ชี้"ทรู"แพ้ TOT-กสทช.จ่ายแสนล.

นักลงทุนผวา!เทขายหุ้นทรูร่วง
          "ทรู" ออกฤทธิ์เตรียมฟ้องกลับ "ทีโอที" หลังอนุญาโตตุลาการชี้ขาด สั่งจ่ายเงิน เน็ตเร็วสูงทีโอที 9.4 หมื่นล้านไม่รวมดอกเบี้ย ค้านมติบอร์ด กสทช.จ่ายค่าเยียวยาคลื่น 1800 กว่า 3 พันล้าน อ้างสูงเกินจริง "เอเซียพลัส" เผยหากสู้ตามขั้นตอนกฎหมาย ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำชี้ขาด ทรู ต้องตั้งงบสำรองกำไรขาดทุน 1 แสนล้าน
          กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในกลุ่มทุนสื่อสาร เป็นเพราะเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561 คณะอนุญาโตตุลาการซึ่งได้มีคำชี้ขาดให้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ชำระเงินค่าผิดสัญญาให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็น 2 ส่วน คือ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2544-สิงหาคม 2558 ไม่ต่ำกว่า 76,000 ล้านบาท และตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 -ธันวาคม 2560 ไม่ต่ำกว่า 18,200 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 9.4 หมื่นล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยนั้น
          เมื่อย้อนรอยข้อพิพาทของทั้ง 2 ฝ่ายนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2548 โดย ทีโอที ได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ ระบุว่า บริษัทละเมิดข้อตกลงในสัญญาร่วมการงานและร่วมลงทุนขยายบริการโทรศัพท์โดยให้บริการหรือยินยอมให้ผู้อื่นนำอุปกรณ์ในระบบไปให้บริการอินเตอร์เน็ต ความเร็วสูง (ADSL) และเรียกค่าเสียหายจากการขาดรายได้จากการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL)
          นอกเหนือจากเรื่องข้อพิพาทกับ ทีโอที แล้วดูเหมือนทั้ง 2 วันดังกล่าวเป็นวันที่ไม่ถูกโฉลกกับ "ทรู" เอาเสียเลย เพราะมติคณะกรรมการ กสทช.ในวันนั้นให้บริษัทในเครือ คือ บริษัท ทรู มูฟ จำกัด ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ชำระค่าเยียวยาผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,381.95 ล้านบาท หลังสัญญาสัมปทานมือถือสิ้นสุดเมื่อเดือนกันยายน 2556 ทั้ง 2 ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นถ้าถึงที่สุดแล้ว ทรู พ่ายคดีต้องจ่ายค่าเสียหายมูลค่าประมาณ 97,381 ล้านบาท
          แต่ทว่าหลังมีคำพิพาทมีหรือทรู จะยอมจ่ายค่าเสียหายได้ง่ายๆ พร้อมกับทำหนังสือชี้แจงถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย โดยระบุว่าบริษัทไม่เห็นด้วยกับมติของที่ประชุมกสทช. ให้นำส่งเงินรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 3,381.95 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเกินจริง
          ขณะที่เรื่องการเรียกค่าเสียหายจากการขาดรายได้จากการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) ซึ่งบริษัทได้รับคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ให้บริษัทต้องชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยนั้น บริษัทขอเรียนให้ทราบว่า คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดและบริษัทได้พิจารณาแล้ว ไม่เห็นพ้องกับคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว ประกอบกับคำชี้ขาดดังกล่าวถูกชี้ขาดโดยคะแนนเสียงข้างมาก โดยคณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วย ซึ่งบริษัทจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไปเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว
          นอกจากนี้แล้วบริษัทจะยื่นคำร้องต่อศาลที่มีอำนาจภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย (ปกติคือ 90 วัน) ในขณะนี้ บริษัทกำลังศึกษาคำชี้ขาดร่วมกับฝ่ายกฎหมาย และยังรอความเห็นจากอนุญาโต ตุลาการฝ่ายข้างน้อยซึ่งยังไม่ได้รับจากสถาบันอนุญาโตตุลาการ หลังจากที่ศาลชี้ขาดแล้วก็อาจมีการอุทธรณ์กันต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
          ด้านนักวิเคราะห์อย่างเช่น ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส จก. ได้วิเคราะห์กับข้อพิพาทของ "ทรู" ว่า กรณีเลวร้ายสุด หากต่อสู้กันตามขั้นตอนของกฎหมายจนถึงที่สุด คือ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง อุทธรณ์ไปจนถึงศาลปกครองสูงสุด และไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากคำชี้ขาดของอนุญาโตฯ TRUE จะต้องตั้งสำรองในงบกำไรขาดทุน โดยหากคำนวณดอกเบี้ยส่วนเพิ่มถึงเดือนสิงหาคม 2561 จะคิดเป็นรายจ่ายประมาณ 100,000 ล้านบาท สูงกว่าคาดการณ์กำไรของ TRUE ในแต่ละปี กระทบมูลค่าพื้นฐานของหุ้น TRUE ประมาณ 3 บาทต่อหุ้น
          สำหรับกระบวนการศาลต้องใช้เวลาอีกยาวนานขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้น หากแพ้คดีก็ยังไม่มีตัวเลขที่แน่นอน จึงยังคงประมาณการกำไรและมูลค่าพื้นฐานเดิมไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจน อีกทั้ง ด้วยความเสี่ยงทางคดีที่มีอยู่ แม้ทางพื้นฐานแนะนำซื้อ แต่ในระยะสั้น แนะนำให้ชะลอการลงทุนไปก่อน
          สำหรับความเคลื่อนไหว ราคาหุ้นบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2561 เปิดซื้อขายลดลง 0.05 บาท หรือ 0.85% อยู่ที่ 5.80 บาท ระหว่างวันลดลงต่ำสุดที่ 5.70 บาท และปรับขึ้นสูงสุด 5.95 บาท ส่วนราคาปิดของวันอยู่ที่ 5.85 บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,003.57 ล้านบาท ทั้งนี้ รวม 2 วัน (6-7 กันยายน) ราคาลดลง 0.55 บาท หรือ 8.59% มูลค่าซื้อขายรวม 6,042.44 ล้านบาท
          ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 พบว่า มีรายได้รวม 106,283.55 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,650.51 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.29 บาท โดยคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.08%