กสทช.แจง TOR โครงการ NET โปร่งใสทุกขั้นตอน

กสทช. เปิด TOR โครงการ NET ห่างไกล Zone C จำนวน 15,723 หมู่บ้าน ดำเนินการด้วยความโปร่งใสทุกขั้นตอน ใช้การประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Bidding ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ" เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า โครงการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) หรือที่เรียกกันว่า โครงการ NET ห่างไกล Zone C ในส่วนที่สำนักงาน กสทช. รับผิดชอบ จำนวน 15,723 หมู่บ้าน เป็นโครงการที่สนับสนุนโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศของรัฐบาล ที่จะขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านของประเทศไทย สำนักงาน กสทช. ดำเนินโครงการนี้ด้วยความโปร่งใสทุกขั้นตอน ใช้การประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Bidding ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่เข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม ซึ่งมีตัวแทน 6 คนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เป็นผู้สังเกตการณ์โครงการในทุกขั้นตอนตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ การจัดทำขอบเขตของงาน (TOR) ไปจนกระทั่งจบโครงการ
          ทั้งนี้ ขอบเขตของงานตามโครงการนี้ต่างจากโครงการ NET ชายขอบ 3,920 หมู่บ้านในครั้งที่แล้วเป็นการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงโดยจะต้องมีการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกเพื่อขยายบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังหมู่บ้านเป้าหมาย ฉะนั้นคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประกวดราคาในโครงการนั้นจึงกำหนดว่าต้องเป็นผู้รับใบอนุญาตโทรคมนาคมแบบที่ 3 ประเภทมีโครงข่าย จากสำนักงาน กสทช. เท่านั้นจึงจะเข้าร่วมประกวดราคาเป็นผู้ดำเนินโครงการได้ ส่วนโครงการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความ เร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) นี้ เป็นการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายที่มีโครงข่ายพาดผ่านแล้ว ดังนั้น สำนักงาน กสทช. จึงได้กำหนดขอบเขตของงานให้เปิดกว้าง เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้มีผู้เข้าร่วมการประกวด ราคามากที่สุด โดยได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอเข้าร่วมประกวดราคา เป็นผู้รับใบอนุญาตโทรคมนาคมแบบที่ 1 หรือแบบที่ 3 จากสำนักงาน กสทช.
          อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการดำเนินงานที่ผู้ให้บริการมีข้อผูกมัดตามสัญญาที่จะต้องจัดให้มีบริการและการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 5 ปี จึงได้กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตแบบที่ 1 ที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง ที่ได้รับใบอนุญาตแบบออโตเมติกไลเซ่นส์ จะต้องมีรายได้จากการประกอบกิจการทางด้านโทรคมนาคมในรอบปีที่ผ่านมา หรือเฉลี่ยต่อปีนับตั้งแต่เริ่มประกอบกิจการย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี มูลค่าไม่ต่ำกว่า 10% ของเงินลงทุนของแต่ละสัญญาซึ่งไม่นับรวมค่าใช้จ่ายในการดำเนิน งานของโครงการระยะ 5 ปี (OPEX) เพื่อเป็นหลักประกันเบื้องต้นได้ว่าบริษัทที่ชนะการประกวดราคาในโครงการนี้ เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์และมีเงินลงทุนในการดำเนินการที่เพียงพอ สามารถดำเนินงาน ตามโครงการได้ ไม่ก่อให้เกิดการทิ้งงานจนเกิดความเสียหาย ทั้งนี้ เพราะหากเกิดการทิ้งงานจะเกิดผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลซึ่งไม่มีทางเลือกมากนักในการเข้าถึงบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างไรก็ตาม พบว่ามีจำนวนผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม จำนวนกว่า 60 ราย มีคุณสมบัติที่สามารถเข้าร่วมประกวดราคาได้ในครั้งนี้