มอร์แกน สแตนเลย์ชี้ตลาดหุ้นจะดิ่งลงอีก หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นผู้บริโภคจะลงแรงสุด

ซีเอ็นบีซี – มอร์แกน สแตนเลย์ เชื่อว่าการปรับตัวลงอย่างรุนแรงของหุ้นเทคโนโลยีในเดือนนี้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมว่าตลาดหุ้นจะดิ่งลงอีก ชี้หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นผู้บริโภคจะปรับตัวลงมากสุด แต่ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นสาธารณูปโภค พลังงาน อุตสาหกรรม และการเงิน เนื่องจากควรจะเป็นภาคที่โดดเด่นในภาวะที่ตลาดมีความยุ่งยากมากขึ้น
          ไมเคิล วิลสัน หัวหน้านักกลยุทธ์หุ้นสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า กำไรที่ลดลงจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลาย ๆ แห่งและกำไรที่ไม่เป็นไปตามที่คาดอย่างเด่นชัดของเน็ตฟลิกซ์ และเฟซบุ๊ก เป็นการสนับสนุนเพิ่มให้กับคำแนะนำของมอร์แกน สแตนเลย์ ที่ให้ลงทุนอย่างระมัดระวัง
          วิลสัน กล่าวว่า นักลงทุนโดยทั่วไปอาจเดือดร้อนมากขึ้นในรอบนี้ และคิดว่าการปรับฐานที่กำลังจะเกิดขึ้นจะมากสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยอาจจะมีผลกระทบในทางลบต่อพอร์ตการลงทุนโดยเฉลี่ยมากกว่า หากเน้นลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี สินค้าฟุ่มเฟือย และหุ้นที่มีมูลค่าตลาดน้อย
          หุ้นเฟซบุ๊ก ปรับตัวลงถึง 19% ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หนึ่งวันหลังจากที่บริษัทเปิดเผยว่ายอดขายในช่วงไตรมาสสอง และจำนวนผู้เข้าใช้เฟซบุ๊กต่อวันลดลงมากกว่าที่คาด ซึ่งส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปมากสุดในวันเดียวในประวัติศาสตร์หุ้นตัวเดียวของสหรัฐฯ
          หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ปรับตัวลง 14% ในเดือนนี้เมื่อคำนวณถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่จำนวนสมาชิกในช่วงไตรมาสสองไม่เป็นไปตามคาด เมื่อดูจากตัวเลขเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม
          วิลสันตั้งข้อสังเกตว่าการประเมินมูลค่าความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นที่มีการเติบโตกับหุ้นมูลค่า จะสูงขึ้นเฉพาะในช่วงที่เกิดฟองสบู่ดอทคอม นอกจากนี้เขายังชี้ว่า ความแตกต่างของผลตอบแทนในช่วง 10 ปี ระหว่าง ดัชนี Russell 1000 Growth กับดัชนี Russell 1000 Value อยู่ที่ 96% นับตั้งแต่ปี 2523
          วิลสัน กล่าวว่า หุ้นที่มีการเติบโตและมีมูลค่าตลาดมาก โดดเด่นกว่าหุ้นมูลค่าที่มีมูลค่าตลาดมาก โดยเกือบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยทั้งในช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้และเมื่อเร็ว ๆ นี้
          ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวลงมากกว่า 10% จากที่พุ่งสูงในช่วงปลายเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากนักลงทุนมีปฏิกิริยาต่อตัวเลขค่าแรงและรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต
          ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ปรับตัวลงประมาณ 15% ในช่วงวันพุธจนถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่วิลสันยังคงย้ำเป้าหมายในช่วง 12 เดือนของดัชนีเอสแอนด์พี 500 ไว้ที่ระดับ 2,750 จุด ซึ่งต่ำกว่าระดับปิดเมื่อวันจันทร์ 2%
          วิลสันยังยืนยันให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นสาธารณูปโภค พลังงาน อุตสาหกรรม และการเงิน ซึ่งควรจะเป็นภาคที่โดดเด่นในภาวะที่ตลาดมีความลำบากมากขึ้น
          วิลสันได้ดำเนินกลยุทธ์อย่างระมัดระวังเมื่อต้นเดือนนี้ โดยลดเกรดหุ้นสมอลแคปไปอยู่ในระดับเดียวกับหุ้นอื่น ๆ และลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นเทคโนโลยี ในปีที่ผ่านมาเขาเป็นหนึ่งในนักกลยุทธ์ในวอลล์สตรีทที่มีความเชื่อมั่นมากสุดคนหนึ่ง