DTACหมดปัญหาซิมดับ ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว

DTAC เฮ! ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวลูกค้าคลื่น 850 MHz ใช้งานต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 61 หมดปัญหา
          “ซิมดับ” พร้อมเซ็นสัญญากับ CAT ระงับข้อพิพาทและให้บริการเสา 8,815 แห่ง และอุปกรณ์โทรคมฯ มูลค่ากว่า
          3,000 ล้านบาท/ปี เดินหน้าธุรกิจร่วมกันหลังหมดสัมปทาน ฟาก “กสทช.” พร้อมน้อมรับและปฏิบัติตามคำสั่งศาล
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติ กสทช.ในการประชุมครั้งที่ 13/2561 เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2561 ที่กำหนดเงื่อนไขว่า หากบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ไม่เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz ก็จะไม่ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 โดยให้ DTAC ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศดังกล่าว จึงให้ทุเลาการบังคับตามมติดังกล่าวจนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2561 เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
          หลังจาก DTAC ฟ้องขอเพิกถอนมติของกสทช.ในการประชุมครั้งที่ 13/2561 เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2561 และคำสั่งของ กสทช.ลงวันที่ 31 ก.ค. 2561 เฉพาะในส่วนที่กำหนดเงื่อนไขไม่ให้ผู้ไม่เข้าประมูลคลื่นความถี่ไม่ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ตามประกาศ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 โดย DTAC ได้มีคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติดังกล่าว
          ทั้งนี้ ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า ประกาศคุ้มครองผู้ใช้บริการชั่วคราวฯ มีความมุ่งหมายประการสำคัญที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการที่ยังไม่อาจโอนย้ายไปยังผู้ให้บริการรายอื่นสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องเมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุด อันเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดประมูลคลื่นความถี่ใหม่ โดยให้ผู้รับสัมปทานเดิมมีหน้าที่ให้บริการต่อไปได้เป็นการชั่วคราว กสทช.จึงไม่อาจอ้างกรณีที่ไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่มาใช้เป็นเหตุผลที่จะไม่ให้ดีแทคเข้าสู่มาตรการคุ้มครองตามประกาศดังกล่าว มติของ กสทช.จึงน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย
          นอกจากนี้ ถึงแม้ผู้ใช้บริการที่ยังไม่สามารถโอนย้ายเลขหมายได้จะมีจำนวนมากน้อยเพียงใด แต่ก็ต้องฟังว่า ผู้ใช้บริการดังกล่าวอาจเป็นผู้เจ็บป่วย พิการ สูงอายุ ที่ต้องติดต่อสื่อสารกรณีเร่งด่วน หรืออยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งคลื่น 850 MHz สามารถใช้ได้ในพื้นที่ชนบทห่างไกล หาก DTAC ไม่สามารถให้บริการได้ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาได้ในภายหลัง
          ขณะเดียวกันการที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของ กสทช.จะมีผลให้ DTAC สามารถให้บริการในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านการสิ้นสุดสัมปทานเป็นการชั่วคราวเท่านั้น มิได้มีผลเป็นการห้ามมิให้ กสทช.ประมูลคลื่นความถี่ใหม่ และ DTAC มีหน้าที่ชำระค่าใช้คลื่นความถี่ในช่วงเวลาดังกล่าว การทุเลาการบังคับตามมติ กสทช.จึงไม่เป็นอุปสรรคในการบริหารงานของรัฐหรือบริการสาธารณะ จึงเข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลมีอำนาจสั่งทุเลาการบังคับได้ และเห็นว่าผู้ใช้บริการที่ยังไม่สามารถโอนย้ายได้มีประมาณ 90,000 ราย จึงควรกำหนดระยะเวลาทุเลาการบังคับตามมติของ กสทช.ไว้จนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2561
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.ได้รับคำสั่งศาลจากศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2561 ในกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งพร้อมน้อมรับและปฏิบัติตามคำสั่งศาล ดังนั้น ที่สำนักงาน กสทช.ได้มีประกาศแจ้งให้ประชาชนที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ DTAC บนคลื่นความถี่ 850 MHz รีบย้ายไปใช้บริการบนคลื่นความถี่อื่น ในค่ายเดิม หรือโอนย้ายค่าย ภายในวันที่ 15 ก.ย. 2561 นั้น เมื่อศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวลงมา ทำให้ประชาชนที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ DTAC บนคลื่นความถี่ 850 MHz ยังคงสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2561 ตามคำสั่งศาล
          นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DTAC กล่าวว่า คำสั่งศาลเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทาน โดย บริษัทจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าที่ยังเป็นซิมเดิมในระบบสัมปทานกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT โอนย้ายระบบต่อไป ทั้งนี้ การใช้งานคลื่นความถี่ในระหว่างการเข้าสู่มาตรการเยียวยานั้น บริษัทจะนำรายได้ให้รัฐตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ
