"ดีอี"ลุยเซ็นเอ็มโอยูจีน5ฉบับ

กรุงเทพธุรกิจ-"ดีอี"หนุนกสทฯ-ดีป้าลุย เอ็มโอยูจีน รุกเคเบิลใต้น้ำ ทดสอย 5จีพร้อมกับการพัฒนาอีอีซี สตาร์ทอัพ ฮับ รวมถึงการพัฒนาสถาบันไอโอที และดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ ชี้ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการ บูรณาการเทคโนโลยีช่วยยกระดับประเทศ
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงการประชุม "คณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน" ครั้งที่ 6 ว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้มีโอกาสเชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นๆ และทั่วโลกด้วยเทคโนโลยี ทั้งในแง่ของการลงทุนและ การพัฒนาบุคลากรในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมทั้ง การใช้ดิจิทัลในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม
          การประชุมดังกล่าว ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนในหลายด้าน นำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ถึง 10 ฉบับ มีในส่วนของ กระทรวงดีอี และหน่วยงานในสังกัดฯ 5 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมเพื่อการศึกษาร่วมกันในโครงการร่วมก่อสร้างระบบเคเบิลใต้น้ำเชื่อมโยงระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของไทย และเขตการปกครองพิเศษฮ่องกง เป็นการลงนาม ข้อตกลงความร่วมมือเพิ่มเติมระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)  และ บริษัท CAC Telecom International Limited (CAC) ประเทศจีน
          2. บันทึกข้อตกลงเพื่อการศึกษา ร่วมกันในโครงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย  เป็นการลงนาม ข้อตกลงความร่วมมือเพิ่มเติมระหว่าง CAT และ CAC ของจีน ต่อยอดจากข้อตกลงความร่วมมือการก่อสร้างระบบเคเบิล ใต้น้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษา ร่วมกันถึงความเป็นไปได้ในการลงทุน ก่อสร้างศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ตใน ประเทศไทย ที่คลอบคลุมถึงรูปแบบ การลงทุนและความร่วมมือทาง ธุรกิจ แผนการดำเนินการและการตลาด เพื่อให้มาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ
          อีก 3 ฉบับ เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กับภาครัฐ และภาคเอกชนของจีน ได้แก่ 1. ความร่วมมือในการพัฒนาสนามทดสอบและพันธมิตรเพื่อนำเทคโนโลยี 5จี ระหว่างดีป้า และ บริษัท หัวเว่ย ประเทศไทย
          2. ความร่วมมือพหุภาคีในการพัฒนาอีอีซี และ 3. ความร่วมมือในการพัฒนาสถาบันไอโอทีและดิจิทัลพาร์คประเทศไทย เพื่อแสวงหาโอกาสและความเป็นไปได้ในการลงทุนในดิจิทัลพาร์คร่วมกัน โดยความร่วมมือทั้ง 3 ฉบับนี้ มีกำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 2 ปี