"ดีอี"เตรียมชงกฎหมายดิจิทัล5ฉบับ

พร้อมเข้าที่ประชุมสนช. ลงราชกิจจานุเบกษาปี 62
          กรุงเทพธุรกิจ - กระทรวงดีอีเผย ความคืบหน้ากฎหมายดิจิทัล 5 ฉบับ ทั้งพ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลฯ พ.ร.บ. ไซเบอร์ ระบุปัจจุบันผ่านชั้นกฤษฎีกา แล้วพร้อมเข้าครม.ภายในต.ค.นี้ เชื่อชงเข้าสู่วาระสนช.และลงประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาได้ในปีหน้า ชี้แจง "สมคิด" หลังตรวจงานเน็ตประชารัฐ ระบุครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ปี 2562 แน่นอน
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ความคืบหน้า เกี่ยวกับกฎหมายด้านดิจิทัล 5 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ... พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ พ.ศ. ... พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... พ.ร.บ.สำนักงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... และพ.ร.บ.สภาดิจิทัลแห่งประเทศ ไทย พ.ศ. ... ได้ผ่านขั้นตอนกฤษฎีกา และกระทรวงการคลังเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในต้นเดือนต.ค.2561 ซึ่ง เมื่อผ่านครม. กฎหมายทั้ง 5 ฉบับ จะ นำเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและประกาศใช้ในปี 2562
          ทั้งนี้ กฎหมายทั้ง 5 ฉบับมีอยู่ 3 ฉบับ ที่ต้องจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ประกอบด้วย พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และพ.ร.บ.สำนักงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยตามกฎหมายการจัดตั้งสำนักงานใหม่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือสำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งได้ผ่านมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 25ก.ย.2561ที่ผ่านมาแล้ว กล่าวได้ว่ากฎหมายมีความสมบูรณ์ ก่อนเข้าสู่ ครม.ต่อไป
          นอกจากนี้เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2561 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมกระทรวงดีอี เพื่อสอบถามเกี่ยวกับความคืบหน้า ในการดำเนินงาน โดยได้รายงานผล โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศ (เน็ตประชารัฐ) ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศในปี 2562
          ทั้งนี้ กระทรวงดีอีได้ต่อยอด การใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐ ผ่าน ความร่วมมือกับ บริษัทไปรษณีย์ไทย กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารออมสิน ยกระดับอีคอมเมิร์ซชุมชน ซึ่งจะ บูรณาการระบบ POS ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ให้เข้ากับร้านค้า ธงฟ้าประชารัฐ ของกระทรวงพาณิชย์ และเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการคลัง ผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกัน เพื่อให้การทำงานภาครัฐ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะมีการ ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ในสัปดาห์หน้า
          "เมื่อเร็วๆนี้ ครม. ได้เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม กิจกรรมที่1 การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ(โครงการเน็ตประชารัฐ) จำนวน 1,072 ล้านบาท ได้ถึงเดือนธ.ค.2561 จากเดิม ที่ปิดงบประมาณ เดือนก.ย."
          รัฐบาลต้องการผลักดันนโยบาย นำพาประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลาง ด้านดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน ผ่านสำคัญ ได้แก่ 1. เน็ตประชารัฐ 2.รัฐวิสาหกิจ ในสังกัดต้องร่วมมือกับภาคเอกชน ในการสร้างการเรียนรู้การใช้ประโยชน์ จากโครงข่ายอินเทอร์เน็ต 3. ด้านกฎหมาย 4. การดำเนินการจัดหาบริษัทเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาลงทุนในพื้นที่ในอีอีซี และ 5.การผลักดันจัดตั้งแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่โดยเน้นหนักในเรื่อง การใช้งานบิ๊กดาต้า