"สมคิด"จี้บีโอไอเร่งทำแผนจูงใจดึงลงทุนภาคใต้

 'อาคม'สั่งทำถนนเชื่อมไฮสปีด-ทางคู่ทุกสถานี ขยับสถานีหัวหินอยู่ในเมือง 'สมคิด'จี้บีโอไอเร่งหาสาเหตุ ทำแผนจูงใจต่างชาติลงทุนภาคใต้
          'สมคิด'หัวโต๊ะประชุมบีโอไอ
          เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมและมอบนโยบายการทำงานแก่หัวหน้าสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศ ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทั้ง 14 แห่ง พร้อมด้วยนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลบีโอไอ ว่า ในช่วงเวลานี้ถือเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยที่จะทำการวางแผนเพื่อจูงใจนักลงทุนจากทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนในไทย เพราะฉะนั้นการชูเรื่องของยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (แอคเมคส์) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงการทำความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค (อาร์เซป) ที่จะเกิดขึ้นจริงในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งกรอบความร่วมมือที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนแต่เกิดขึ้นในพื้นที่ CLMVT (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม ไทย) ทั้งสิ้น
          นายสมคิดกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีกำหนด การเดินทางมาเยือนไทยของนักลงทุนจีนในเดือนสิงหาคมนี้ บีโอไอจึงจัดสัมมนาในวันที่ 24 สิงหาคม เพื่อให้ข้อมูลการลงทุนในไทย โดยเฉพาะโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยจะผสานงานผ่านเครือข่ายของธนาคารต่างๆ ของจีน เพื่อนำนักลงทุนมาดูลู่ทางการลงทุนในพื้นที่อีอีซีด้วย คาดว่าจะมีนักลงทุนจากประเทศจีน 100 คน และนักลงทุนชาวจีนในประเทศไทยอีก 100 คนตอบรับเข้าร่วมงานครั้งนี้ ขณะที่นักลงทุนญี่ปุ่นมีกำหนดเดินทางมาเยือนประเทศไทยในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ส่วนนักลงทุนฮ่องกงจะมาเยือนไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562
          จี้หาสาเหตุ-ทำแผนจูงใจลงทุนใต้
          นายสมคิดกล่าวถึงพื้นที่ภาคใต้ที่ยังไม่ค่อยมีนักลงทุนไปลงทุนว่า บีโอไอควรทำแผนสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่ภาคใต้ให้มากขึ้น โดยอาจต้องกลับมาดูถึงสาเหตุว่าเพราะอะไรพื้นที่นี้ถึงยังไม่มีนักลงทุนกล้าเข้ามาลงทุน "รัฐบาลยังคงเน้นนโยบายเรื่องการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และทำเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น พื้นที่ภาคใต้ อยากให้ลงไปดูและพัฒนาในเรื่องของการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในพื้นที่ เพื่อเป็นตัวช่วยในการดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่เพิ่ม มากขึ้น" รองนายกรัฐมนตรีกล่าว
          นายกอบศักดิ์กล่าวว่า หัวใจสำคัญในการปรับโครงสร้างองค์กรให้เข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ประเทศไทยอยู่ในจุดที่ดี จากการเดินทางไปเยือนในหลายประเทศ อาทิ บริษัทที่ญี่ปุ่นมองว่าประเทศจีนมีการปรับต้นทุนในการลงทุนสูงขึ้น เพราะฉะนั้นทางญี่ปุ่นจึงได้มองหาที่ๆ จะมาลงทุนในต่างประเทศให้มากขึ้น หรือจะเป็นในเรื่องของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ทางสหรัฐก็ได้ชี้แจงกับทางไทยว่า กำลังมองหาพื้นที่ที่จะลงทุนใหม่เช่นกัน ซึ่งหลายประเทศกำลังออกตามหาพื้นที่ในการลงทุนในต่างประเทศทั้งนั้น
          เพิ่มจนท.ประจำตปท.ชวนลงทุนไทย
          "จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่มีบริษัทจำนวนมากกำลังเคลื่อนย้ายออกไปสู่ภูมิภาค บีโอไอต้องรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไทยควรปรับทัพ เฉลี่ยคนให้ไปอยู่ในพื้นที่ที่สำคัญเหล่านี้ ถือเป็นจังหวะที่สำคัญ หากนักลงทุนเลือกที่จะลงทุนไปแล้ว โอกาสที่จะเปลี่ยนใจคงเป็นไปได้ยาก จึงควรหาบุคลากรเพิ่มเพื่อดำเนินการนำนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย และนำนักลงทุนไทยไปร่วมลงทุนกับต่างชาติต่อไป" นายกอบศักดิ์กล่าว
          นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มอัตราข้าราชการอีก 78 อัตรา ภายในระยะเวลา 3 ปี ระหว่างปี 2561-2563 เพื่อเพิ่มบุคลากรรองรับกับยุคสมัยที่ต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น เบื้องต้นได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ และคณะคณะโครงการสร้างบุคลากรในต่างประเทศเพื่อเฟ้นหาบุคลากรที่จะเข้ามาร่วมงานกับบุคลากรที่อยู่เดิมทั่วโลก 317 คน ทั้งนี้ จะกระจายบุคลากรให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ซึ่งจะเปิดรับสมัครในเดือนกันยายนนี้
          ขยับไฮสปีดสถานีหัวหินอยู่ในเมือง
          นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมาได้เดินทางไปตรวจโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐมชุมพร ระยะทาง 421 กิโลเมตร (กม.) แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 5 สัญญา มูลค่าโครงการรวม 33,982 ล้านบาท ประกอบด้วย สัญญาที่ 1 ช่วงนครปฐม-หนองปลาไหล ระยะทาง 93 กม. เริ่มการก่อสร้างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 สิ้นสุดสัญญา 31 มกราคม 2564 สัญญาที่ 2 ช่วงหนองปลาไหล-หัวหิน ระยะทาง 76 กม. เริ่มการก่อสร้างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 สิ้นสุดสัญญา 31 มกราคม 2564 สัญญาที่ 3 ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 84 กม. เริ่มการก่อสร้างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 31 มกราคม 2563 สัญญาที่ 4 ช่วงประจวบคีรีขันธ์-บางสะพานน้อย ระยะทาง 84 กม. เริ่มการก่อสร้าง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 31 ตุลาคม 2563 และสัญญาที่ 5 ช่วงบางสะพานน้อย-ชุมพร ระยะทาง 80 กม. เริ่มการก่อสร้างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 31 มกราคม 2564 โดยโครงการทั้งหมดมีความคืบหน้าในการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องและเร็วกว่าแผนประมาณ 0.78%
          นายอาคมกล่าวว่า ได้สั่งการให้ รฟท.ออกแบบสถานีรถไฟหัวหินให้สวยงาม โดยอนุรักษ์รูปแบบสถาปัตยกรรมเดิม ปรับภูมิทัศน์สถานีให้สวยงาม ทำถนนหน้าสถานีเป็นรูปแบบการปูหินที่มีความสวยงาม นอกจากนี้ ต้องพิจารณาทบทวนที่ตั้งสถานีรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) สถานีหัวหิน จากเดิมที่ได้ศึกษาออกแบบไว้อยู่ห่างจากตัวเมืองหัวหิน ประมาณ 7 กม. ให้อยู่ในตัวเมืองหัวหิน รวมถึงการนำหัวรถจักรรถไฟที่จมอยู่ใต้สะพานจุฬาลงกรณ์ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นหัวรถจักรที่ใช้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นจากน้ำ เพื่อจัดแสดงเป็นอนุสรณ์และเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
          นายอาคมกล่าวว่า ได้สั่งการให้ประสานงานกับทางจังหวัดเพชรบุรี และผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อหาแนวทางในการปรับแบบการก่อสร้างที่มีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้การดำเนินโครงการล่าช้า และออกแบบสถานีรถไฟที่มีขนาดใหญ่ ให้มีที่จอดรถสาธารณะ มีสิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการให้ครบถ้วน มีห้องน้ำอยู่ภายในอาคารสถานี โดยให้กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ก่อสร้างถนนเชื่อมสถานีรถไฟทุกสถานีด้วย
          'อาคม'สั่งทำถนนเชื่อมไฮสปีด-ทางคู่
