ทัพนักลงทุนจีน เยือน EEC

 ดร.วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม  
          ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
          ข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคงเป็นข่าวที่มุขมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน Mr. Wang Yong พาคณะนักลงทุนเกือบ 200 บริษัท 600 คน มาเยือนไทยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ศกนี้ ไฮไลต์ของการมาครั้งนี้คือการศึกษา พัฒนาความร่วมมือในการลงทุน และเยี่ยมชมดูความพร้อมของพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกของเราหรือ EEC นั่นเองครับ
          ทาง Mr.Wang Yong ได้กล่าวปาฐกถานำว่าจีนได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับไทย โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและภาคอุตสาหกรรมอย่างยิ่ง ปัจจุบันถึงแม้ปริมาณการลงทุนในไทยอยู่ในลำดับที่ 3 แต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ ในครั้งนี้ทางนักลงทุนจีนได้ร่วมลงทุนกับฝ่ายไทยในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดระยอง เพื่อเป็นพื้นฐานในการรองรับภาคอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ได้เปิดรับให้นักลงทุนไทยไปลงทุนในจีนมากยิ่งขึ้น ในภาคการท่องเที่ยว ไทยถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดของนักท่องเที่ยวจีน ปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวจีนได้สูงถึง 10 ล้านคนต่อปีและคงเพิ่มอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายได้กล่าวฝากว่าจีนยังคงยืนหยัดในนโยบายการเปิดการค้าเสรี เน้นการ ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีนเพื่อรองรับระบบการค้าแบบเปิด
          ท่านรองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้กล่าวยืนยันความพร้อมของประเทศไทยที่มีความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจในปัจจุบัน จากอัตราการเจริญเติบโตของ GDP อย่างต่อเนื่องจาก 0.9% ในอดีตสู่ 4.8% ในปีที่ผ่านมา การเพิ่มของทุนสำรองระหว่างประเทศ อัตราส่วนหนี้สาธารณะที่ต่ำเพียง 40% ของ GDP
          นอกจากนี้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก็รุดหน้าไปตามเป้าหมาย เช่น รถไฟ รถไฟฟ้า ถนน รัฐบาลได้เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล และสุดท้ายโครงการ EEC ได้เป็นรูปธรรมพร้อมรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve สุดท้ายคือการพัฒนาเมืองในรูปแบบ Smart City ที่อยากเชิญชวนจีนให้นำประสบการณ์มาร่วมในการลงทุนพัฒนาครั้งนี้
          หลังจากนั้นได้มีการอภิปรายทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายจีน โดยรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขาธิการ BOI ส่วนจีนได้ให้นักลงทุน ที่มีประสบการณ์การลงทุนในไทยมาถ่ายทอดความรู้สึก การประชุมครั้งนี้จบลงด้วยการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจที่เรียกว่า Business Matching ผลสัมฤทธิ์จะเป็นประการใด จะไปติดตามและนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไป