อเล็กซานดรา ไรช์ "ดีแทค"ต้องยิ่งใหญ่อีกครั้ง

 ปานฉัตร สินสุข
          วันที่ 15 ก.ย.นี้ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น(ดีแทค) จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับบมจ.กสท โทรคมนาคมจากที่ครบการอยู่ในสัมปทานมา 27 ปีเต็ม ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ดีแทค ได้ซีอีโอคนใหม่ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกที่นั่งในเก้าอี้นี้ โดยเธอเองมีความพยายามเต็มเปี่ยมที่จะพาดีแทคก้าวผ่านปัญหาและจะทำให้ดีแทคกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
          ภารกิจแรกดีแทคต้องได้เยียวยา
          นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารดีแทค เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา การเข้ามาในฐานะซีอีโอ ต่อจากนายลาร์ส นอร์ลิ่งที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ เธอ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้าไปประชุมร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยประเด็นที่มีการหารือกันคือดีแทคอยากจะให้กสทช.ในการคุ้มครองลูกค้าดีแทคที่ยังคงเหลืออยู่ในระบบสัมปทานกับกสทฯ ในคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 400,000 ราย ซึ่งนี้คือภารกิจแรกที่เธออยากจะทำให้สำเร็จในฐานะซีอีโอ
          เนื่องด้วยลูกค้าเป็นกลุ่มที่อยู่ต่างจังหวัดโดยในอดีตมาตรการเยียวยาฯ ผู้ใช้บริการเคยมี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคลื่นความถี่ย่าน1800 ของบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) บริษัทลูกของ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ของเอไอเอส ดังนั้น จะเห็นได้ว่าผู้ใช้บริการของทั้งสองคลื่นความถี่ล้วนได้รับความคุ้มครองให้สามารถใช้บริการต่อเนื่อง ต่อไปได้ตามปกติ
          ดังนั้น ดีแทคก็ควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเช่นเดียวกันกับผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่นทั้งๆ ที่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะหากลูกค้า ดีแทคที่ไม่ประสงค์จะย้ายค่ายก็ควรได้รับ ความคุ้มครองเช่นเดียวกัน
          "การเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานนั้นยังเป็นการทำรายได้ให้กับรัฐ ตามข้อกำหนดจะเห็นได้ว่าผู้ให้บริการไม่สามารถ แสวงหาผลประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวได้ อีกทั้งตามประกาศ กสทช ยังกำหนดให้รายได้ ระหว่างการให้บริการในระยะเวลาคุ้มครองจะต้องเป็นของรัฐ ผู้ให้บริการเป็นเพียงผู้รับรายได้แทนรัฐเท่านั้น เมื่อได้รับรายได้มาผู้ให้ บริการทำได้เพียงหักต้นทุนค่าใช้จ่าย และนำส่วนที่เหลือส่งเข้ารัฐเป็นรายได้ของแผ่นดินต่อไป จึงจะเห็นได้ว่าผู้ให้บริการไม่สามารถแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ในช่วงดูแลลูกค้า"
          เมินคลื่น900เพราะไม่ตอบโจทย์
          ที่ผ่านมายังมีกระแสข่าวว่า ดีแทคไม่ยอมเข้าร่วมประมูล จึงไม่ควรมีการบังคับใช้ ประกาศมาตรการเยียวยาฯกับกรณีของ ดีแทค ข้อเท็จจริงก็คือ คลื่นความถี่ที่ดีแทคถือครอง อยู่เป็นคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ แต่การจัดประมูลเป็นการจัดประมูลคลื่น 900 ซึ่งเป็นคนละคลื่นความถี่กัน ประกอบกับที่ผ่านมา มีความไม่แน่นอน ในการจะนำคลื่นความถี่ใด ออกประมูลหรือไม่ออกประมูลมาโดยตลอด ดีแทคจึงไม่อาจทราบได้แน่ว่า จะมีการนำคลื่น 900 ออกประมูลหรือไม่อย่างไร
          ดังนั้น แม้ดีแทคจะเข้าร่วมและชนะการประมูลดังกล่าวดีแทคอาจต้องใช้เวลาประมาณอย่างน้อย 2 ปี เพื่อเตรียมการสำหรับ ให้บริการบนคลื่นความถี่ใหม่ ผู้ใช้บริการของ ดีแทคจึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับความคุ้มครองตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ในระหว่างที่ดีแทคยังไม่พร้อมเริ่มให้บริการเช่นเดียวกัน
