จับตา4กระแสหลักอิทธิพลอีคอมเมิร์ซจีน

 อิทธิชัย อรรถกระวีสุนทร 
เลเวลอัพ โฮลดิ้ง
          กรุงเทพธุรกิจ   เมื่อยักษ์อีคอมเมิร์ซจีน อย่าง "อาลีบาบา" และ "เจดีดอทคอม" ได้เข้าไทยมาอย่างเต็มตัว ทางผู้ประกอบการควรจะใช้เวลานี้ศึกษาช่องทางอีคอมเมิร์ซ ในมิติอื่นๆ เพิ่มเติม เนื่องจากจะช้าหรือเร็วก็หนีไม่พ้นผลกระทบอยู่ดีนั่นเอง
          ขอรวบรวม 4 กระแสของช่องทางอีคอมเมิร์ซในจีนที่น่าจับตาในปี 2561 และในปีถัดไปเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้ลองพิจารณาดังนี้
          1.การเพิ่มโฆษณาในมือถือ เรียกได้ว่า เป็นผลพวงที่เกิดจากการแข่งขันอย่างรุนแรง ของแบรนด์ต่างๆ ที่ส่งผลทำให้เกิดการทุ่มเม็ดเงินเพื่อโฆษณาบนโซเชียลและช่องทางหรือแอพสำหรับสื่อสารบนมือถือเพิ่มตามไปด้วย เพราะมือถือเป็นอุปกรณ์ที่แทบจะแยกจากชีวิตคนจีนไม่ได้แล้ว ดังนั้นโฆษณาที่หลายแบรนด์ทำมาจึง ตั้งใจลงในโซเชียลหรือแอพที่ดูกันทางโทรศัพท์มือถือเพิ่มมากขึ้น
          จากตัวเลขในปี 2560 ที่ผ่านมา ผู้ใช้โมบาย อินเทอร์เน็ตในประเทศจีนมีมากกว่า 724 ล้านคน ทั้งมีตัวเลขระบุว่ากว่า 60% ของพื้นที่ โฆษณาในอินเทอร์เน็ตของจีน เกิดขึ้น บนมือถือ ซึ่งหากเทียบกับในปี 2557 นับว่า โตเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าเลยทีเดียว ขณะเดียวกัน มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2562 อาจจะเพิ่มขึ้นกว่า 80%
          ปัจจุบันแม้แต่ไป่ตู้(Baidu) ซึ่งเป็นระบบ ค้นหาอันดับหนึ่งของจีน เหมือนกับเป็น กูเกิล ก็ได้มีการปรับรูปแบบและฟีเจอร์ต่างๆ ให้เข้ากับการใช้งานบนมือถือมากขึ้นด้วย
          2.การเพิ่มการลงทุนในเมืองที่เศรษฐกิจเติบโต้น้อยของจีน การพัฒนาทาง เศรษฐกิจของจีนในช่วง 2-3 ทศวรรษมานี้ มีส่วนทำให้เมืองใหญ่หลายแห่งในประเทศจีนเติบโตรุดหน้าไปมาก รวมถึงการสร้างระบบสาธารณูปโภคที่ทั่วถึงมากขึ้น จึง ไม่แปลกที่เมืองใหญ่หลายแห่งของจีนเริ่มมีอัตราการเติบโตของจีดีพีลดต่ำลง แม้ว่า จีดีพีจะยังเพิ่มขึ้นทุกปีก็ตาม
          ดังนั้นจึงเป็นโอกาสทางการลงทุนสำหรับเมืองขนาดเล็กรองลงมา เพราะยังมีพื้นที่อีกมากสำหรับการลงทุนและยกระดับสาธารณูปโภค ไปจนถึงความต้องการบริโภคขนานใหญ่ เพราะผู้คน มีกำลังซื้อ และกำลังต้องการของบริโภคและ อุปโภคที่จะตอบสนองความต้องการในชีวิตเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการหาข้อมูลในแต่ละเมืองและแต่ละมณฑลของจีนจึงสำคัญสำหรับเรื่องนี้ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะต้องเผชิญการแข่งขันที่ยากลำบากก็ได้ ทั้งๆ ที่หากหันไป จับตลาดในอีกมณฑลหนึ่ง สถานการณ์ อาจจะได้เปรียบกว่าก็เป็นได้
          3.การขยายตัวของโซเชียลมีเดีย ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในกระแสสำคัญที่ ขาดไม่ได้เลยหากจะทำตลาดจีนในยุคนี้ ซึ่งมีรายงานใน Chinainterwatch ที่ระบุว่า มากกว่า 50% ของผู้ใช้บริการสั่งซื้อออนไลน์ในประเทศจีนนั้น ได้รับอิทธิพลมาจากข้อมูลข่าวสารในโซเชียลมีเดียเป็นส่วนสำคัญ ในการตัดสินใจ
          สำหรับเครื่องมือที่คนจีนนิยมใช้งานมากที่สุดในเวลานี้ก็คือวีแชท(WeChat) โดยมียอดผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคนจาก ต้นปี 2561 ส่วนอันดับอื่นๆ ที่ตามมา ได้แก่ คิวคิว(QQ) ของเทนเซ็นต์ในเครือเดียวกันกับวีแชท เว่ยป๋อ(Weibo) และทีบา(Tieba) ซึ่งเทียบได้กับเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ของ คนจีน
          นอกจากนี้ Meituan (แอพบริการ ส่งอาหารและอื่นๆ ซึ่งผู้ประกอบการที่จะบุกตลาดจีนควรได้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับโซเชียลเหล่านี้มากขึ้น เพราะบริการดังกล่าวได้กลายเป็นวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศจีนส่วนใหญ่ไปแล้ว
          4.สร้างคอนเทนท์หรือทำโฆษณาให้ดัง เรียกง่ายๆ ว่า ทำเนื้อหาคอนเทนท์ และกระตุ้นโฆษณาให้ดังขึ้น หรือขึ้นในฟีด(Feed) หน้าแรกๆ ของการค้นหาทางไป่ตู้และใน โซเชียลต่างๆ ซึ่งนับวันการแข่งขันเรื่องนี้ ก็จะรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ
          มีรายงานว่า บริษัทในจีนต่างทุ่มเทให้กับการทำเนื้อหาโฆษณาคอนเทนท์ คลิปวีดิโอ และอื่นๆ เพื่อหวังกระตุ้นให้แบรนด์ของพวกเขาเข้าถึงผู้บริโภค โดยเฉพาะจากการค้นหาในหน้าแรกๆ ของ ไป่ตู้และหน้าแรกๆ ของฟีดใน โลกโซเชียลนั่นเอง