กสทช.ส่งหนังสือ ปรับเน็ตชายขอบทีโอที 158 ล้านบาท

 เตือนแล้วไม่ฟัง ถนัดแต่แก้ตัว มากกว่าปรับปรุงระบบบริหารจัดการ ที่ไร้ประสิทธิภาพ บวกกับอาการเกียร์ว่างของบอร์ดทีโอทีทำให้วันนี้ค่าปรับความล่าช้าไม่ตรงตามสัญญาโครงการเน็ตชายขอบ 3,920 หมู่บ้านของ กสทช.ที่ทีโอทีชนะประมูลได้มา 3 พื้นที่ในวงเงินรวมกว่า 6 พันล้านบาท พุ่งสูงกว่า 158 ล้านบาท
          แหล่งข่าวจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กสทช.ได้ส่งหนังสือเรื่อง แจ้งการปรับตามสัญญาโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) ครั้งที่ 3 ถึงนายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ในยุคที่มีพล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ อดีต ผบ.สส.เป็นประธานบอร์ด โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่า 'ตามหนังสือที่อ้างถึงสำนักงาน กสทช.ลงวันที่ 31 พ.ค.2561 เรื่องการแจ้งการปรับตามสัญญาโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) ครั้งที่ 2 ซึ่งบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นคู่สัญญาจำนวนทั้งสิ้น 3 ฉบับ ดังนี้
          กลุ่มที่ 2 (ภาคเหนือ2) ส่วนที่ 1 การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) ตามสัญญาเลขที่ 0002/2560 และ กลุ่มที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ส่วนที่ 1 ตามสัญญาเลขที่ 0003/2560 และกลุ่มที่ 1 (ภาคเหนือ 1) ส่วนที่ 2 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) ตามสัญญาเลขที่ 0006/2560
          บัดนี้ เวลาได้ผ่านล่วงเลยมาเป็นลำดับแล้ว สำนักงานกสทช.ได้รับรายงานจากคณะกรรมการตรวจรับแจ้งว่า ทีโอที ยังมิได้ทำการส่งมอบตามสัญญาทั้ง 3 ข้างต้น ดังนั้น สำนักงาน กสทช.จำเป็นต้องแจ้งผลการคำนวณค่าปรับ โดยจะทำการปรับตามสัญญาข้อ 13.1 คือ ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของค่าบริการรายงวดตามสัญญาข้อ 5 จนกว่าจะส่งมอบหรือบอกเลิกสัญญา พร้อมกันนี้ สำนักงานกสทช.ขอแจ้งให้ทราบว่าค่าปรับตามสัญญาทั้ง 3 ฉบับจนถึงวันที่ 19 ก.ค. 2561 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 158,921,278.31 บาท (หนึ่งร้อยห้าสิบแปดล้านเก้าแสนสองหมื่นหนึ่งพันสองร้อยเจ็ดสิบแปดบาทสามสิบเอ็ดสตางค์)'
          แหล่งข่าวกล่าวว่าสิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงทีโอทีพูดเมื่อถูกถามถึงโครงการเน็ตชายขอบที่ชนะประมูลมา คือมักจะแก้ตัวเสมอว่าโครงการเน็ตชายขอบทั้ง 3 สัญญาดังกล่าวถึงแม้จะมีความล่าช้าไปบ้าง แต่ภาพรวมโครงการทั้งหมดต้องเสร็จตามกำหนดสัญญาในวันที่ 28ก.ย.2561 ที่จะถึงแน่นอน โดยเลี่ยงที่จะเปิดเผยขั้นตอนการทำงานที่ล่าช้า ทั้งๆที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นเกือบทุกขั้นตอน
          'ปัญหาที่เกิดขึ้นคือผู้บริหารไม่มีฝีมือพอที่จัดการโครงการนี้'โครงการนี้ ในส่วนของการรับงานจ้างเหมาก่อสร้างอาคาร USO NET พร้อมเฟอร์นิเจอร์ ทีโอทีเลือกผู้รับเหมาเป็น Joint Venture ประกอบด้วยบริษัท ไฮมีเดียเทคโนโลยี จำกัด และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เทพมงคลสุโขทัย 2531 โดยการดำเนินงานและรายละเอียดการจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างในพื้นที่เป็นภาระของ  Joint Venture คู่สัญญาของทีโอที ที่จะต้องดำเนินการเอง ทั้งนี้ทีโอทีจะทำการกำกับดูแล ตรวจสอบและควบคุมให้เป็นไปตามสัญญาโดยเคร่งครัดในทุกขั้นตอน ในการนี้คู่สัญญาต้องส่งแผนงานการดำเนินการต่างๆอย่างละเอียดให้ทีโอทีเห็นชอบเพื่อประกอบการดำเนินการ
          ทั้งนี้การดำเนินการในระหว่างการจัดทำข้อกำหนดเพื่อจัดจ้างสร้างอาคาร USO NET นั้น ทีโอที ได้พิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการก่อสร้างต่างๆ อันจะเป็นผลให้การก่อสร้างไม่เป็นไปตามสัญญาเพื่อนำมาประกอบการจัดทำข้อกำหนดแล้ว
          'ฝีมือของ เทพมงคล ที่จ้างผู้รับเหมาในพื้นที่ ยกตัวอย่าง ลองไปตรวจสอบอาคาร USO NET ที่จ.ชัยภูมิดู ไม่รู้ทำถูกมากกว่าทำผิดทีโออาร์ หรือไม่'
