียนอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว (ASEAN Single Window) อีกทั้งประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) ได้มีข้อตกลงร่วมกันเพื่อจะอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามแดน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้าชายแดนยิ่งขึ้น
          อย่างไรก็ตาม ทางกูเกิลและเทมาเส็กคาดการณ์ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซในอาเซียนจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมถึงปีละ 30% และจะมีมูลค่าราว 9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2567 ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของอีคอมเมิร์ซ ไทยมีแนวโน้มที่จะเป็นศูนย์กลางอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ของภูมิภาค เนื่องจากมีความพร้อมทางด้านดิจิทัลค่อนข้างสูง โดยประชากรมีการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือสูงสุดในภูมิภาค และจากการสำรวจของธนาคารโลก ประชากรไทยมีการใช้จ่ายเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เมนต์) ค่อนข้างสูง ดังนั้น ไทยถือว่ามีศักยภาพทางโครงสร้างมากที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาค ส่งผลให้บริษัทต่างชาติ เช่น อาลีบาบา เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซในไทย
          บีโอไอลุยคำขอทั้งปี7.2แสนล.
          แหล่งข่าวจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้สั่งการให้บีโอไอไปทำความเข้าใจกับประชาชนใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) แต่เน้นย้ำให้เดินหน้าชักจูงการลงทุน เร่งเจรจานักลงทุนให้เข้าลงทุนในไทยตามเป้าหมายคำขอส่งเสริมการลงทุนทั้งปีนี้ 7.2 แสนล้านบาท โดยตัวเลขคำขอช่วง 9 เดือน จะมีออกมาเดือนตุลาคม 2561 นี้
          "ประเด็นเรื่องการทำความเข้าใจกับประชาชน เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในการลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน ซึ่งปัจจุบันจากการทำงานร่วมกัน พบว่ามีการให้ความรู้ประชาชนอย่างต่อเนื่องและหลายช่องทางอยู่แล้ว" แหล่งข่าวกล่าว
          โบรกเชื่อกนง.ยังคงดอกเบี้ย
          นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า คาดว่าปีนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% แม้ว่าในรอบการประชุมครั้งล่าสุดจะมีคณะกรรมการลงคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นว่าควรจะขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม แต่ไม่ได้มีนัยสำคัญว่าจะต้องปรับขึ้นจริง เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ยังไม่ได้ไหลเข้าเต็มที่ ประกอบกับค่าเงินบาทยังคงแข็งค่า ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศเกิดใหม่จะพบว่าค่าเงินบาทแข็งค่าเป็นอันดับต้นๆ สวนทางกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกันที่ค่าเงินอ่อนค่า จากการพยายามรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไว้ ส่วนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็น่าจะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2561
          นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายหลังที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 0.25% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ดอกเบี้ยสหรัฐปัจจุบันอยู่ที่ 2.25% และส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือนธันวาคมอีกครั้ง จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ขยายตัว อัตราการจ้างงานที่ค่อนข้างดี รวมทั้งปีเฟดขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง และคาดว่าในปี 2562 เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง เพราะฉะนั้นผลจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐจะกระทบกับฟันด์โฟลว์
          กสิกรประเมินการค้าชายแดน
          รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจ้งว่า การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทย 8 เดือนแรกของปี 2561 มีมูลค่า 922,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการส่งออก 525,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่ การนำเข้า 397,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% โดยมาเลเซียยังคงมีสัดส่วนในการค้าชายแดนมากสุด แต่มีอัตราการเติบโตเพียง 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากราคายางพาราที่ลดลง ในขณะที่การค้าผ่านแดนไปจีนตอนใต้มีอัตราการเติบโตสูงสุดถึง 24.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอัตราการเติบโตของการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยจะชะลอตัว จากอัตราการเติบโตที่ 9.8% ของปี 2560 เหลือ 6.5% ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าทั้งปี 2561 มูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนในรูปของเงินบาทจะขยายตัวราว 7.5% จากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มจะยังอยู่ในระดับสูง และอัตราแลกเปลี่ยนที่มีแนวโน้มจะอ่อนค่าลงจากปีก่อน
          ทั้งนี้ ประเมินว่าการค้าชายแดนของไทยในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 11.5% ถูกขับเคลื่อนจากการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับจีนและเวียดนามเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ดี ทั้งนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความเชื่อมโยงทาง โลจิสติกส์ภายในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงระหว่างอาเซียนกับจีนจะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่ง ซึ่งจะส่งผลให้การค้าชายแดนขยายตัวเพิ่มขึ้น และความร่วมมือกันในอาเซียนที่จะลดการกีดกันทางการค้าและข้อจำกัดทางพิธีการศุลกากรจะช่วยส่งเสริมการค้าชายแดนระหว่างกันมากขึ้น
          ส.อ.ท.หนุนบริหารจัดการน้ำ
          นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ... ว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ปัจจุบันมีหน่วยงานและกฎหมายหลายฉบับที่มีความเกี่ยวข้อง แต่ในขณะเดียวกันจะทำอย่างไรให้การบริหารจัดการน้ำทั้งในภาวะปกติ หรือเมื่อมีปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยมีความเป็นเอกภาพ ดังนั้น จึงมองว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายฉบับหนึ่งที่เข้ามาควบคุมดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ หากดูตามโครงสร้างของคณะกรรมการนโยบายก็มีหลายกระทรวงเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ก็คิดว่าน่าจะเกิดการบริหารจัดการในเรื่องดังกล่าวได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุม
          นายเจนกล่าวว่า สำหรับอัตราค่าน้ำประปา ที่ผ่านมามีการเรียกเก็บจากภาคเอกชนอยู่แล้ว และหากมีการใช้น้ำบาดาลก็จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำบาดาล พร้อมกับค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลด้วย อย่างไรก็ตาม จากนี้คงต้องติดตามว่าพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงจะมีการกำหนดอัตราค่าน้ำนี้อย่างไร ซึ่งจำเป็นต้องมีการรับฟังความคิดเห็นตาม พ.ร.บ.นี้ ฉะนั้น หากเป็นไปตามขั้นตอนก็มิได้คัดค้านแต่ประการใด อีกทั้งเข้าใจในหลักการการเก็บค่าใช้จ่ายด้วยดี
          "ในกฎกติกาที่มีการตกลงกันแล้ว และตรวจสอบพบว่ามีการฝ่าฝืน ถือว่าการฝ่าฝืนนั้นเป็นการเอาเปรียบผู้อื่นในสังคม จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดอัตราค่าปรับ ฉะนั้น จึงขอให้ทุกคนเข้าใจถึงกลไกดังกล่าวนี้ด้วย" นายเจนกล่าว
          แบงก์ชาติจับตาสินเชื่ออสังหาฯ
          แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ธปท.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมธนาคารไทยจะหารือร่วมกันเพื่อติดตามสถานการณ์ และหาแนวทางในการดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากพฤติกรรมของ ผู้บริโภคที่มีการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (เสิร์ชฟอร์ยีลด์) และการเก็งกำไร ไม่ได้ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย แต่ซื้อบ้านเพื่อหวังผลตอบแทนจากการเช่าและมีประเด็นเกี่ยวกับเงินทอนจากการท็อปอัพสินเชื่อหรือสินเชื่อเพิ่มเติม ทั้งนี้ ยังพบการโฆษณาผลตอบแทนสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยที่ไม่ได้คำนึงว่าจะมีคนเช่าจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การทำนโยบายในระยะต่อไปอาจจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะในขณะนี้มีหลายประเทศที่ปรับกรอบเงินเฟ้อ หรือบางประเทศก็ขยายระยะเวลาการเข้าสู่กรอบเป้าหมายออกไป ดังนั้น ธปท.จึงให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของระบบการเงินมากขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำทำให้มีการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น และมีการประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร ซึ่งเริ่มเห็นกระจายไปในหลายจุด
          มีรถตู้พอให้บริการผู้โดยสาร
          นายปัญญา เลิศหงิม ประธานชมรมรถตู้โดยสารกรุงเทพฯและปริมณฑล ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า จากกรณีรถตู้โดยสารสาธารณะต้องยกเลิกให้บริการจำนวนหนึ่ง เนื่องจากมีอายุครบ 10 ปีตามที่กำหนดไว้นั้น ยังยืนว่าไม่มีผลกระทบในส่วนของการให้บริการแก่ผู้โดยสารแน่นอน เนื่องจากยังมีผู้ประกอบการรถตู้พร้อมบริการประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงรถตู้ที่หมดอายุไป จะเป็นการทยอยหมดอายุ ไม่ใช่หมดอายุและหยุดให้บริการพร้อมกันทั้งหมด ซึ่งเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่หากจะมีผู้ที่ได้รับผล กระทบ จะเป็นผู้ประกอบการที่ต้องหยุดให้บริการรถตู้แทน เนื่องจากการขับรถตู้เป็นอาชีพหนึ่งและเป็นอาชีพเดียวของบางคน พอต้องหยุดการให้บริการรถตู้ เท่ากับผู้ประกอบการรายนั้นจะกลายเป็นคนตกงาน เพราะไม่ได้มีอาชีพอื่นรองรับไว้ ประกอบกับเส้นทางบริการรถตู้บางเส้นทางได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า ทำให้รถติดเป็นเวลานาน ผู้ประกอบการรถตู้ไม่สามารถทำรอบได้ตามจำนวนที่สมควร ทำให้ไม่สามารถซื้อรถตู้คันใหม่มาบริการประชาชนได้ เนื่องจากกลัวเรื่องเงินที่จะใช้ในการผ่อนค่างวดรถ
          วอนรัฐดูสถานการณ์ก่อนเสริม
          นายปัญญากล่าวว่า การที่ภาครัฐจะนำรถโดยสารปรับอากาศสาธารณะมาบริการประชาชนนั้น อยากให้ดูสถานการณ์วันที่ 1 ตุลาคมนี้ก่อนว่ามีผู้โดยสารตกค้างหรือต้องรอรถตู้เป็นเวลานานมากน้อยเพียงใด หากมีผู้โดยสารจำนวนมากเกินความสามารถในการให้บริการของรถตู้ ก็ยินยอมและพร้อมให้ภาครัฐเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเพิ่มเติม แต่หากรถตู้ยังสามารถบริการได้ดีเหมือนเดิมอยู่ ก็อยากให้ภาครัฐปล่อยให้รถตู้บริการประชาชนต่อไปตามเดิม เนื่องจากหากนำรถโดยสารปรับอากาศสาธารณะมารอบริการประชาชนเลย จะเป็นการไม่เชื่อใจในศักยภาพการบริการของรถตู้ และอาจสร้างความสับสนให้กับประชาชนได้
          นายปัญญากล่าวว่า ทั้งนี้ ยังอยากฝากถึงประชาชนที่ใช้รถตู้โดยสารสาธารณะในการเดินทางว่า อย่าวิตกกังวลหรือตกใจมากเกินไป เพราะยังยืนยันว่าเกือบทุกเส้นทางมีรถตู้ให้บริการตามปกติ และอยากฝากถึงหน่วยงานภาครัฐให้ช่วยเยียวยาผู้ประกอบการที่ต้องหยุดให้บริการรถตู้ไป เพราะบางคนมีรถแค่คันเดียวในชีวิต หากต้องนำเงินมาซื้อรถคันใหม่ก็ไม่มั่นใจในการผ่อนชำระค่างวดรถ จะสามารถผ่อนชำระได้จนหมดหรือไม่ รวมถึงมาตรการเยียวยาเรื่องแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อรถใหม่ ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างแท้จริง เพราะยังไม่เห็นหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการเลย โดยเฉพาะเส้นทางของตนเองมีผู้ประกอบการที่ต้องเดินเรื่องหาแหล่งเงินทุน เพื่อซื้อรถตู้คันใหม่เองกว่า 30 คัน ซึ่งไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาให้การช่วยเหลือทั้งสิ้น จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาเยียวยาเรื่องนี้อย่างจริงจัง
