TOTลั่นปีนี้สื่อสารไร้สายมีกำไร ตั้งเป้าปี61ลูกค้าพุ่ง7แสนราย

 TOT ลั่นปี 2561 ธุรกิจสื่อสารไร้สายมีกำไร หลัง 8 เดือนแรกมีกำไรสุทธิกว่า 500 ล้านบาท ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ลูกค้าพุ่ง 7 แสนราย พร้อมเปิดบริการ 4G Hotspot บนคลื่น 2300 MHz ในเดือน ธ.ค. 2561 เจาะกลุ่มพื้นที่ที่บริการทางสายเข้าถึงได้ง่าย
          นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของธุรกิจสื่อสารไร้สายปี 2561 คาดว่าจะมีกำไร หลังจากผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค. 2561) มีรายได้จากการดำเนินงานประมาณ 8,000 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 3,200 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิกว่า 500 ล้านบาท โดยบริษัทรับรู้รายได้จากการเป็นพันธมิตรกับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC บนคลื่น 2300 MHz เดือนละ 375 ล้านบาท และจาก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC บนคลื่น 2100 MHz เดือนละ 325 ล้านบาท
          นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายสิ้นปี 2561 จะมีลูกค้าของธุรกิจสื่อสารไร้สายอยู่ที่ 700,000 เลขหมาย แบ่งเป็นรายย่อยประมาณ 55,000 เลขหมาย ลูกค้าองค์กร ประมาณ 65,000 เลขหมาย และลูกค้าขายส่ง MVNO ประมาณ 580,000 เลขหมาย จากปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการจำนวน 619,700 ราย และปี 2562 ตั้งเป้าหมายมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านเลขหมาย
          ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 4/2561 บริษัทจะเริ่มทดลองนำ 4G Hotspot TOT บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (Fixed Wireless Broadband) ด้วยโครงข่ายของคลื่น 2300 MHz เพื่อให้บริการในพื้นที่ที่การให้บริการทางสายไม่คุ้มค่า ไม่เหมาะสม หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม บ้านพักที่อยู่อาศัย และจะเริ่มให้บริการ 4G อย่างเป็นทางการ ในเดือน ธ.ค. 2561 ที่ราคาเดือนละ 299 บาท ความเร็ว 10/5 Mbps มีอุปกรณ์ให้เลือกทั้งแบบภายในอาคาร และนอกอาคาร แต่ลูกค้าต้องใช้แบบอยู่กับที่
          นอกจากนี้ ในอนาคตหากพันธมิตรทางธุรกิจบนคลื่น 2100 MHz และพันธมิตรทางธุรกิจบนคลื่น 2300 MHz ขยายโครงข่ายได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ บริษัทจะอินทริเกรดซิมการ์ดให้สามารถใช้งานได้ทั้งคลื่น 2100 MHz ซึ่งให้บริการ 3G และคลื่น  2300 MHz ที่ให้บริการ 4G โดยอัตโนมัติ เปลี่ยนเป็นการให้บริการภายใต้แบรนด์ TOT Mobile ไม่มีการแยกเป็น 3G หรือ 4G จากเดิมที่ให้บริการภายใต้แบรนด์ TOT 3G โดยบริษัทเตรียมงบประมาณในการทำระบบหลังบ้านเพื่อให้บริการลูกค้าเพิ่มเติมอีกประมาณหลักสิบล้านบาท
          ขณะเดียวกัน บริษัทได้นำความจุของโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของทั้ง 2 ย่าน มาพัฒนาให้บริการกับลูกค้า ทั้งบริการขายส่ง กับพันธมิตร MVNO, บริการ International Roaming, บริการ IoT และบริการ solution แก่ลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าบรอดแบนด์ของบริษัท
          “บริษัทพยายามหาช่องทางการตลาดเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีใครทำ และใช้ฐานลูกค้าบอร์ดแบนด์ของเราในการขายพ่วง รวมทั้งบริษัทยังมี MVNO ที่ให้ความสนใจทำธุรกิจกับเราอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายใหม่เข้ามา คือ ฟิล เทเลคอม จากเดิมที่มี ดาต้า ซีดีเอ็มเอ, แพนกวิน และ ล็อกซเล่ย์ ทำตลาดอยู่” นายรังสรรค์ กล่าว