เอกชนจี้กระจายโอกาสธุรกิจ"การค้า-บริการ"

กรุงเทพธุรกิจ นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อีอีซีได้ผลักดันโครงการใน เฟสแรกสำเร็จแล้วเช่นการออกกฎหมายอีอีซี การออกทีโออาร์โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งนับจากนี้จะเร่งดำเนินงาน ในเฟส 2 จะเน้นในเรื่องการใช้กลไกที่มีอยู่ ปรับเปลี่ยนประเทศ และทำอย่างไรให้ประโยชน์ที่ได้ตกลงไปสู่พื้นที่ และประเทศชาติ มากที่สุด ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินการ 6 เดือน
          นอกจากนี้ จะมีการประสานงานกับชุมชน อย่างใกล้ชิด ช่วยผลักดันโครงการต่างๆที่ชุมชนต้องการมาก แต่หากผลักดันในกระบวนการปกติ อาจจะช้าหรือไม่ผ่านการพิจารณาจากส่วนกลาง ซึ่งอีอีซีจะเป็นผู้ที่ เข้ามาผลักดันโครงการเหล่านี้ร่วมกับชุมชน นำโครงการเข้าสู่การพิจารณาของหน่วยงาน ระดับสูงได้เร็วขึ้น และจะช่วยผลักดัน ด้านต่างๆ ให้โครงการเกิดขึ้นได้จริง
          ทั้งนี้ เห็นว่าควรจะเร่งผลักดันโครงการสร้างเส้นทางเชื่อมโยงจากสนามบินอู่ตะเภาเข้าไปยังพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อกระจาย นักท่องเที่ยวที่จะมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา ที่คาดว่าอีก 5 ปีจะมีจำนวน 15 ล้านคนเข้ามา ท่องเที่ยวที่ระยองมากขึ้น ซึ่งโครงการนี้จะต้องเร่งดำเนินการทันที เพื่อให้ทันต่อการเปิดสนามบินอู่ตะเภาในอีก 5 ปี ข้างหน้า
          นายนพดล ตั้งทรงเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง กล่าวว่า การลงทุนใน อีอีซี จะกระจุกตัวอยู่ใน 8 นิคมฯของระยอง ซึ่งการลงทุนเหล่านี้จะเกิดประโยชน์แต่ใน ภาคอุตสาหกรรม แต่คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์น้อย ดังนั้นการพัฒนาจะต้องให้การส่งเสริม กับธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ด้านการเกษตร การค้าให้มากขึ้น เพื่อให้รายได้ที่เกิดจาก อีอีซี เข้าสู่ประชาชนส่วนใหญ่
          นายสายันต์  อิ่มสม-สมบูรณ์  ผู้จัดการโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงนี้ ในตอนแรกตั้งใจจะสร้างมาจนถึงจังหวัดระยอง แต่ติดปัญหาการสร้างผ่าน พื้นที่มาบตาพุด ที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จำเป็นต้องทำอีไอเอใหม่ ซึ่งจะทำให้ โครงการรถไฟความเร็วสูงนี้ล่าช้ากว่ากำหนดที่จะต้องเสร็จพร้อมกับสนามบินอู่ตะเภา ดังนั้นจึงได้ตัดเส้นทางมาสิ้นสุดที่สนามบิน อู่ตะเภา อย่างไรก็ตามการสร้างรถไฟความเร็วสูง มาเชื่อมจ.ระยองเป็นเรื่องที่สำคัญ จึงได้ผลักดัน ส่วนต่อขยายนี้ขึ้น คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ ภายในช่วงปลายปี 2567 ช้ากว่าโครงการ รถไฟความเร็วสูงที่ไปถึงสนามบินอู่ตะเภาเพียง 1 ปี
          สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้เปิดทีโออาร์ไปแล้วเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา และคาดว่าจะได้ผู้ชนะการประมูล และเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ในช่วงต้นปี 2562 จากนั้นจะเดินหน้าก่อสร้างทันที ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2566
          นายสมยศ  ธนพิรุณธร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจและบริการกลุ่มผลิตภัณฑ์ บมจ. กสท. โทรคมนาคม กล่าวว่า กสท.เป็นรัฐวิสาหกิจพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศ โดยจะเข้าไปพัฒนาอีอีซี ในเรื่องของดิจิทัลพาร์ค และเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมในอีอีซี ล่าสุดได้จับมือกับผู้ประกอบการจีน ดำเนินโครงการวางเคเบิลใต้น้ำไปยังฮ่องกง เพื่อเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยงไปยังจีน มูลค่าการลงทุนกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งจะทำให้อีอีซี สื่อสารไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว และยังได้เร่งพัฒนาระบบ 5 จี ในพื้นที่อีอีซีอีกด้วย
          นายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง กล่าวว่า ชาวระยองจะต้องรับรู้และติดตามความคืบหน้าทุกระยะอย่างใกล้ชิด และ เข้ามามีส่วนร่วมเสนอแนะ โดยอีอีซี ควรจะจัด เวทีให้ความรู้ รับข้อเสนอจากชุมชนในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งคนระยองจะต้องรักษาสิทธิสร้างโอกาสสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งจะต้องร่วมทำงานอย่างใกลิชิดกับอีอีซี
          บรรยายใต้ภาพ
          นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ดำเนิน รายการเวทีเสวนา "EEC คนระยองได้อะไร?" โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมเวทีฯ