เมกะเทรนด์โลกผลต่อภาคธุรกิจไทย

อภิชาติ สวรรค์คำธรณ์
          ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์สือสารข้อมูลบริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) (CAT)
          ในช่วงปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีสื่อสารข้อมูลสำหรับธุรกิจมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่มีการใช้บริการวงจรสื่อสารข้อมูลแบบ Private Network จะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปใช้งาน Public Network ในลักษณะของ Virtual Private Network (VPN) ซึ่งมีความสะดวกและราคาถูกลง ถือเป็นโอกาสในธุรกิจสื่อสารข้อมูล ที่มาจากการปรับตัวของภาคธุรกิจ มีปัจจัยสำคัญมาจาก Mega Trend ที่มีอิทธิพลที่ต่อภาคธุรกิจทั่วโลก เห็นได้อย่างชัดเจนจากธุรกิจ Best Practice ต้นแบบส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการพัฒนา เทคโนโลยีไอทีและเครือข่ายในกระบวนการทางธุรกิจ อาทิ Netflix ธุรกิจ Content ที่เพิ่มช่องทางสื่อไปสตรีมมิ่งออนไลน์ และขยายตลาดไป ทั่วโลกจนประสบความสำเร็จ หรือ DHL ที่พัฒนานวัตกรรมโซลูชั่นโลจิสติกส์ให้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนสามารถก้าวขึ้นไปอยู่ในฐานะของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก
          ทั้งนี้ Mega Trend ที่สำคัญโดดเด่น ประกอบด้วย1.ผู้นำนวัตกรรม (Innovation Leader)นวัตกรรมของธุรกิจไม่ใช่เพียงแค่การออกผลิตภัณฑ์/บริการใหม่ แต่รวมไปถึงเรื่องของการมีนวัตกรรมอยู่ในส่วนต่างๆ ของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผลิต/การตลาด ซึ่งได้รวมในหลายๆ เทรนด์ไว้ในเรื่องของนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ AI เข้ามามีส่วนในการพัฒนาธุรกิจให้มีความเป็นอัจฉริยะ โดยมีกระบวนการหลักๆ คือการเรียนรู้การทำงานของระบบ เก็บข้อมูล/วิเคราะห์ แล้วสามารถตอบสนอง/แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งนั่นจะเป็นการตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาด้วยทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างชาญฉลาด
          อีกส่วนหนึ่งที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทก็คือการใช้  AI ในการควบคุมระบบเครือข่ายขององค์กรโดยให้ AI เรียนรู้ระบบเครือข่าย ด้วยเทคโนโลยี Machine Learning ทำให้สามารถควบคุมและแก้ไขปัญหาเครือข่ายได้แบบอัจฉริยะ ทั้งเรื่องของการเลือกเส้นทางของเครือข่าย การ Switch เครือข่ายไปยังเครือข่ายหลักหรือเครือข่ายสำรองโดยอัตโนมัติตามสถานการณ์ การควบคุมระบบเครือข่ายให้อยู่ในสภาวะปกติเมื่อมีความแปรปรวนในระบบ ซึ่งเราเรียกว่าหลักการของ Intent-Based Networking (IBN) ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการเพิ่มขีดความสำเร็จทางธุรกิจ โดยในปัจจุบัน ผู้ผลิต Hardware/Software ต่างๆ ก็มุ่งเน้นการผลิตตามหลักการของ IBN ด้วยเช่นกัน
          2.การยกระดับบุคลากรขององค์กร (Skills Development)การพัฒนาบุคลากรเป็นเรื่องที่ผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทักษะของบุคลากร การแสวงหาบุคลากรที่เหมาะสม การฝึกอบรม หรือการรักษาบุคลากรเอาไว้ โดยปัจจุบันได้ส่งเสริมการพัฒนาทักษะและปรับทัศนคติ รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรให้บุคลากรมีความกระตือรือร้น ร่วมกันแบ่งปันองค์ความรู้ และเปิดรับเรื่องราวของเทคโนโลยีใหม่ๆ ในธุรกิจ ทำให้ลดช่องว่างของ Generation ต่างๆ ในองค์กร ไปสู่ Gen C เดินเข้าสู่ยุคดิจิทัลไปด้วยกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจมีการปรับใช้เทคโนโลยีได้มากขึ้น ทำให้มีการใช้บริการสื่อสารข้อมูลมากขึ้นเช่นกัน
          3.การขยายตัวของสังคมเมือง (Smart City)การพัฒนาเมืองให้ก้าวสู่การเป็น Smart City ที่มีระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะรองรับ ทั้งเมืองเชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้อาศัย มีการใช้นวัตกรรมและพลังงานทดแทน โดยใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด สร้างสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ผู้อยู่อาศัย ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเอง ทั้ง ภาครัฐและเอกชน ได้ลงทุนและร่วมลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และ CAT ได้เป็นผู้จัดวางระบบ LoRa เพื่อการเชื่อมโยงอุปกรณ์ IoT ใน Smart City
          สำหรับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งมีโครงการดิจิทัลพาร์คเป็นส่วนหนึ่งนั้น ในไตรมาสแรกของปี 2561 มีมูลค่าการลงทุนสูงถึงกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่ง CAT ได้ร่วมพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทั้งการเชื่อมโยงเพื่อการสื่อสารข้อมูล และศูนย์ข้อมูล Data Center ซึ่งการขยายตัวของเมืองเทคโนโลยีเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจสื่อสารข้อมูลและโทรคมนาคมเติบโตไปด้วยเช่นกัน