"Dtac AI Lab"เชื่อมความรู้สองโลก "วิชาการ-ธุรกิจ"

กรุงเทพธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของพฤติกรรมผู้บริโภคทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งทำความเข้าใจและ หาเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน ขณะที่ โลกการศึกษาซึ่งมีหน้าที่ผลิตคนป้อนเข้าไปเป็นกำลังหลักในแต่ละอุตสาหกรรมก็ต้องวิ่งตามความต้องการของธุรกิจใหม่ให้ทันเช่นกัน
          Dtac AI Lab หรือ ห้องปฏิบัติการ ล้ำสมัยด้านปัญญาประดิษฐ์ เป็นอีก ความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างดีแทค และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญอยู่ที่ การพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์ข้อมูลกับกรณีศึกษาจริงทางธุรกิจที่ดีแทคจัดทำขึ้น
          โดยดีแทคจะมีนักวิจัยชั้นนำที่จะ เป็นโค้ชในการพัฒนาความสามารถใน การพัฒนาอัลกอริทึมและ AI เพื่อจัดการกับความท้าทายทางธุรกิจ
          ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญจาก SIIT และนักศึกษาจะได้ทำงานกับกรณีศึกษาจริงทางธุรกิจเพื่อฝึกทักษะและใช้ AI ในระดับต่อไป
          ดร.อุกฤษฎ์ ศัลยพงษ์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ช่องทางการขายและการบริหารผลการปฏิบัติงานของดีแทค กล่าวถึงแนวทางการทำงานเพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจจากการใช้ดิจิทัล (Digital Transformation) ไว้ว่า ด้วยสภาพแวดล้อมของการแข่งขันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่แน่นอน ยุ่งยาก และไม่ชัดเจน เป็นปัจจัยที่ดีแทคตัดสินใจวางกลยุทธ์ ร่วมมือกับ SIIT ในการสำรวจ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อรองรับความท้าทายทางธุรกิจของวันพรุ่งนี้
          ในความร่วมมือนี้ ทางดีแทคจะ ช่วยในกระบวนการการดำเนินงานทางธุรกิจแบบอัตโนมัติ และสนับสนุน การนำเสนอแบบเฉพาะเจาะจงตรงกับ ความต้องการส่วนบุคคลของลูกค้า (customer personalization) ขั้นสูง
          โดย dtac AI Lab จะเป็นแหล่ง ข้อมูลการเรียนรู้ และนวัตกรรมที่ทันสมัย สำหรับให้ นักศึกษาได้เรียนรู้ว่า Machine Learning ทำงานอย่างไร อีกทั้งเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ถึงความเชื่อมโยงกับความท้าทายทางธุรกิจในโลกแห่งความจริงด้วย
          ในอีกด้านของการนำ AI เข้ามา สนับสนุนธุรกิจ ดร.อุกฤษฎ์ บอก ดีแทคใช้ AI สำหรับการแนะนำในแอพพลิเคชั่น ซึ่งสามารถเพิ่มยอดขายในปัจจุบันได้ถึง 30%
          นอกจากนี้ AI ยังช่วยให้ดีแทคให้บริการลูกค้าได้ตามความต้องการในแบบเรียลไทม์โดยเฉพาะตามความต้องการของลูกค้าไม่เพียงแต่ในแอพพลิเคชั่นเท่านั้น แต่ใช้ได้ในศูนย์บริการ
          รวมทั้ง การนำแชทบอทมาใช้ใน การตอบคำถามของลูกค้า โดย 20% ผ่านทาง Facebook และ 30% ผ่านทาง SMS ซึ่งมีอัตราความถูกต้องของการตอบสนองสูงถึง 80%
          ทั้งนี้ ดีแทค กำลังดำเนินการติดตั้งระบบจอสัมผัส และจัดหาอุปกรณ์ไร้สาย ให้แก่พนักงาน เพื่อปรับปรุงโฉมศูนย์บริการ
          เป้าหมายคือการประสบการณ์โดย การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้งาน การใช้ระบบการจดจำใบหน้า และอุปกรณ์ที่ดำเนินการด้วยเสียงในการให้บริการที่มีความผิดพลาดที่น้อยที่สุด
          รวมทั้ง การออกแบบศูนย์บริการใหม่เพื่อให้ประสบการณ์ดิจิทัลแก่ลูกค้า พนักงานขายใช้อุปกรณ์ไร้สาย พร้อมมีระบบจอสัมผัสในถ่ายทอดข้อมูลโต้ตอบกับลูกค้าแบบเรียลไทม์
          ดร.อุกฤษฎ์ เผยว่าภายในระยะเวลา 2 ปี ดีแทคได้จัดตั้ง AI Lab จัดหาข้อมูล และตั้งโจทย์ความท้าทายทางธุรกิจไว้ในห้องปฏิบัติการนี้ ด้วยเงินทุนรวมทั้งสิ้น 12ล้านบาท
          ในระยะเริ่มต้น AI Lab จะมุ่งเน้นที่กระบวนการที่จะช่วยย่นระยะเวลาใน การทำงานโดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการทำงาน ตัวอย่างเช่น ดีแทค ร่วมมือกับ SIIT พัฒนาระบบการยืนยันตัวตน (ID verification system) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และความรวดเร็วในการประมวลผล การยืนยันการลงทะเบียนซิม เป็นต้น
          ด้าน ศ.ดร. ธนารักษ์ ธีระมั่นคง อาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในอนาคต อันใกล้ AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ การประมวลผลภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ (NLP) ที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร
          ที่น่าสนใจคือ ความสามารถของ AI ในการกรองข้อมูลจำนวนมหาศาลได้เร็วกว่ามนุษย์ ในแต่ละปีมีบทความทางวิชาการ 2.5 ล้านเล่มถูกตีพิมพ์ทั่วโลก ซึ่งการสรุปผลงาน วิจัยเป็นงานที่ยากและกระบวนการอัตโนมัติจะช่วยให้เราสามารถค้นหาความสัมพันธ์ ระหว่างบทความและเชื่อมโยงกันได้
          จากแนวโน้มดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยมีความต้องการให้นักศึกษาได้เรียนรู้ การทำงานกับภาคธุรกิจ อีกทั้ง ยังต้องการเพิ่ม ทักษะ การคิดแบบองค์รวม และการนำความรู้ ไปประยุกต์ใช้กับปัญหาจริงเป็นสิ่งสำคัญ และเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดดังกล่าวทางมหาวิทยาลัยจึงต้องการพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งที่มีทั้งกรณีศึกษา และข้อมูลที่ แท้จริงทางธุรกิจ โดยมองว่า การได้ร่วมทำงานกับภาคธุรกิจเป็นเรื่องที่สำคัญ
          โดย Dtac SIIT AI Lab จะช่วยให้สามารถเชื่อมโยงนักศึกษากับข้อมูลในโลกแห่งความจริง เพื่อส่งเสริมให้นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลรุ่นใหม่เข้าใจเหตุการณ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง
          "แล็บนี้ไม่เพียงแต่ผู้สอนจะสามารถสอนผู้เรียนได้เท่านั้น แต่นักศึกษายังสามารถเรียนรู้จากกันได้อีกด้วย"
          สำหรับ dtac AI Lab เปิดให้บริการแล้วที่สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต ซึ่งรองรับนักศึกษาเพื่อเข้ามาฝึกอบรมได้ถึง 200 คนต่อปี
          "กรณีศึกษาจาก โลกธุรกิจ และ เพิ่มทักษะนักศึกษารุ่นใหม่สู่ดิจิทัล'