          ในส่วนของอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ ทีโอที กำหนดให้ต้องมีใบรับรอง มาตรฐาน BIFMA (The Business and Institute Furniture Manufacturer's Association) ซึ่งเป็นมาตรฐานทดสอบคุณภาพเฟอร์นิเจอร์ที่สากลยอมรับ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์หลายยี่ห้อที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า กสทช.ไม่ได้ระบุถึงอุปกรณ์มาตรฐานเทพถึงระดับนี้ แต่ทีโอทีกลับไปกำหนดมาตรฐานสูงส่งเพื่อหวังล็อกให้อุปกรณ์บางยี่ห้อเท่านั้น
          นอกจากนั้น ปัญหาที่ตามมาเป็นหางว่าวคือ ทีโอทีเลือกที่จะใช้วิธีจัดซื้อของเข้าคลัง ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ พรินเตอร์ อุปกรณ์ต่าง ๆ นานา ซึ่งถือว่าคนขายก็ชอบ เพราะไม่ต้องติดตั้ง ขายของเสร็จก็จบ คนซื้อก็ชอบ เพราะได้ค่าดำเนินการเร็วดี ไม่ต้องสนเรื่องติดตั้ง ความเสียหายในการขนส่ง อุปกรณ์ตกรุ่น การลงแอปพลิเคชัน ไดรฟ์เวอร์ต่าง ๆ โยนให้ผู้รับเหมาอาคารรับผิดชอบไปให้หมด
          'ไหนจะเรื่องการแบ่งงวดงาน, การขยายเขตงาน, การติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, พรินเตอร์, ไวไฟ, อุปกรณ์สำรองไฟ,อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า, กล้องวงจรปิด, การติดตั้งต่างๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้รับเหมาอาคารทั้งหมด'
          หากจะหาใครมาแอ่นอกรับผิดชอบ ค่าปรับ ในครั้งนี้ คงไปงมเข็มในมหาสมุทรจะง่ายกว่า เพราะสัญญาณความล่าช้าของโครงการปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้ถูกเปิดเผยตั้งแต่เดือนก.พ.หรือกว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งผู้บริหารทีโอทีก็ถนัดแต่แก้ตัว เมื่อจะมองผู้ใหญ่ระดับสูงกว่านั้น ก็เหลือแต่บอร์ดซึ่งกำกับดูแลเรื่องนโยบาย แต่ทำตัวเหนือปัญหา ไม่รับรู้ใดๆทั้งสิ้น
          ส่วนหนึ่งของปัญหาความล่าช้าของเน็ตชายขอบที่ชนะประมูลมา ปฎิเสธไม่ได้ว่าเกิดจากโครงสร้างที่ไร้ประสิทธิภาพ ที่บอร์ดชุดนี้ทำคลอดโครงสร้างนี้มากับมือ ไม่ว่าจะหวังล้างขั้วอำนาจผู้บริหารชุดเดิม หรือ เลือกฟังแต่พรรคพวกเปิดตำรานั่งฝันตามที่อยากจะได้ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ยุบแยกตัดทิ้งไป บางส่วนต้องเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมาใหม่ อ้างแต่เพียงว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป
          สำหรับสถานการณ์ในบอร์ดทีโอที ในปัจจุบันกำลังวิกฤตเพราะเชื่อว่าประธานบอร์ด พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ดูเหมือนจะไม่รับฟังกรรมการบอร์ดคนอื่น แม้กระทั่งชิต เหล่าวัฒนา ที่ครั้งหนึ่งเหมือนเป็นที่ปรึกษาข้างกายเนื่องจากประสบการณ์ของชิตกับการเป็นกรรมการบอร์ดทีโอที มากกว่า 2 ครั้งน่าจะเข้าใจวัฒนธรรมการทำงาน และการรับประทานของทีโอทีเป็นอย่างดี
          ส่วนคนอื่นนั้นแว่วว่ามีแต่พวกหวังดีประสงค์ร้าย อย่างล่าสุดความพยายามดันเรื่องอนุรุต อุทัยรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ (ป.) ที่ถูกย้ายไปเป็น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาธุรกิจภาครัฐ โดยให้ทำงานตามที่ กจญ. มอบหมาย และให้เป็นตำแหน่งเฉพาะตัวเท่านั้น จากปัญหาการออกมาพูดบนเวทีเสียงดังฟังชัด ขับไล่ กจญ. ที่สร้างปัญหาให้กับทีโอที ในการจัดตั้งบริษัทลูก NBN พร้อมชวนพนักงานมาแสดงพลังที่ทีโอที สำนักงานใหญ่แจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้กลับมาดำรงตำแหน่งเดิม
          'ปัญหาของเน็ตชายขอบชัดๆเลย คือ ไม่มีผู้บริหารที่รับผิดชอบโครงการโดยตรง ที่จะคอยไล่บี้กับ JV ที่รับเหมาเพราะทีโอทีถนัดเรื่องบรอดแบนด์ คนที่มีอยู่ถนัดแต่กุมเป้า ค้อมหัวเกือบถึงพื้นเท่านั้น รวมทั้งถนัดซื้อของเข้าคลังฟาดกันพุงปลิ้นก่อน ไม่สนเรื่องติดตั้งให้ JV รับผิดชอบไป อาจเพราะโครงสร้างมันบิดเบี้ยวไปหมด คนมีฝีมือไม่ได้ทำงาน จะแก้ไขได้ก็ต้องให้ประธานบอร์ด ช่วยสละเวลามาตัดสินใจสั่งการสักที เพราะบางเรื่องเป็นอำนาจของบอร์ด' แหล่งข่าวในทีโอทีระบายความอัดอั้นหลังรู้ว่าค่าปรับทะลุ 158 ล้านบาทไปแล้ว
          พล.อ.สุรพงษ์ ประธานบอร์ดทีโอที ทราบแล้วเปลี่ยน..

          บรรยายใต้ภาพ 
          พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์