ดึงต่างชาติประมูล"อีอีซีดี"

 "ดีป้า" เผยร่างทีโออาร์ คืบหน้า 70% เปิดประมูล ธ.ค.นี้
          กรุงเทพธุรกิจ"คณิศ" คาดร่างทีโออาร์ประมูลพัฒนา "อีอีซีดี" จ.ชลบุรี เสร็จ พ.ย.นี้ หวังเอกชนร่วมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รองรับลงทุนธุรกิจนวัตกรรมดิจิทัล "ณัฐพล" เผยไทย-เทศแสดงความสนใจลงทุน
          นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยว่า กพอ.เห็นชอบ โครงการพัฒนาเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา รวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการ EECd โดยหลังจากนี้จะเตรียมแนวทางเพื่อดำเนินการ ในรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) และแต่งตั้งคณะกรรมการพีพีพี ขึ้นมาดำเนินงานในรูปแบบเดียวกับโครงการอีอีซี ฟาสต์แทรค ซึ่งจะมีการศึกษาโครงการในระยะเวลา 2-3 เดือน และทำทีโออาร์ ได้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้ รวมทั้งเปิดประมูลให้เอกชนร่วมลงทุนภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้
          นายคณิศ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนและพัฒนาโครงการ EECd เพราะต้องการให้มีการลงทุนของบริษัท และธุรกิจดิจิทัลของบริษัทชั้นนำในพื้นที่ ซึ่งเอกชนที่เข้ามาร่วมกับภาครัฐในการลงทุนโครงการนี้จะต้องไปชักชวนและคัดเลือกบริษัทเอกชนที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุนและทำวิจัยในพื้นที่ เช่น บริษัทไมโครซอฟต์ บริษัทกูเกิล โดยภาครัฐจะสนับสนุนในเรื่องของสิทธิประโยชน์และการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับอาคาร โครงสร้างพื้นฐาน
          ส่วนการบริหารพื้นที่และเป็นผู้พัฒนาในโครงการและโมเดลธุรกิจจะเป็นหน้าที่ของ บริษัทเอกชน ซึ่งการดำเนินการในรูปแบบนี้ จะมีความคล่องตัวในการทำงานและสามารถดำเนินงานได้สำเร็จมากกว่าที่ให้ภาครัฐดำเนินงานเองซึ่งจะทำงานล่าช้ากว่าร่างทีโออาร์คืบหน้า 70%
          นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล อยู่ในคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก ผู้ลงทุน ซึ่งขณะนี้กำลังร่างทีโออาร์ที่จะ เปิดประมูลในรูปแบบพีพีพี โดย EECd อยู่ในที่ดินราชพัสดุของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของสถานีเคเบิลใต้น้ำและสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และกรมธุรกิจพลังงาน และการเปิดประมูลครั้งนี้จะให้สิทธิเอกชน เข้ามาบริหารพื้นที่ 700 ไร่ เพื่อให้เป็น ดิจิทัล ปาร์ค ไทยแลนด์
          ทั้งนี้ ร่างทีโออาร์มีความคืบหน้าแล้ว 60-70% และในเบื้องต้นกำหนดให้ผู้ประมูลต้องวางแผนพัฒนาที่ครอบคลุมการใช้งาน คือ 1.พื้นที่สำหรับการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ 2.พื้นที่สำหรับการตั้งดิจิทัล เทคโนโลยี แคมปัส เพื่อรองรับการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สมองกลฝังตัว (Embedded System) 3.พื้นที่สำหรับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 4.พื้นที่สำหรับการให้บริการบนระบบคลาวด์ เช่น การบริการโครงสร้างพื้นฐาน การบริการ แพลตฟอร์ม การบริการซอฟต์แวร์
          "การพิจารณาหาผู้ชนะประมูล ยังดูจากปัจจัยอื่นด้วย เช่น ส่งเสริมให้เกิดดิจิทัล คอนเทนต์หรือไม่ และส่งเสริมให้เกิด อีคอมเมิร์ซหรือไม่"
          ไต้หวัน-มาเลเซียสนประมูล
          สำหรับผู้ที่ชนะการประมูลและ ได้รับสิทธิการบริหารพื้นที่เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลจะเป็น ผู้จัดสรรการใช้พื้นที่ในรูปแบบต่างๆ ตามที่ ทีโออาร์กำหนด รวมทั้งจะเป็นผู้ประสานให้
          ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเป้าหมาย เข้ามาตั้งธุรกิจในพื้นที่ EECd เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการให้เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล มีเป้าหมาย เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้ง ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อ รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น หุ่นยนต์
          นายณัฐพล กล่าวว่า ที่ผ่านมามี ผู้ประกอบการหลายรายที่สนใจเข้าร่วมการพัฒนาครั้งนี้ โดยผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะอยู่ในกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ทั้งในส่วนกลางและในภูมิภาค เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ผู้ประกอบการจากต่างประเทศที่สนใจ เช่น มาเลเซีย ไต้หวัน
          เร่งจัดตั้งสถาบันไอโอที
          นายณัฐพล กล่าวว่า ในพื้นที่ EECd จะมีการจัดตั้งสถาบันไอโอที (IoT Institute) เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลแห่งอนาคต ซึ่งสถาบันไอโอทีดำเนินงานภายใต้ ความร่วมมือของเครือข่ายพันธมิตรไอโอที แห่งประเทศไทย และจะเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล รวมทั้ง เป็นศูนย์ทดสอบทดลองนวัตกรรมดิจิทัลโดยเฉพาะด้านไอโอทีและระบบอัจฉริยะให้กับธุรกิจขนาดเล็กและนักเรียน นักศึกษา
          โดยภาครัฐเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจภายในประเทศผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมด้านดิจิทัล โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จากต่างประเทศ เช่น การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลระดับอาเซียน หรือการลงทุนโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงซึ่งจะมีทั้งการลงทุนจากโครงการนี้เกิดขึ้นและเป็นการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลให้รองรับอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงตามนโยบายของรัฐบาล
          "มีเอกชนหลายรายสนใจประมูล ทั้งบริษัทไทย และต่างชาติ"
          ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์