"ดีแทค"ไม่แฟร์

สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม
          15 กันยายนนี้ สัมปทานคลื่นความถี่ 850 เมกะ  เดินเฮิรตซ์ ระหว่างบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด หน้าชน(มหาชน) หรือ "แคท" ที่ทำกันมานาน 27 ปีจะสิ้นสุดลงก่อนหน้านี้ "ดีแทค" และ "แคท" ทำแผนคุ้มครองลูกค้ากรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน ยื่นต่อคณะกรรมการกิจ การกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขอเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวให้ลูกค้า "ดีแทค" ที่ยังอยู่ในระบบสัมปทานเดิมต่อไป  
          "ดีแทค" คงจะรู้ว่าอาจไม่ได้รับการเยียวยาจาก กสทช.เลยไปฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอใช้มาตรการคุ้มครองชั่วคราว โดยจับลูกค้าบางส่วนเป็นตัวประกันว่าถ้าไม่เยียวยาซิมของลูกค้าจะดับ
          ขณะที่ทาง กสทช.มีการประชุมเพื่อหารือเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา แต่ยังมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ทั้งในแง่กฎหมายและปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา
          ทั้งนี้ กสทช.อาจจะไม่มีฐานอำนาจทางกฎหมายที่ จะให้ "ดีแทค" เข้าสู่มาตรการเยียวยาได้ เพราะ กสทช. จัดประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้ "ดีแทค" เข้ามาประมูลเพื่อนำคลื่นไปให้บริการลูกค้าที่ยังค้างในระบบแล้ว แต่ "ดีแทค" ไม่เข้าประมูลเอง
          นอกจากนี้ ข้อมูลลูกค้าของ "ดีแทค" ที่จะได้รับผลกระทบก็ยังไม่ชัดเจน โดยลูกค้า "ดีแทค" บนคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ มี 346,000 เลขหมาย แบ่งเป็นผู้ใช้บริการคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ 95,000 เลขหมาย ที่เหลือ 251,000 เลขหมาย ยังไม่สามารถแยกได้ว่า เป็นผู้ใช้บริการคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 1800 เมกะเฮิรตซ์
          ส่วนที่ "ดีแทค" อ้างว่า กสทช.เคยเยียวยาให้บริษัท ทรู มูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด ในเครือเอไอเอส เลยหวังว่าจะได้รับการเยียวยาบ้าง แต่ทว่าเงื่อนไขและสถานการณ์มันต่างกัน เนื่องจากครั้งนั้น กสทช.เปิดประมูลคลื่นความถี่ใหม่ล่าช้า ไม่ใช่ความผิดของเอกชน จึงต้องมีมาตรการเยียวยาให้โอนย้ายผู้ใช้บริการกับทั้ง 2 บริษัท
          แต่กรณีของ "ดีแทค" ต่างกับ 2 บริษัทดังกล่าว เพราะ กสทช.จัดการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ "ดีแทค" ก็ไม่เข้าร่วมประมูล โดยตั้งแง่ หาข้ออ้างต่างๆ 
          ด้วยหวังจะเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน บีบให้ กสทช.ให้ "ดีแทค" เข้าสู่มาตรการเยียวยา เพื่อจะได้ใช้คลื่นฟรีต่อไป ซึ่งเป็นการเอาเปรียบรัฐและผู้ประกอบการรายอื่นๆ อย่างมาก
          เอาเปรียบรัฐ เพราะรัฐจะสูญเสียเงินรายได้จากการนำคลื่นความถี่มาประมูล มีมูลค่ากว่า 76,000 ล้านบาท
          เอาเปรียบคู่แข่งอย่าง "เอไอเอส" และ "ทรูมูฟ" ที่เข้าประมูลและแข่งขันราคากันอย่างเป็นธรรม โดยทุ่มเม็ดเงินประมูลคลื่นความถี่รายละเป็นแสนล้านบาท แต่ "ดีแทค" ลงทุนกับคลื่นความถี่เพียงไม่กี่หมื่นล้านบาท
          จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าที่ "ดีแทค" ไม่อยากจ่ายเงินประมูลคลื่นให้กับรัฐ เพราะอยากจ่ายให้กับผู้มีอำนาจบางคนหรือไม่
          ดังนั้น หน่วยงานตรวจสอบต่างๆ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ควรเข้าไปตรวจสอบว่ามีอะไรในกอไผ่หรือไม่กับสัมปทานเดิมของ "ดีแทค" ที่จะหมดอายุลง แต่อยากจะใช้คลื่นความถี่แบบเดิมต่อไปอีก
          ที่สำคัญก็คือ "ดีแทค" ขอเข้าสู่มาตรการเยียวยาในการใช้คลื่นความถี่ในสัมปทานเดิมไปจนกว่า กสทช.จะนำคลื่นความถี่ไปจัดสรรประมูลตามความเหมาะสมต่อไป ดังนั้นไม่ว่า กสทช.จะจัดประมูลคลื่นอีกกี่ครั้งก็ตาม "ดีแทค" ก็จะไม่เข้าประมูล ด้วยข้ออ้างต่างๆ นานา แล้ว "ดีแทค" ก็จะได้ใช้คลื่นฟรีๆ ต่อไปเรื่อยๆ 
          การที่ "ดีแทค" เล่นแง่ หาข้ออ้างไม่ร่วมประมูลคลื่นความถี่ แล้วจับเอาลูกค้าเป็นตัวประกัน เพื่อกดดันให้ กสทช.ใช้มาตรการเยียวยาไปจนกว่าจะนำคลื่นความถี่ไปประมูลใหม่...ดูแล้วไม่แฟร์เลย