ITEL จ่อประมูลUSO NETเฟส2 คาดได้งาน 1-2 สัญญา มูลค่า 3-4 พันล้าน

 ITEL แย้มครึ่งปีหลังคาดกำไร-รายได้โตไม่หยุด จ่อประมูลงาน USO NET เฟส 2 มูลค่า 20,000 ล้านบาท คาดได้ 1-2 สัญญา คิดเป็นมูลค่า 3,000-4,000 ล้านบาท ดันแบ็กล็อกพุ่ง 6,000-7,000 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 2,876 ล้านบาท
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากในช่วงครึ่งปีแรกที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 64.85 ล้านบาท และมีรายได้อยู่ที่ 859 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 60% ของเป้าหมายรายได้ปี 2561 ที่วางไว้ 1,400 ล้านบาท
          ทั้งนี้ ธุรกิจการให้บริการโครงข่ายวงจรสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง (Data Service) ในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่ารายได้จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากในช่วงครึ่งปีแรกที่มีรายได้อยู่ที่ 304 ล้านบาท เป็นไปตามปริมาณการเช่าโครงข่ายของลูกค้า รวมทั้งบริษัทยังมีรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตในโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน (USO NET) ของกสทช.ตั้งแต่ในช่วงไตรมาส 4/2561 ประมาณ 10 ล้านบาท/เดือน หรือมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 200 ล้านบาท/ปี
          นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 จากการให้บริการดูแลศูนย์รับฝากข้อมูลของบริษัท เจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งร่วมลงทุนกับพันธมิตร 2 ราย ได้แก่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการอยู่ที่ 30%
          อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมั่นใจว่าจะมีลูกค้าเข้ามาเซ็นสัญญาเช่าใช้บริการเพิ่มเป็นกว่า 60% ภายในสิ้นปี 2561 ตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างนำเสนอบริการศูนย์รับฝากข้อมูลให้กับธนาคารรัฐ 2 แห่ง ธนาคารสิงคโปร์ 1 แห่ง และบริษัทการบินอีก 1 แห่ง มูลค่ารวมประมาณ 300 ล้านบาท คาดว่าจะทราบผลในช่วงไตรมาส 3-4/2561
          ส่วนธุรกิจการให้บริการติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคมในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่ารายได้จะเติบโตเพิ่มขึ้นจากในช่วงครึ่งปีแรกที่มีรายได้อยู่ที่ 507 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีการรับรู้รายได้จากโครงการ USO NET อีกประมาณ 180-200 ล้านบาท ตามการส่งมอบงานภายในวันที่ 25 ก.ย. 2561 ส่วนที่เหลืออีก 30% รวมทั้งบริษัทได้งานติดตั้งสายใยแก้วนำแสงใต้ดินให้กับผู้ให้บริการมือถือ 2 ราย มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และยังได้รับสัญญาติดตั้งสายใยแก้วนำแสงเพื่อขยายโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ มูลค่ากว่า 450 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้บางส่วนจากสัญญาดังกล่าวในปีนี้
          ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมเข้าประมูลงานโครงการจัดให้มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) หรือ โครงการ NET ห่างไกล Zone C จำนวน 15,723 หมู่บ้าน จำนวน 8 สัญญญา มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดยื่นเอกสารเสนอราคาในช่วงกลางเดือน ก.ย. 2561 และประกาศผลผู้ชนะในช่วงต้นเดือน ต.ค. 2561 โดยบริษัทคาดหวังได้งาน 1-2 สัญญาในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ มูลค่ารวมประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท หรือไม่ต่ำกว่า 15% ของมูลค่ารวม
          ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ 2,876.05 ล้านบาท เป็นงาน Data Service 2,010.67 ล้านบาท งานให้บริการพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์ 139.62 ล้านบาท และงานให้บริการติดตั้งโครงข่าย 725.76 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 600-700 ล้านบาท และหากได้งานโครงการ NET ห่างไกล Zone C เข้ามาเพิ่มอีกประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท จะทำให้ Backlog ในปีนี้อยู่ที่เกือบ 6,000-7,000 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
          ดังนั้น ทำให้มั่นใจว่ารายได้ปี 2561 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 1,081.25 ล้านบาท และคาดว่ารายได้ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมากกว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่102.40 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้