          นอกจากนี้ การจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 ยังมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ใบอนุญาตให้ผู้ชนะการประมูลต้องรับผิดชอบแก้ไขปัญหาเรื่องคลื่นรบกวนทั้งหมด แต่เพียง ผู้เดียวพร้อมทั้งติดตั้งระบบป้องกันการกวนสัญญาณทั้งหมดอีกทั้งกสทช. ยังสงวนสิทธิ์ปรับเปลี่ยนช่วงคลื่นความถี่ได้กรณีจำเป็น ซึ่งเงื่อนไขต่างๆทั้งหมดก่อให้เกิดต้นทุนสูงมาก และไม่มีใครสามารถระบุได้แน่นอนว่าจำนวน เงินที่แท้จริงจะเป็นเท่าใด อีกทั้ง ยังมีความไม่แน่นอนหากมีการปรับเปลี่ยนช่วงคลื่น อาจทำให้ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมดความเสี่ยงดังกล่าวทำให้ดีแทคไม่เข้าร่วมประมูลได้
          หวังพาดีแทคกลับสู่ความยิ่งใหญ่
          เธอ กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามาทำงานได้เห็น ทรัพย์สินของดีแทคที่มีค่าอย่างมาก 3 อย่างคือ แบรนด์, ลูกค้า 21.6 ล้านราย และมีพนักงานที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวกัน ดังนั้น ดีแทคมีศักยภาพที่จะกลับมาเป็นผู้ชนะ ในตลาดอีกครั้ง แต่ดีแทคไม่ใช่เพียงจะคำนึงแค่เรื่องรายได้ และส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ต แชร์)แต่สิ่งที่จะเน้นคือการทำให้ลูกค้ากลับมาเชื่อมั่นดีแทค ชื่นชอบในแบรนด์
          ดังนั้น เวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะเปลี่ยนบริษัทให้ไปสู่การเป็นคอนซูเมอร์ เซ็นทริกยึดเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และในช่วงนี้จะเป็นช่วงปรับเปลี่ยนองค์กร อยากจะปรับปรุงวิถีการทำงาน สิ่งที่จะทำคือเราจะโหมขยายคลื่นความถี่ 2100 และ 2300 เมกะเฮิรตซ์ให้ได้มากที่สุดเพื่อลดผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงการเปลี่ยนผ่าน
          ภารกิจหลักในการทำงานฐานะซีอีโอคือตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาสิ่งที่ได้พบและ สัมผัสจากการทำงานในดีแทค คือต้องการจะมุ่งใน 3 ประเด็นคือ 1.คุ้มครองลูกค้าซึ่งเป็นการรับผิดชอบร่วมกันของกสทช.และกสทฯ 2.การก้าวสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่าน ดีแทคจะตรงไปตรงมากับลูกค้า และ 3.มองเป้าหมายระยะยาวที่เป็นสถานะของ ดีแทค ซึ่งตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตอบ แต่อยู่ระหว่างการวางแผนการทำงานร่วมกับ ทีมงานที่เข้มแข็งต่อไป
          "สิ่งสำคัญคือดีแทคมีศักยภาพเพียงพอที่จะกลับมายิ่งใหญ่ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมแผนงานและตั้งทีมงานในการดูแลเรื่องนี้ ซึ่งคร่าวๆตนให้เวลาตัวเอง 1 ปีครึ่งที่จะทรานฟอร์มและเปลี่ยนผ่านดีแทคให้ไปสู่ในสิ่งที่ควรจะเป็น สร้างความเข้มแข็งในแบรนด์ให้ดีมากๆขึ้น ยึดเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางของการบริการ ทั้งเรื่องค่าบริการและการรับรู้"
          คร่ำหวอดวงการโทรคมนาคม
          นางอเล็กซานดรา เคยดำรงตำแหน่ง ซีอีโอ เทเลนอร์ ฮังการี และเป็นหัวหน้ากลุ่มเทเลนอร์ในยุโรปกลาง ก่อนหน้านี้ได้เริ่มทำงานในกลุ่มเทเลนอร์ในปี 2559 ในตำแหน่งหัวหน้าธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ กลุ่มลูกค้าองค์กรสวิสคอม หลังจากที่ได้ผ่านอาชีพการเป็นนักลงทุนในธุรกิจธนาคาร
          นางอเล็กซานดรา ได้เป็นผู้ริเริ่มในการเปิดตัวธุรกิจออนไลน์ และทำธุรกิจดิจิทัลสตาร์ทอัพ ในปี 2529 โดยในปี 2544 นางอเล็กซานดรา ได้ เริ่มงานในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ในตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ที-ออนไลน์ ออสเตรีย หลังจากนั้นดำรงตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ 3จี ฮัทชิสัน ออสเตรีย และ รองประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการซันไรส์ นางอเล็กซานดรา เกิดที่ประเทศออสเตรีย จบการศึกษา ทางด้านการจัดการธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเวียนนา
          ดีแทคมีศักยภาพที่จะกลับมายิ่งใหญ่ได้ ขณะนี้เตรียมแผนงานและตั้งทีมคร่าวๆ ให้เวลาตัวเองไว้ 1 ปีครึ่ง
          อเล็กซานดรา ไรช์

          บรรยายใต้ภาพ 
          อเล็กซานดรา ไรช์