ญี่ปุ่นจัดตั้ง "หน่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์" ในกองกำลังป้องกันตนเอง

กระทรวงการป้องกันประเทศของญี่ปุ่นจะจัดตั้ง "หน่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์" ในกองกำลังป้องกันตนเองทางบก เพื่อป้องกันการโจมตีระบบสื่อสาร และการสอดแนมข้อมูลลับผ่านเครือข่ายออนไลน์
          หน่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์จะจัดตั้งขึ้นในกองกำลังป้องกันตนเองทางบกภาคตะวันตก ภายในเดือนมีนาคม 2019 โดยเป็นหน่วยรบไซเบอร์หน่วยแรกที่อยู่ในกองกำลังป้องกันตนเอง หรือก็คือกองทัพของญี่ปุ่น
          หน่วยงานนี้จะมีหน้าที่สร้างและป้องกันระบบการสื่อสารให้ปลอดภัย รวมทั้งในกรณีที่เจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในหมู่เกาะห่างไกลที่ไม่มีระบบสื่อสารที่ได้รับประกันความปลอดภัยได้
          กองกำลังป้องกันตนเองทางบกภาคตะวันตกรับผิดชอบพื้นที่ครอบคลุมเกาะคิวชู โอกินาวะ และเกาะที่ห่างไกล รวมทั้งเกาะเซ็งกากุ ที่ญี่ปุ่นครอบครองอยู่ แต่จีนและไต้หวันก็อ้างกรรมสิทธิ์ โดยฝ่ายจีนได้ส่งเรือทั้งเรือทหารและเรือประมงเข้ามาในน่านน้ำในพื้นที่พิพาทอยู่เป็นประจำ
          หน่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์นี้จะมีเจ้าหน้าที่ราว 40 นาย และจะปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เดือนเมษายน ปีหน้า โดยจะร่วมมือกับหน่วยงาน อื่นๆ เช่น หน่วยเคลื่อนที่เร็วที่มีศูนย์บัญชาการที่เมืองสะเสะโบ ในจังหวัดนางาซากิ
          ปกติแล้ว กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นจะสื่อสารด้วยระบบที่เชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ตในปฏิบัติการทั่วไป แต่ในการสื่อสารที่เป็นความลับก็จะใช้ระบบปิดที่ไม่มีการเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม ในบริเวณหมู่เกาะที่เป็นพื้นที่พิพาทนั้นยังไม่มีโครงข่ายสื่อสารของกองกำลังป้องกันตนเอง การเข้าสู่ระบบจึงมีโอกาสถูกสอดแนมหรือก่อกวนได้ กระทรวงการป้องกันประเทศจึงต้องจัดตั้งหน่วยพิเศษนี้ขึ้นมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบสื่อสารในพื้นที่
          ในปีนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังจะทบทวนแนวทางปฏิบัติงานด้านการป้องกันประเทศ เพื่อรับมือ การโจมตีทางไซเบอร์ รวมทั้งสงครามอวกาศและสงครามอิเล็กทรอนิกส์ และจะจัดตั้งศูนย์บัญชาการใหญ่ที่มีเจ้าหน้าที่ราว 430 นายในเดือนมีนาคม ปีหน้า และทางกระทรวงการป้องกันประเทศจะพิจารณาเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เป็น 1,000 นายในอนาคต รวมทั้งจะสรรหาผู้เชี่ยวชาญภายนอก และแฮกเกอร์ที่ยินดีจะช่วยเหลือรัฐบาลมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยรบไซเบอร์นี้ด้วย.