          ขบ.ประเมินก่อนนำรถวิ่งเสริม
          นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า การนำรถโดยสารปรับอากาศสาธารณะไปให้บริการแก่ประชาชน เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างจากการเดินทางเท่านั้น โดยเบื้องต้นจะมีการประเมินสถานการณ์การให้บริการของรถตู้โดยสารสาธารณะก่อนว่าจะสามารถรองรับและบริหารจัดการกับผู้โดยสารทั้งหมดได้ดีหรือไม่ หากสามารถรับมือได้ กรมจะไม่เข้าไปก้าวก่ายสิทธิในการให้บริการแก่ผู้โดยสาร แต่หากประเมินแล้วพบว่ามีผู้โดยสารตกค้าง หรือไม่ได้รับความสะดวกจำนวนมาก กรมจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนทุกคน แต่ยืนยันว่าจะไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบหรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าการนำรถโดยสารปรับอากาศสาธารณะมาเตรียมบริการประชาชน เป็นการเตรียมเพื่ออำนวยความสะดวกและไม่ให้ประชาชนได้รับผล กระทบเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อเจตนาอื่นแต่อย่างใด
          ขีดเส้นครึ่งปีนำรถใหม่วิ่ง
          นายเชิดชัยกล่าวว่า ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้ประกอบการที่ต้องหยุดให้บริการรถตู้ เนื่องจากครบกำหนด 10 ปีแล้วนั้น กรมให้เวลาผู้ประกอบการที่ต้องการนำรถตู้คันใหม่เข้ามาให้บริการแก่ผู้โดยสารต่อไปภายในเวลา 180 วัน ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการให้ผู้ประกอบการดำเนินเรื่องทุกอย่างให้แล้วเสร็จ ทั้งยังมีการประสานงานกับตัวแทนวินในเรื่องของปัญหาต่างๆ ที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ โดยเฉพาะแหล่งเงินทุนในการซื้อรถตู้คันใหม่ หรือต้องการขายรถเก่า เพื่อเอาเงินมาเป็นทุนในการซื้อรถคันใหม่ โดยในขณะนี้มีการทำข้อตกลงกับธนาคารกรุงไทย ให้เตรียมสินเชื่อจำนวนกว่า 2 พันล้านบาท ไว้รองรับผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อรถตู้คันใหม่แล้ว แต่ที่ผ่านมามีปัญหาในส่วนของ ผู้ประกอบการที่ไม่มีเครดิตในการขอสินเชื่อกับธนาคารเองมากกว่า ซึ่งกรมจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ เพราะกรมคงไม่สามารถช่วยเหลือให้ทุกคนพึงพอใจได้ทั้งหมด แต่จะเป็นการยึดถือทำเพื่อส่วนรวมแทน
          'ดีอี'ตั้งศูนย์ส่องเน็ตประชารัฐ
          นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศหรือโครงการเน็ตประชารัฐว่า ขณะนี้กระทรวงดีอีได้ดำเนินการติดตั้งและเปิดให้บริการเน็ตประชารัฐ และมีจุดให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย (ไวไฟฟรี) 1 จุด ครบทุกหมู่บ้านจำนวน 24,700 หมู่บ้าน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน (26 กันยายน 2561) มีประชาชนลงทะเบียนเข้าใช้งานแล้วทั้งหมด 4,048,466 คน และมีจำนวนเข้าใช้งานทั้งหมด 20,999,973 ครั้ง นับว่าเป็นความคุ้มค่าต่อการลงทุน และกระทรวงดีอีได้มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชน เกี่ยวกับการเข้าใช้งาน ซึ่งมุ่งใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐ มาตลอด จนถึงขณะนี้มีผู้ผ่านการอบรมกิจกรรมสร้างการรับรู้การใช้ประโยชน์เน็ตประชารัฐแล้วกว่า 1 ล้านคน ซึ่งได้ร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และ กศน.
          นางสาวอัจฉรินทร์กล่าวว่า เพื่อให้การใช้งานโครงข่ายเน็ตประชารัฐ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงดีอีได้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการโครงข่ายเน็ตประชารัฐหรือเน็ตเวิร์ก โอเปอร์เรชั่น เซ็นเตอร์ (เอ็นโอซี) โดยศูนย์ดังกล่าว ทำหน้าที่แจ้งเตือนสถานะการทำงานของโครงข่ายและอุปกรณ์ ซึ่งระบบจะแสดงข้อมูลเวลาจริง (เรียลไทม์) สามารถรับทราบข้อมูลจุดให้บริการเน็ตประชารัฐของทุกหมู่บ้านว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่ หรือเกิดเหตุขัดข้องที่จุดให้บริการที่ไหน
