อินทัชเล็งเพิ่มงบฯลงทุนเทคสตาร์ตอัพ

ปีละ 200 ล้านบาทยังไม่พอ "อินทัช" เล็งขยายงบฯลงทุนสตาร์ตอัพเพิ่ม หลังทุ่มอีก 40 ล้านใน "ช็อคโก้ คาร์ดฯ" สตาร์ตอัพ CRM เป็นบริษัทที่ 16 คาดปีนี้ตุนเข้าพอร์ตเพิ่มอีก 2 ราย เน้นเทเลคอมมีเดียและเทคโนโลยี
          นายคิมห์ สิริทวีชัย รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานบริหารการลงทุน บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) กล่าวว่า ปีนี้อินทัชได้ลงทุนในสตาร์ตอัพผ่านโครงการอินเว้นท์ (InVent) แล้ว 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด โดยลงทุน 30 ล้านบาท และล่าสุดลงทุนอีก 40 ล้านบาทในบริษัทช็อคโก้ คาร์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือช็อคโก้ ซีอาร์เอ็ม (Choco CRM) ทำธุรกิจ CRM (customer relationship management) และ loyalty platform สำหรับ SMEs ซึ่งเป็นบริษัทที่ 16 ที่ลงทุนใน 4 ปีที่ผ่านมา โดยถือหุ้น 20%
          ปีนี้ อินทัชมีแผนจะลงทุนกับ สตาร์ตอัพอีก 2 ราย รวมเป็น 4 ราย
          "ระบบ CRM สำคัญต่อ SMEs อย่างมาก เพราะงบฯหาลูกค้าใหม่สูงกว่ารักษาลูกค้าเดิม 5 เท่า ขณะที่ SMEs มีถึง 3 ล้านราย คิดเป็น 99% ของธุรกิจในไทย ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ ขณะที่บริษัทช็อคโก้ฯมีจุดเด่นที่ความยืดหยุ่น อีกทั้งยังแข็งแกร่งในกลุ่ม SMEs ดังนั้น เราหวังว่าบริษัทจะสามารถเติบโตได้ในระดับภูมิภาคเหมือนกับโกเจ็กและแกร็บ หวังว่าจะเติบโตไปเรื่อย ๆ จนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้"
          เบื้องต้นบริษัทต้องการผลักดันให้บริษัทช็อคโก้ฯเป็นผู้นำก่อนในไทย ก่อนที่จะเติบโตไปในระดับภูมิภาค โดย อินทัชมีพันธมิตรพร้อมช่วยเหลือในการต่อยอดไปต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เป็นต้น แต่การจะไปต่างประเทศอาจต้องระดมทุนอีกรอบ
          สำหรับแผนการลงทุนของอินทัชก่อนนี้เตรียมไว้ปีละ 200 ล้านบาท แต่มีความเป็นไปได้ที่จะขยายเงิน ลงทุนในปีถัด ๆ ไป เนื่องจากเห็น โอกาสในการลงทุนที่มากขึ้น แต่รอบอร์ดตัดสินใจ โดยยังเน้นในบริษัทด้านเทเลคอม มีเดีย และเทคโนโลยี ซึ่งจะคัดเลือกจากความเชี่ยวชาญในตลาดและเทคโนโลยี
          "แต่ละปีเราพิจารณาราว 10 ดีล แต่เข้าลงทุนจริง 3-4 ดีล/ปี โฟกัสที่เทคโนโลยีเป็นหลัก เช่น บล็อกเชน เอไอ ดาต้าอะนาไลติก และจะโฟกัส ผู้ประกอบการในไทยก่อน เพราะดีลต่างประเทศมีความเสี่ยง"
          พร้อมขยับสู่การลงทุนระดับ zeed funding เพราะพวกเทคโนโลยีใหม่ ๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในขั้นเริ่มต้น
          สำหรับการลงทุนของอินทัชในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามี 16 บริษัท อาทิ Ookbee, Computerlogy, Meditech Solutions, Digio, Event Pop, Shopback
          ปัจจุบันมูลค่าของพอร์ตมีประมาณ 680 ล้านบาท จากเงินลงทุนประมาณ 470 ล้านบาท โดยคาดว่าบริษัทวงในจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปี 2563 ส่วนอุ๊คบีก็ต้องดูความเป็นไปได้ก่อน เพราะตอนนี้บริษัทยังไม่ทำกำไร
          ด้านนายสิรสิทธิ์ สุริยพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ช็อคโก้ คาร์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด กล่าวว่า ทำธุรกิจด้าน CRM มา 4 ปี มีจุดแข็ง คือ CRM ที่ครอบคลุมทุกด้านของลอยัลตี้โปรแกรม โดยมีทีมมาร์เก็ตติ้งช่วยคิดแคมเปญ ทำบัตรสมาชิก และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และตรงกับประเภทธุรกิจ รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงเข้ากับโปรแกรมขายหน้าร้านได้ (POS) เพื่อช่วยให้ลงทุนงบฯมาร์เก็ตติ้งได้ถูกกลุ่มลูกค้าที่สุด ทำให้ใช้งบฯแบบไม่หว่าน
          "บริษัทส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับลูกค้าใหม่ ขณะที่ลูกค้าใหม่หายากเพราะคนไทยมี 70 ล้านคน และจากสถิติพบว่า 60% ของลูกค้าใหม่ไม่กลับมาซื้ออีก ดังนั้น การทำ CRM เพื่อรักษาลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ SMEs จะทำเองต้องใช้งบฯเยอะ และต้องใช้เทคโนโลยี ดังนั้น เราจึงทำด้าน CRM เพื่อช่วย SMEs"
          ที่ผ่านมารายได้บริษัทเติบโต 300% มีลูกค้ากว่า 1,300 ราย 90% เป็นลูกค้า SMEs มี end users กว่า 1 ล้านราย และสำหรับเงินทุนในครั้งนี้บริษัทจะนำเงินไปใช้พัฒนาระบบ ทำมาร์เก็ตติ้งและขยายฐานไปต่างจังหวัด เบื้องต้นจะไปที่จังหวัดชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี โดยจะเน้นกลุ่มลูกค้าประเภทร้านอาหาร ร้านตัดผม ร้านล้างรถ และร้านค้าอื่น ๆ รวมทั้งเจาะธุรกิจที่ไม่มีหน้าร้าน เช่น สินค้าในร้านสะดวกซื้อ โดยจะทำเป็นคิวอาร์โค้ดที่แพ็กเกจจิ้ง เป็นลักษณะแคมเปญเหมือนกับน้ำดื่มตราสิงห์ โดยตั้งเป้ามีลูกค้า 5,000 ราย และมีรายได้ 200 ล้านบาท ภายใน 3 ปี
          ในส่วนของการแข่งขันตลาด CRM มีบริษัทบัซซี่บีส์ที่ทำอยู่ แต่จะเน้นที่ลูกค้าองค์กรใหญ่ ขณะที่บริษัทช็อคโก้ฯ เป็นที่ 1 ในตลาด SMEs อย่างไรก็ตาม มองว่าอนาคตการแข่งขันจะยิ่งดุเดือดเพราะบริษัทต้องการจะเจาะลูกค้าองค์กรใหญ่ด้วย

          บรรยายใต้ภาพ 
          คิมห์ สิริทวีชัย