          "ได้มอบนโยบายให้ ทล.และ ทช.ประสานกับ รฟท.เพื่อจัดทำถนนเชื่อมต่อสถานีรถไฟ โครงการรถไฟทางคู่ และโครงการรถไฟความ เร็วสูง ให้กรมการขนส่งทางบก จัดรถบริการสาธารณะเชื่อมต่อสถานีรถไฟ และสถานีรถไฟความเร็วสูงทุกสถานี ให้หน่วยงานของ ทล.และ ทช.จัดทำคลิปวิดีโอ ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ให้ประชาชนได้รับทราบ เช่น โครงการทำทางเท้าบริเวณตัวเมืองหัวหิน ที่สำนักงานทางหลวงที่ 15 ออกแบบได้อย่างสวยงาม โดยนำเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ได้แก่ ภาพสับปะรด ทุเรียนป่าละอู ซึ่งเป็นผลไม้ท้องถิ่นของประจวบคีรีขันธ์ และภาพเรือใบ ที่แสดงถึงเมืองแห่งการท่องเที่ยวทางทะเล มาเป็นจุดเด่นในการออกแบบ เพื่อเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง เป็นต้น" นายอาคมกล่าว
          รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมแจ้งว่า สำหรับการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ซึ่งอยู่ในแผนปฏิบัติการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง พ.ศ.2561 จำนวน 9 เส้นทางนั้น ได้ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติโครงการไปแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา คือ สายเด่นชัย-เชียงรายเชียงของ ระยะทาง 323 กม. วงเงินลงทุน 85,345 ล้านบาท จะแบ่งเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 104 กม. สัญญาที่ 2 งาว-เชียงราย ระยะทาง 135 กม. และสัญญาที่ 3 เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 84 กม. โดย รฟท.จะเปิดประมูลภายในปีนี้ และเปิดบริการให้ได้ภายในปีบริการในปี 2565-2566
          ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการรถไฟทางคู่ระยะ 2 ที่เหลืออีก 8 เส้นทาง คือ 1.ปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 285 กม. วงเงิน 62,883 ล้านบาท 2.ชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 37,527 ล้านบาท 3.ขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 169 กม. วงเงิน 26,663 ล้านบาท 4.ชุมพรสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 24,294 ล้านบาท 5.สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่สงขลา ระยะทาง 324 กม. วงเงิน 57,375 ล้านบาท 6.หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 8,120 ล้านบาท 7.เด่นชัยเชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 56,887 ล้านบาท และ 8.บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. มูลค่าโครงการ 67,965 ล้านบาท ในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ จะสามารถเสนอ ครม.อนุมัติได้อีก 1-2 เส้นทาง โดยน่าจะเป็นเส้นทางช่วงขอนแก่นหนองคาย ส่วนเส้นทางอื่นจะทยอยเสนอต่อไป คาดว่าภายในปี 2561 นี้จะครบทั้ง 9 เส้นทาง
          จีบผู้ผลิตเทคโนฯร่วม5GTestbed
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า มีการขยายพื้นที่ของดิจิทัลปาร์กออกไปเป็น 830 ไร่ จากเดิม 709 ไร่ หลังมีการหารือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะนำสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า มาอยู่ในพื้นที่ของดิจิทัลปาร์กด้วย
          นายพิเชฐกล่าวถึงความคืบหน้าของสนามทดสอบ 5G หรือ 5G Testbed ว่า จะเป็นโครงการสำหรับขับเคลื่อนดิจิทัลพาร์ค ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อยู่ระหว่างการจัดสรรคลื่นความถี่ที่จะนำมาใช้สำหรับการทดสอบ ทั้งนี้ ในเรื่องดังกล่าวมี 3 ประเทศ เล็งเห็นความสำคัญและจะเข้าร่วมให้การสนับสนุนแล้ว อาทิ ประเทศจีน เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา
          "จากนี้จะมีการหารือร่วมกับผู้ผลิตเทคโนโลยี ที่มีความสนใจในโครงการ 5G Testbed โดยจะเสนอให้ผู้ผลิตเทคโนโลยีร่วมลงทุนในครั้งนี้ โดยการนำเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ เข้าร่วมในการทดสอบ แบบไม่คิดค่าใช้จ่าย เนื่องจากเห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ผลิตเทคโนโลยีโดยตรง ทั้งนี้ จะพยายามผลักดันโครงการให้เกิดขึ้นภายในปีนี้" นายพิเชฐกล่าว
--จบ--

          --มติชน ฉบับวันที่ 8 ส.ค. 2561 (กรอบบ่าย)--