ทีโอทีฮึดสู้ลุยรีแบรนด์โมบาย เปิด4Gพร้อมHotspotคลื่น2300สิ้นปี

 ทีโอทีเดินหน้าลุยธุรกิจมือถือต่อ ประกาศรีแบรนด์ทีโอที 3 จี เป็น "TOT Mobile" เร่งสปีดเพิ่มลูกค้า ปักธงสิ้นปีลูกค้า 7 แสนเลขหมาย รายได้โมบายแตะ 1.4 หมื่นล้านบาท หลังครึ่งปีแรกโชว์รายได้แล้ว 8,000 ล้านบาท
          นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย บมจ.ทีโอที เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจโมบายในปีนี้ของทีโอทีมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยผลดำเนินงาน 6 เดือนแรก มีรายได้ 8,000 ล้านบาท กำไร 3,200 ล้านบาท และกำไรสุทธิกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งรายได้หลักมาจากสัญญาเป็นพันธมิตรให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่น 2300 MHz กับ "ดีแทค" 375 ล้านบาท/เดือน และเป็นพันธมิตรกับ "เอไอเอส" บนคลื่น 2100 MHz อีก 325 ล้านบาท/เดือน
          ขณะที่จำนวนลูกค้าในส่วนที่ใช้งานของทีโอทีเอง มีราว 120,000 เลขหมาย แบ่งเป็นลูกค้ารายย่อย 55,000 เลขหมาย องค์กร 65,000 เลขหมาย และยังมีลูกค้าของผู้เช่าใช้โครงข่าย (MVNO) อย่างเพนกวิน, ล็อกซเล่ย์, ดาต้า ซีดีเอ็มเอ และล่าสุด ฟิล เทเลคอม รวมอีก 580,000 ราย ทำให้ยอดลูกค้าทั้งหมดอยู่ที่ 619,700 เลขหมาย เพิ่มจากปีที่แล้วกว่า 500,000 ราย โดยสิ้นปีนี้ตั้งเป้าลูกค้าทั้งหมด 700,000 ราย และมีรายได้จากธุรกิจโมบาย 14,000 ล้านบาท
          "ตอนนี้มีรายได้ที่ทีโอทีทำตลาดเองแค่ 200-300 ล้านบาท ดังนั้นทีโอทีต้องพยายามหาลูกค้าเพิ่ม สร้างบริการเพิ่มรายได้ โดยตั้งเป้าเฉพาะส่วนนี้ 1,000 ล้านบาท และมีลูกค้า 1 ล้านรายภายในปี 2562 เราถึงจะเริ่มอยู่ได้"
          โดยล่าสุดได้รีแบรนด์บริการโมบายจากทีโอที 3 จี เป็น "TOT Mobile" และเตรียมเปิดให้บริการ 4G อย่างเป็นทางการในเดือน ธ.ค.นี้ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "4G Hotspot TOT" บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (fixed wireless broadband) ด้วยโครงข่ายของคลื่น 2300 MHz ซึ่งจะเริ่มทดลองให้บริการช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เจาะกลุ่มลูกค้าประเภทที่ไม่ได้ใช้งานประจำ เช่น นิสิต นักศึกษา ร้านอาหารต่าง ๆ รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่การให้บริการทางสายไม่คุ้มค่า หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม บ้านพักที่อยู่อาศัย โดยค่าบริการเริ่มต้นที่ 299 บาท/เดือน ความเร็ว 10/5 Mbps มีอุปกรณ์ให้เลือกทั้งแบบภายในอาคารและนอกอาคาร โดยตั้งเป้าผู้ใช้งาน 500 ราย ใช้งบฯการตลาดประมาณ 25 ล้านบาท
          "ตอนนี้ตลาดเขาแข่งทำราคากันเยอะ ไปจับตลาดแมสมันยาก เราก็หนีมาจับตลาดที่ทำเป็นโปรเจ็กต์ ตลาดองค์กร กลุ่ม SMEs ส่วนซิมท่องเที่ยวก็พยายามทำอยู่ แต่ว่ากลุ่มลูกค้าจีนก็สู้ทรูไม่ได้ ฝั่งยุโรปก็มีดีแทค จึงต้องหาช่องทางอื่น"
          ขณะเดียวกันยังเน้นกลยุทธ์ขยายบนฐานลูกค้าเดิม ซึ่งทีโอทีมีลูกค้าโทรศัพท์ประจำอยู่ที่ 3 ล้านราย บรอดแบนด์ 1 ล้านราย จึงจะทำแคมเปญให้สิทธิพิเศษเพื่อขายพ่วงบริการโมบายให้ลูกค้าด้วย อาทิ ให้ใช้เบอร์บ้านโทร.เข้าเบอร์ทีโอทีฟรี รวมถึงการเจาะตลาดใหม่เพิ่ม อาทิ อุปกรณ์ไอโอที, เซ็นเซอร์ต่าง ๆ, มิเตอร์ไฟฟ้า-ประปา ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีฐานลูกค้าเดิมในกลุ่มนี้คือ ธนาคารที่ใช้เครื่องรูดบัตร (Electronic Data Capture) กว่า 30,000 เครื่อง
          ทั้งในอนาคตเมื่อพันธมิตรของทีโอทีขยายโครงข่ายได้ครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว จะมีการปรับให้ซิมการ์ดของทีโอทีรองรับคลื่นได้ทั้งคลื่น 2100 MHz ซึ่งให้บริการ 3G และ 2300 MHz ที่ให้บริการ 4G โดยเตรียมลงทุนเพิ่มเพื่อพัฒนาระบบหลังบ้านเพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปกติแต่ละปีทีโอทีจะใช้งบประมาณลงทุนส่วนนี้ราว 40-50 ล้านบาท แต่ในส่วนของสถานีฐานได้ใช้การทำงานร่วมกับพันธมิตร จึงไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
          สำหรับแนวทางการควบรวมกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) เป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ยังต้องดูทิศทางว่า จะควบรวมส่วนธุรกิจโมบายด้วย หรือแยกไปตามสัญญาเดิมในรูปแบบของ business unit mobile เพราะปัจจุบันแต่ละบริษัททำสัญญาพันธมิตรกับเอกชนไว้ และวางตัวเป็นเน็ตเวิร์กโพรไวเดอร์ไว้ถ่วงดุลตลาด

          บรรยายใต้ภาพ 
          ทิ้งแบรนด์เดิม - หลังเปิดตัว "TOT3G" พร้อมปูพรมโครงข่าย 3G หวังลุยตลาดโมบายตั้งแต่ปี 2552 แต่ก็สะดุดทั้งจำนวนสถานีฐานและลูกค้าที่มีแค่หลักหมื่น ล่าสุดเปลี่ยนโมเดลให้พันธมิตรสร้างโครงข่ายแทน ก็ต้องรอดูว่าจะทำตลาดเองได้แค่ไหน