ILINKฮุบงานกฟภ.กว่า65ล้าน

จ่อประมูลงานใหม่ 2.4-2.8 หมื่นล้าน
          ILINK จ่อประมูลงานใหม่ 24,000-28,000 ล้านบาท ล่าสุดคว้างานก่อสร้างปรับปรุงสถานีไฟฟ้าน่าน 1 ของ กฟภ.มูลค่า 65.02 ล้านบาท ตุนแบ็กล็อก 3,000 ล้านบาท แย้ม Q3 รายได้-กำไรโตดี หนุนรายได้ปีนี้ทะลุเป้า 4,895 ล้านบาท
          นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือของปี 2561 บริษัทเตรียมเข้าประมูลงานใหม่จำนวนมาก มูลค่ารวมประมาณ 24,000-28,000 ล้านบาท โดยเป็นธุรกิจวิศวกรรม เตรียมเข้าประมูลงานมูลค่ารวมประมาณ 4,000-8,000 ล้านบาท เช่น โครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และโครงการสถานีไฟฟ้าย่อย ที่ทยอยกลับมาเปิดประมูลมากกว่า 50 โครงการ หลังจากมีติดค้างจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการปรับเปลี่ยนวิธีประมูลของหน่วยงานภาครัฐ ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมทั้งโครงการสายเคเบิลใต้ทะเล เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี คาดว่าจะเปิดประมูลภายในปี 2561 หลังจากล่าช้ามาระยะหนึ่ง ซึ่งบริษัทคาดหวังได้งาน แต่เน้นโครงการที่มีมาร์จิ้นเพียงพอ เพื่อสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัท
          นอกจากนี้ ธุรกิจโทรคมนาคม ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 60% เตรียมเข้าประมูลงานโครงการจัดให้มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) หรือ โครงการ NET ห่างไกล Zone C จำนวน 15,723 หมู่บ้าน จำนวน 8 สัญญา มูลค่า 19,674.78 ล้านบาท คาดหวังได้งาน 1-2 สัญญา
          ขณะที่ล่าสุดบริษัทชนะการประกวดราคางานจ้างก่อสร้างงานจ้างปรับปรุงสถานีไฟฟ้าระบบ 22 เควี จาก Outdoor Type เป็น Indoor Type ที่สถานีไฟฟ้าน่าน 1 จ.น่าน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จำนวน 1 สถานี ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่างาน 65.20 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว
          โดยงานดังกล่าวมีระยะเวลาก่อสร้าง 450 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง คาดว่าจะสามารถลงนามได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ และทำงานได้แล้วเสร็จภายในปี 2562 ดังนั้นจะรับรู้รายได้ทั้งหมดในปี 2562 ซึ่งจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2562
          สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/2561 บริษัทคาดว่ารายได้และกำไรจะเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,082.22 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 66.60 ล้านบาท รวมถึงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2561 ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,280.68 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 76.55 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ และการลดต้นทุนสินค้าที่นำมาจำหน่าย ซึ่งเริ่มเห็นผลในไตรมาส 3/2561 ขณะที่ธุรกิจวิศวกรรม บริษัทได้มีการควบคุมต้นทุน โดยเน้นสร้างกำไรให้มากขึ้น ส่วนธุรกิจโทรคมนาคม มีแนวโน้มเติบโตดี ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น
          ดังนั้น บริษัทมั่นใจว่าปี 2561 รายได้มีโอกาสทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4,985 ล้านบาท จากปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 4,251.01 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่มากกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2563