ควบ"TOT-CAT"ไม่ง่าย สหภาพฯขอ"ให้ชัดเจน"

สหภาพทีโอที หนุนควบรวมทีโอทีและแคท เผยแผนยุบรวมใช้เวลา 3 ปี แต่รัฐต้องตอบข้อกังวลเรื่องสิทธิคลื่นความถี่ แจงหลังควบรวมห้ามเอกชนมีข้อจำกัดเรื่องไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายจากคดีผิดข้อตกลงเชื่อมโยงโครงข่าย
          นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแผนควบรวม ทีโอที กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดตั้งบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ ว่าคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ(คนร.)  ให้ไปศึกษาแนวทางควบรวมโดยทันที ตาม พรบ บริษัทมหาชน ก่อน เมื่อจดทะเบียนควบรวมแล้ว ทั้ง ทีโอที และ กสท จะเป็นหน่วยธุรกิจของบริษัทใหม่ หลังจากนั้นถึงจัดเขียนโครงสร้างองค์กรใหม่ แล้วยุบรวมทั้งทีโอที และ กสท ให้เป็นเนื้อเดียวกันภายใน 3 ปี
          สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.ทีโอที สนับสนุนฝ่ายบริหารในการควบรวม แต่ คนร. ต้องตอบข้อกังวลของ ทีโอที ใน 2 ข้อ คือ 1. สิทธิคลื่นความถี่ของทั้งสององค์กรต้องสามารถโอนสิทธิการใช้คลื่นความถี่ไปให้รัฐวิสาหกิจใหม่ ที่เกิดจากการควบรวม ทีโอที และ กสท ไปใช้ประโยชน์ได้ (มาตรา 46 ของพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ.2553กำหนดว่าใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคมเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ได้รับใบอนุญาตจะโอนแก่กันมิได้และผู้ได้รับใบอนุญาตต้องประกอบกิจการด้วยตนเองโดยจะมอบการบริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วนหรือยินยอมให้บุคคลอื่นประกอบกิจการแทนมิได้)
          2. การควบรวมองค์กรต้องไม่ทำให้บริษัทเอกชนอ้างเป็นเหตุ ไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายจากคดีผิดข้อตกลงเชื่อมโยงโครงข่าย (Access Charge หรือ AC) ที่ทีโอทีฟ้อง กสท และเอกชนที่ได้รับสัมปทานจาก กสทซึ่งมีทุนทรัพย์สูงกว่า 3 แสนล้านบาท (การควบรวม ทีโอที และ กสท จะทำให้หนี้ระงับสิ้นไปโดยเกลื่อนกลืนกันตามมาตรา 353 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันเป็นผลให้คดีระหว่างทีโอทีกับกสทต้องยุติลงทำให้มีประเด็นทางคดีที่กังวลว่าคู่ความที่เป็นเอกชนที่ได้รับสัมปทานจาก กสท อาจยกประเด็นขึ้นต่อสู้โดยอาศัยสิทธิของ กสท หรือต่อสู้ว่าเงื่อนไขสัญญา AC (Access Charge: ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) ที่ให้ชำระค่า AC ตรงแก่ ทีโอที เป็นเพียงวิธีชำระเงินและเมื่อหนี้ระหว่าง ทีโอที กับกสท ระงับลงคำฟ้องในส่วนของเอกชนที่ได้รับสัมปทานจากกสทย่อมระงับสิ้นไปโดยเกลื่อนกลืนกันเช่นกัน)
          "เห็นด้วยกับหลักการควบรวม ให้จัดตั้งคณะทำงานควบบริษัทและเปลี่ยนผ่าน แต่รัฐบาลต้องตอบคำถามที่เป็นข้อกังวลของ ทีโอที ใน 2 ข้อนี้เช่นเดียวกัน"
          ส่วนทางด้านนายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด หรือสร.กสท กล่าวว่า โครงสร้างการบริหารจัดการต้องโปร่งใส มีความคล่องตัว และที่สำคัญต้องมีบอร์ดและผู้บริหารที่เป็นมืออาชีพ เพราะที่ผ่านมาล้มเหลว จากนโยบายรัฐที่ไม่ชัดเจน และคณะกรรมการ(บอร์ด)ขาดความรับผิดชอบ
          ขณะที่นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตส.ว.กรุงเทพ มหานคร ก่อนหน้านี้เคยออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่า สนช.จะพิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. .  . โดยสาระสำคัญในการแก้ไขคือนิยามของรัฐวิสาหกิจ จะเป็นการปลดล็อกบริษัทที่เคยเป็นรัฐวิสาหกิจชั้นหลานและเหลนออกไปเป็นเอกชนโดยอาจพ่วงเอาสาธารณสมบัติ และอำนาจมหาชนที่บริษัทแม่ หรือบริษัทลูกถ่ายโอนไปเก็บไว้ที่บริษัทเหล่านั้นในชั้นหลานและเหลนเอาไว้ก่อนก็เป็นได้ ใช่หรือไม่
          สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ กฎหมาย 2 ฉบับนี้ เหมือนการแยกชิ้นส่วนออกจากกันก่อน ค่อยนำมาประกอบร่างกันภายหลัง นิยามรัฐวิสาหกิจในร่างพ.ร.บ.บรรษัทวิสาหกิจ จะมี 2 ชั้นเหมือนร่างพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ บรรษัทวิสาหกิจจะเป็นชั้นแม่ ส่วนรัฐวิสาหกิจ 11 แห่ง  (ปตท. การบินไทย ท่าอากาศยาน ไทย ทีโอที กสท ไปรษณีย์ไทย เป็นต้น)ที่จะโอนจากกระทรวงการคลังมาอยู่ภายใต้บรรษัทวิสาหกิจ จะกลายเป็นลูก ดังนั้นบรรดาลูกของบริษัทเหล่านี้จะหลุดจากการเป็นรัฐวิสาหกิจโดยผลของกฎหมายทันที ยกตัวอย่างบรรดาบริษัทลูกและหลานของปตท.ที่มีอยู่อย่างมากมาย เช่น ปตท.สผ. PTTOR ฯลฯ จะกลายเป็นบริษัทหลานและเหลน และจะกลายเป็นบริษัทเอกชนไปโดยผลของกฎหมาย ไม่ว่ารัฐจะมีหุ้นเกิน 50% หรือไม่
          สำหรับโครงสร้างการควบรวมทีโอที และแคท นั้น จะมีการจัดตั้งบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติฯ และภายใต้โครงสร้างดังกล่าวประกอบด้วย TOT BU และ CAT BU
          'ต้องมีบอร์ดและผู้บริหาร ที่เป็นมืออาชีพ เพราะที่ผ่านมา ล้มเหลวจากนโยบายรัฐ ที่ไม่ชัดเจน และบอร์ดขาดความรับผิดชอบ