          "หากพบว่าเกิดจากระบบการใช้งานอินเตอร์เน็ตขัดข้อง จะสามารถแก้ไขได้จากส่วนกลาง เพื่อให้สามารถใช้งานได้ปกติ แต่กรณีขัดข้องในลักษณะสายขาด อุปกรณ์เสียหาย จะใช้เวลาในการเดินทางเข้าพื้นที่ และส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่โดยด่วน กรณีพื้นที่ห่างไกลเกิน 50 กิโลเมตรนั้น จะใช้เวลาในการเดินทางในการเข้าพื้นที่เพื่อแก้ไข โดยจะพยายามดำเนินการแก้ไขให้อินเตอร์เน็ตสามารถใช้งานได้ปกติโดยเร็ว" นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว
          จุดเชื่อมกลางทางเสียมากสุด
          นางสาวอัจฉรินทร์กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 พบว่าภาพรวมเกิดเหตุขัดข้องส่วนใหญ่ เกิดจากสายเคเบิลใยแก้วนำแสงและจุดเชื่อมต่อระหว่างทางเสีย รองลงมาเป็นสาเหตุจากระบบไฟฟ้าหรือปลายทางปิดอุปกรณ์และเหตุเสียที่จุดติดตั้งอุปกรณ์ไวไฟในการแก้ไขเหตุขัดข้องส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้ตามระยะเวลา คิดเป็น 96.73% ของจำนวนเหตุขัดข้องทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีความพยายามที่จะแก้ไขเหตุขัดข้องให้ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น เพื่อให้การแก้ไขเหตุขัดข้องเป็นไปตามมาตรฐานและให้บริการอย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
          นางสาวอัจฉรินทร์กล่าวว่า กระทรวงดีอียังได้ตั้งคณะทำงานร่วมติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการเน็ตประชารัฐและการเพิ่มประสิทธิภาพโครงการเน็ตประชารัฐ ตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ให้กระทรวงดีอีจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการเน็ตประชารัฐที่มีข้อร้องเรียน เรื่องคุณภาพการใช้งาน พร้อมทั้งได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) ลงพื้นที่ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินโครงการเน็ตประชารัฐ โดยเฉพาะในประเด็นคุณภาพของสัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวนผู้ใช้งาน ปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นในการเข้าใช้งาน รวมถึงความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนด้วย
          ยันมะพร้าวนอกไม่ส่งผลราคา
          นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีที่เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคามะพร้าวผลตกต่ำ เกิดจากมะพร้าวนำเข้าต่างประเทศ จากการตรวจสอบสถิติการนำเข้ามะพร้าวตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม 2561 มีปริมาณ 195,303 ตัน ลดลงร้อยละ 27.03 จึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ราคามะพร้าวในประเทศตกต่ำ ขณะที่กรมการค้าต่างประเทศได้กำหนดมาตรการการนำเข้ามะพร้าวตามโควต้าของ WTO โดยการจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา ร้อยละ 20 แต่ละปีจะมีการนำเข้ามะพร้าวไม่เกินปีละ 2,317 ตัน และได้กำหนดช่วงเวลานำเข้าระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม และช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม
          "ส่วนนอกโควต้า WTO จะจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 54 สามารถนำเข้าได้ตลอดทั้งปีโดยไม่จำกัดปริมาณ และการนำเข้าภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟต้า มีภาษี 0% โดยไม่จำกัดปริมาณ โดยกำหนดช่วงเวลานำเข้าช่วงเดียวกับของ WTO สำหรับข้อเรียกร้องของเกษตรกรที่ให้มีการกำหนดราคากลางไม่ต่ำกว่า 15 ต่อผล และให้ชะลอการนำเข้าจากต่างประเทศทั้งมะพร้าวผล น้ำกะทิ และมะพร้าวขาวแช่แข็ง มีการพิจารณาเพื่อหามาตรการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เป็นกังวล คือ การลักลอบนำเข้ามะพร้าวซึ่งได้รับการร้องเรียนจากหลายจังหวัดภาคใต้ ที่ผ่านมาได้ประสานการทำงานร่วมกับกรมศุลกากร เพิ่มความเข้มงวดและปราบปรามการลักลอบนำเข้ามะพร้าวเถื่อนป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในระยะยาว" นายอดุลย์กล่าว
          กลุ่มมะพร้าวเตรียมบุกกรุง
          นายพงษ์ศักดิ์ บุตรรักษ์ แกนนำเครือข่ายชาวสวนมะพร้าว อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เครือข่ายชาวสวนฯยืนยันจะเดินทางไปร้องเรียนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำเหลือเพียงผลละ 2 บาท ล่าสุดตัวแทนเครือข่ายในพื้นที่ได้นำเอกสารชี้แจงเหตุผลเรียกร้องถึงรัฐบาลแจกให้กับประชาชนบางสะพานให้เข้าใจปัญหาที่แท้จริง แฉขบวนการนำเข้ามะพร้าวที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการทำงานที่ล้มเหลว ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง ส่วนกรณีที่หน่วยงานทหารนัดเครือข่ายชาวสวนไปพบกับตัวแทน 3 กระทรวง ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ ที่หอประชุม อบต.ธงชัย อ.บางสะพาน ไม่เชื่อว่าตัวแทน 3 กระทรวงจะเดินทางมา
          "เงื่อนไขของตัวแทนหน่วยงานที่จะมาชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหา สำหรับกระทรวงพาณิชย์ควรเป็นรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยที่มีอำนาจตัดสินใจ ส่วนกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงการคลัง เป็นปลัดหรือรองปลัดกระทรวง คำตอบจะต้องมีความชัดเจน ทั้งการประกันราคาผลผลิตผลละ 15 บาท การขยายระยะเวลาการนำเข้า ชะลอการนำเข้าตามกรอบการค้าระหว่างประเทศ มาตรการคืนภาษีของสินค้าส่งออก การแก้ไขระเบียบที่เอื้อประโยชน์ให้นิติบุคคลนำเข้าโดยไม่เสียภาษีทำให้รัฐสูญเสียรายได้ปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท และมีแมลงศัตรูมะพร้าวปนเปื้อนเข้ามาทำลายวงจรการผลิตในประเทศ" นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
          เผยลักลอบนำเข้าป้อนโรงงาน
          นายกิตติวงศ์ แสงสุวรรณ แกนนำเครือชาวสวนมะพร้าว อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 ห้ามนำเข้ามะพร้าวตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2561 เพื่อลดผลกระทบกับกลไกราคาและผลผลิตภายในประเทศ มีการประเมินว่ามาตรการงดการนำเข้าไม่ได้ทำให้ราคาผลผลิตในประเทศสูงขึ้น เนื่องจากยังมีการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศนำวัตถุดิบไปผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้กระทรวงเกษตรฯออกประกาศกำหนดเงื่อนไขการนำเข้ามะพร้าวจากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ขณะเดียวกันรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แจ้งหนังสือเป็นขอความร่วมมือปราบมะพร้าวเถื่อนเป็นครั้งแรกแจ้งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดให้ประสานงานกับ กอ.รมน.จังหวัด ตรวจสอบปราบปรามการลักลอบการนำเข้าตามแนวชายแดน และประสานการปฏิบัติงานกับด่านศุลกากรและด่านตรวจพืชของกรมวิชาการเกษตรเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบการสำแดงเท็จการนำเข้า ส่วนกระทรวงพาณิชย์ยังไม่มีมาตรการสั่งการที่ชัดเจนเพื่อแก้ปัญหา
          มึนราคาตกแต่น้ำกะทิราคาสูง
          นายนพดล คูหาทอง เจ้าของร้านขนมหวานชื่อดังในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ราคามะพร้าวผลเหลือเพียงผลละ 2-4 บาท แต่ราคาน้ำกะทิสดยังมีราคาสูงกิโลกรัม (กก.) ละ 40 บาท ถือว่าค้ากำไรเกินควรและไม่สะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ในอดีตช่วงที่ราคามะพร้าวตกต่ำราคาจะไม่เกิน กก.ละ 30 บาท และไม่ต่ำกว่า กก.ละ 25 บาท และมะพร้าวขาวที่ชาวสวนผลิตส่งโรงงานราคา กก.ละไม่เกิน 12 บาท สอบถามหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลราคาสินค้า ยืนยันว่าน้ำกะทิสดไม่ได้กำหนดเป็นสินค้าควบคุม
          ด้านผู้ประกอบการขายน้ำกะทิสดรายหนึ่งในตลาดสดเทศบาล 1 ระบุว่า ขณะนี้กำหนดราคาจำหน่ายกะทิสดที่คั้นจากจากมะพร้าวขาว 1 กก.จะได้หัวกะทิ 6 ขีด ราคาขายปลีกถุงละ 40 บาท หากเป็นลูกค้าประจำซื้อจำนวนมากจะจำหน่ายถุงละ 35 บาท ช่วงที่ราคามะพร้าวผลราคาผลละ 20-23 บาท จะจำหน่ายน้ำกะทิสดถุงละไม่เกิน 55-60 บาท ขณะที่ กทม.และต่างจังหวัดมีราคาสูงถึง 70-80 บาท แต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์เป็นเมืองมะพร้าว ไม่สามารถขายแพงได้ สำหรับช่วงที่มะพร้าวราคาถูกก็จะถัวเฉลี่ยกับปัญหาการขาดทุนช่วงที่มะพร้าวมีราคาแพงบวกกับต้นทุนค่าแรงและค่าจ้างคนงาน