"กสทฯ-สถิติ"แปลงสำมะโนครัวสู่ดิจิทัล

กรุงเทพธุรกิจ   กสทฯเอ็มโอยูสถิติแห่งชาติพร้อมเปลี่ยนพัฒนาระบบสำรวจข้อมูลเป็นดิจิทัลพร้อมจัดเก็บในรูปแบบโมบายคาดนำร่องได้ปี 2562 ร่นเวลาการเก็บข้อมูลสำมะโนประชากรจากทุกๆ 10 ปีให้ง่ายขึ้น ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ พร้อมนำเอาข้อมูลบิ๊กดาต้าไปประยุกต์ใช้
          นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจและบริการ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า วานนี้ (18 ก.ย.) บริษัทได้ ร่วมลงนามความร่วมมือกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ว่าด้วยโครงการออกแบบและพัฒนาระบบสำรวจข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล Digital Survey ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนารูปแบบการเก็บข้อมูลสำมะโนประชากรแบบเดิมให้เกิดความรวดเร็ว ถูกต้อง และต้องสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปบูรณาการ
          โดยกสทฯจะเข้ามาพัฒนารูปแบบการจัดเก็บในรูปแบบโปรแกรมประยุกต์ (โมบาย แอพพลิเคชั่น) นอกจากนี้จะนำบริการ คลาวด์ คอมพิวติ้ง บิ๊กดาต้า และไซเบอร์ซีเคียวริตี้ มาปรับใช้กับการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล สำรวจสำมะโนประชากรและเคหะ ของสำนักงานสถิติ ซึ่งจะนำร่องในปี 2562 ในพื้นที่ 1 จังหวัด หลังจากนั้นหากสำนักงานสถิติ สนใจใช้รูปแบบการจัดเก็บดิจิทัล ที่กสทฯพัฒนาขึ้นก็สามารถดำเนินการได้
          ด้านนางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ รอง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยว่า การสำรวจข้อมูลสำมะโนประชากร  และเคหะจะจัดทำทุกๆ 10 ปี เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการศึกษาโครงสร้างประชากร และ วางนโยบายการพัฒนาประเทศ โดยเดิมสำนักงานสถิติจัดเก็บข้อมูลผ่านแบบสำรวจที่เป็นกระดาษ โดยการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว การสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ และการส่งแบบสอบถามผ่านอีเมล ตลอดจนมีการกรอก ข้อมูลผ่านแท็บเล็ตบ้าง แต่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่ ดังนั้นความร่วมมือกับแคท ในการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลแบบดิจิทัล จะเป็นทางเลือกในการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
          โดยจะนำร่องในโครงการนำร่อง สำรวจสำมะโนประชากรและเคหะ ในปี 2562 จำนวน 1 จังหวัด และหากการพัฒนาเป็นไปด้วยดี จะมีการนำไปปรับใช้กับการสำรวจจริงในปี 2563 ที่สำนักงานสถิติ ต้องเก็บข้อมูลสำมะโนประชากรและเคหะ จำนวน 20 ล้านครัวเรือน
          ทั้งนี้ สำนักงานสถิติ มีการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลมาแล้วกว่า5ปี ประมาณ 10% ของโครงการที่จัดทำในแต่ละปี โดยอีก5ปี ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้งานดิจิทัลมากกว่า 70% ของโครงการในแต่ละปี เพื่อการจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสำนักงานสถิติ จัดทำการสำรวจข้อมูลประมาณ 30-40 โครงการต่อปี ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม และความคิดเห็นของประชากรต่อเรื่องต่างๆ
          จังหวัดนำร่องในการสำรวจสำมะโนประชากรและเคหะ โดยใช้ระบบดิจิทัลในปี 2562 สำนักงานสถิติจะหารือกันอีกครั้งว่าจะเลือกพื้นที่จังหวัดใดภายในปีนี้ ทั้งนี้การสำรวจฯจ.นำร่องปี 2562 ใช้งบประมาณ 33 ล้านบาท สำหรับในปี 2563 ที่ต้องสำรวจจริงทั่วประเทศใช้งบประมาณทั้งสิ้น 800-900 ล้านบาท ขณะที่ใน ปี 2553 ใช้งบประมาณที่ 900 ล้านบาท
          ทั้งนี้ ภายหลังสำรวจข้อมูลแล้วเสร็จ ในปี 2564 จะเป็นขั้นตอนของการ จัดทำรายงานสำรวจสำมะโนประชากรและเคหะใช้งบประมาณมากกว่า 50 ล้านบาท

          บรรยายใต้ภาพ 
          ดนันท์ สุภัทรพันธุ์