          นางอเล็กซานดรา กล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2561 อนุมัติให้ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด หรือ DTN ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 99.99% และบริษัทเข้าทำสัญญาระงับข้อพิพาทและให้บริการเกี่ยวกับเสาโทรคมนาคม และสัญญาการใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมกับ CAT โดยคู่สัญญาต่างได้เข้าลงนามในสัญญาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2561 ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถให้บริการกับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องภายหลังสิ้นสุดสัญญาให้ดำเนินการ และระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคมที่มีอยู่กับ CAT
          โดยสัญญาระงับข้อพิพาทและให้บริการเกี่ยวกับเสาโทรคมนาคม บริษัทจะทำการโอนกรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคมที่บริษัทได้จัดหามาตามสัญญาให้ดำเนินการให้บริการวิทยุโทรคมนาคมระบบเซลลูลาร์ระหว่าง CAT และบริษัท (สัญญาให้ดำเนินการ) คืนให้แก่ CAT โดย CAT ตกลงที่จะระงับข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคมทั้งหมด และให้บริษัท และ DTN ใช้บริการพื้นที่เสาโทรคมนาคมเหล่านั้นเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ
          ทั้งนี้ DTN จะเป็นผู้ให้บริการพื้นที่และบำรุงรักษาเสาโทรคมนาคมดังกล่าวเป็นระยะเวลาขั้นต้น 8 ปี โดยมีสิทธิขอขยายระยะเวลาอีกคราวละ 3 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดย DTN จะจ่ายค่าบริการชำระล่วงหน้าจำนวน 3,266 ล้านบาท ณ วันลงนามในสัญญา และจะชำระค่าบริการเสาโทรคมนาคมรายเดือนให้กับ กสท รวมเป็นเงินจำนวนประมาณ 1,689 ล้านบาท/ปี
          ส่วนสัญญาการใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมนั้น DTN จะขอใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมจาก CAT ภายใต้สัญญาการใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมซึ่งมีระยะเวลา 8 ปี โดยมีระยะเวลาการใช้บริการขั้นต่ำของแต่ละอุปกรณ์แตกต่างกันในช่วง 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทและลักษณะการใช้งานของอุปกรณ์ และ DTN มีสิทธิในการขยายระยะเวลาได้อีกคราวละ 1 ปี
          ทั้งนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ DTN จะต้องจ่ายให้กับ CAT เป็นค่าตอบแทนการใช้ในส่วนของระบบสื่อนำสัญญาณและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องคิดเป็นเงินประมาณ 810 ล้านบาท/ปี และอุปกรณ์โทรคมนาคมภายใต้สัญญาให้ดำเนินการ คิดเป็นเงินประมาณ 226-790 ล้านบาท/ปี ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวภายหลังสัญญาให้ดำเนินการสิ้นสุดลง
          ขณะที่การบรรลุข้อตกลงซึ่งนำมาสู่การลงนามสัญญาในครั้งนี้ นับเป็นมิติใหม่ครั้งแรกของวงการโทรคมนาคมไทย และเพื่อลูกค้า DTAC จากนี้ไปทั้ง 2 ฝ่าย จะเป็นพันธมิตรร่วมกันในเชิงกลยุทธ์เสริมสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยต่อไป ข้อตกลงทั้ง 2 สัญญา ยังก่อให้เกิดความชัดเจนในการประกอบธุรกิจของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวหมดความเสี่ยง และทำให้ใช้งานเสาโทรคมนาคมและอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่อง
          “จากข้อตกลงระงับข้อพิพาทดังกล่าว CAT จะให้ DTN ใช้บริการเสาโทรคมนาคมดังกล่าวจำนวน 8,815 แห่งทั่วประเทศ โดย DTN จะชำระค่าขอใช้เสาโทรคมนาคมล่วงหน้าในวันเซ็นสัญญาให้กับ CAT เป็นจำนวนรวม 3,200 ล้านบาท และจะชำระค่าบริการทั้ง 2 สัญญา มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท/ปี โดยสัญญามีระยะยาวขั้นต้น 8 ปี และสามารถต่ออายุได้ ดังนั้นลูกค้า DTAC สามารถมั่นใจในการใช้งานหลังหมดสัมปทาน” นางอเล็กซานดรา ไรซ์ กล่าว
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT กล่าวว่า การลงนามในสัญญาในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของผู้ให้สัมปทานและผู้รับสัมปทานคลื่นความถี่ที่ร่วมธุรกิจกันมาอย่างยาวนาน จะได้พลิกสู่บทบาทใหม่ในเชิงกลยุทธ์ต่อเนื่อง และนับเป็นการต่อยอดภาพรวมของธุรกิจและสร้างรายได้ใหม่ให้กับ CAT ที่ผ่านมาบริษัทเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลและโทรคมนาคมชั้นนำของชาติ ซึ่งประกอบกิจการโทรคมนาคมและให้บริการทางด้านโทรคมนาคมหลากหลายรูปแบบ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ การให้บริการเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมในครั้งนี้จึงเป็นแนวทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายร่วมกันอย่างลงตัว รวมทั้งประชาชนและประเทศชาติ