TRUEจ่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฯ ค้านส่งรายได้ช่วงเยียวยาคลื่น 1800 MHz

TRUE จ่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฯ หลัง กสทช.ส่งหนังสือแจ้งมติอย่างเป็นทางการ กรณีบอร์ด กสทช.มีมติให้นำส่งรายได้บริการมือถือบนคลื่น 1800 MHz ในช่วงเยียวยา จำนวน 3,381.95 ล้านบาท
          นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า กรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีมติให้ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TRUE ต้องนำส่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในช่วงคุ้มครองผู้ใช้บริการนับตั้งแต่วันที่เข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวตามประกาศคณะกรรมการ กสทช. เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานหรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 จำนวน 3,381.95 ล้านบาทนั้น ทรูมูฟไม่เห็นด้วยกับมติของ กสทช.ดังกล่าว และทรูมูฟอยู่ระหว่างรอหนังสือแจ้งมติอย่างเป็นทางการจาก กสทช.จึงจะสามารถพิจารณารายละเอียดเพื่อประกอบการดำเนินการได้
          “เราไม่เห็นด้วย เพราะ กสทช.ให้เราหักค่าใช้จ่ายได้แค่ 10% เท่านั้น ทั้งที่ในช่วงเยียวยาเราไม่สามารถทำการตลาดได้เลย ลูกค้าน้อยลงเรื่อย ๆ แต่เรายังต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม ซึ่งจริง ๆ ต้องให้เราหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด และขณะนี้เรายังไม่ได้หนังสือแจ้งมติอย่างเป็นทางการจาก กสทช. แต่เมื่อได้รับแล้วจะนำมาพิจารณา และตามกระบวนการก็จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเลย” นายวิเชาวน์ กล่าว
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบเกณฑ์และผลการพิจารณาตรวจสอบรายได้แผ่นดินนำส่งคลังของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในช่วงระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการกรณีคลื่นความถี่ 1800 MHz โดยเห็นชอบให้บริษัท ทรูมูฟ จำกัด บริษัทย่อยของ TRUE นำส่งเงินรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 1800 MHz ในช่วงคุ้มครองผู้ใช้บริการ นับตั้งแต่วันที่เข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว ตามประกาศ กสทช.เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 จนถึงวันที่สิ้นสุดระยะเวลาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 1800 MHz ในระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการ หรือตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2556-3 ธ.ค. 2558 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,381.95 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้เคยมีคำสั่งตามมติที่ประชุมครั้งที่ 17/2558 ให้ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด นำส่งรายได้ช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2556-17 ก.ค. 2557 ไปแล้ว เป็นจำนวน 1,069.98 ล้านบาท ดังนั้นจึงมีคำสั่งให้ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด จะต้องนำส่งเงินรายได้เพิ่มเติมเป็นจำนวน 2,311.97 ล้านบาท พร้อมนำส่งดอกผลและดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดขึ้น มายังสำนักงาน กสทช. เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป
          ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.จะมีคำสั่งทางปกครองส่งไปกับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด เพื่อให้ดำเนินการตามมติ โดยหากมีความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากมติของที่ประชุม กสทช.สามารถส่งหนังสือขอทบทวนมติดังกล่าวมาได้ และสามารถฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน