TRUEปลดล็อกขาดทุนครึ่งหลังผงาดเพิ่มกำไร

 ทันหุ้น- จับตาผลงาน TRUE ครึ่งปีหลัง 2561 แนวโน้มสดใสตั้งแต่ Q3/2561 จาก จำนวนผู้ใช้บริการและรายได้จาก ARPU ที่เพิ่มขึ้น เตรียมเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ใน Q4/2561หนุนยอดขาย-มาร์จิ้นเพิ่ม พร้อมปรับประมาณการกำไรปี 2561-62 เพิ่มขึ้น เป้าหมาย 9 บาท
          บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่าหลังจากที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2561 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ออกมาดีแล้ว ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2561 ของ TRUE ดีขึ้น โดยพลิกจากที่มีผลขาดทุนสุทธิ 2.4 พันล้านบาทในครึ่งปีหลัง 2560 มาเป็นกำไรสุทธิ 9.7 พันล้านบาท เนื่องจากมีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ออกไปให้กับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF.BK/DIF TB)
          ในขณะที่ผลการดำเนินงานจากธุรกิจหลักก็พลิกมาเป็นกำไรในครึ่งปีแรก 2561 ที่ 304 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 2.9 พันล้านบาท เนื่องจากรายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 5.08 หมื่นล้านบาทจากรายได้ของ TrueMove H  (ธุรกิจมือถือ) และ True Online (ธุรกิจบรอดแบนด์) ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าผลประกอบการของ TRUE ยังมีแนวโน้มสดใสในช่วงครึ่งปีหลัง 2561 ตั้งแต่ไตรมาส 3/2561 เป็นต้นไปเนื่องจาก 1. คาดว่ารายได้จะโตจากจำนวนผู้ใช้บริการ TrueMove H ที่เพิ่มขึ้น และ ARPU ที่เพิ่มขึ้น  2. ค่าตัดจำหน่ายลดลงหลังจากที่บริษัทบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 1.2 หมื่นล้านบาทไปตั้งแต่ไตรมาส 2/2561 ซึ่งคาดว่าจะทำให้สามารถประหยัดต้นทุนไปได้ประมาณ 3.6 พันล้านบาทต่อปี และ 3. การเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในไตรมาส 4/2561 ซึ่งจะช่วยหนุนยอดขายและมาร์จิ้นของเครื่องมือถือ
          อัพกำไรปี 2561-62
          อย่างไรก็ตามจากที่ผลการดำเนินงานจากธุรกิจหลักในช่วงครึ่งปีแรก 2561 ออกมาดีกว่าคาด ฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการกำไรปี 2561-62 โดยได้ปรับสมมติฐานที่สำคัญคือ 1. ปรับลดสมมติฐานรายได้ปี 2561-62 ลง 7% และ 5% ตามลำดับ เพื่อให้สอดคล้องกับการที่ TRUE ปรับลดเป้ารายได้ค่าบริการปีนี้ลง 2. ปรับลดสมมติฐานต้นทุนลดลง 10-11% ในปี 2561-62
          3. ปรับลดสมมติฐานค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ลง 13% ในปี 2561 และ 12% ในปี 2562 และ 4. ปรับลดรายการพิเศษลงจากเดิม 3 หมื่นล้านบาท เหลือราว 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลังจากการปรับสมมติฐานต่างๆ แล้วทำให้ประมาณการผลการดำเนินงานจากธุรกิจหลักพลิกจากเดิมที่คาดว่าจะขาดทุน 3.9 พันล้านบาท และ 4.9 พันล้านบาทในปี 2561-62 มาเป็นกำไร 967 ล้านบาท และ 3.2 พันล้านบาทในปี 2561-62 ตามลำดับ
          เคาะเป้าหมาย 9 บ.
          การปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้นเพื่อสะท้อนถึงผลประกอบการที่ดีเกินคาดในครึ่งปีแรก 2561 ซึ่งหลังจากการปรับสมมติฐานต่างๆ แล้วทำให้ประมาณการกำไรหลักอยู่ที่ 967 ล้านบาท และ 3.2 พันล้านบาท ในปี 2561-62 ตามลำดับ ภายใต้ประมาณการใหม่ และขยับไปใช้ราคาเป้าหมายครึ่งแรกปี 2562  ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 9.00 บาท (DCF) ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"TRUE เนื่องจากราคาตลาดปัจจุบันยังมี Upside อยู่สูง
          ทางด้านสำนักวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า ผู้บริหารของ TRUE ยังคงเชื่อว่าปี 2561 บริษัทจะกลับมามีกำไรจากการดำเนินงาน โดยจะมีการเติบโตที่สูงในไตรมาส 3/2561  โดยที่มีประเด็นสำคัญคือ บรอดแบนด์ และมือถือ ทั้งนี้ TRUE ไม่มีความสนใจที่จะเข้าประมูลคลื่นความถี่ โดยจะเน้นไปที่การพัฒนาเครือข่ายเดิมแทน และมองว่าคลื่นความถี่ของคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นจะไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของ TRUE และเชื่อว่าหากมีการปรับเงื่อนไขการชำระเงินคลื่น 900MHz ในอนาคตจะส่งผลต่อคลื่น 900MHz ของ TRUE ด้วย
          อย่างไรก็ดี TRUE ต้องเพิ่มลูกค้าแบบ Prepaid เพื่อให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น 1 ล้านราย รวมกับบรอดแบนด์ 2 แสนราย และ Postpaid 3.5 แสนรายภายในสิ้นปี 2561 คิดเป็นลูกค้า Prepaid เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว และ TRUE มีเวลาเพียง 2 ไตรมาสก่อนที่ผลของ IFRS15 จะทำให้ TRUE ต้องลงการอุดหนุนค่าเครื่องในงบกำไรขาดทุน โดยมองว่าการเติบโตของลูกค้าแบบ Prepaid จะมาจากทางภาคอีสาน เนื่องจากส่วนแบ่งการตลาดในบริเวณนั้นยังต่ำ และเป็นพื้นที่ของ ADVANC แนะนำให้ "ซื้อ" โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 8.40 บาท (DCF)