เหวยฟาง-เมืองอัจฉริยะต้นแบบ-2

"ลม เปลี่ยนทิศ"
          วันนี้เล่าเรื่อง เหวยฟาง-เมืองอัจฉริยะต้นแบบจีน กันต่อครับ เมื่อวานนี้ผมเล่าถึง แอปพลิเคชัน V Pass ที่รวมทุกอย่างของเมืองไว้ในแอปเดียว ประชาชนไม่ต้องพกบัตรประจำตัว ไม่ต้องพกเครดิตการ์ด ไม่ต้องพกเงินสด ทุกอย่างทำผ่านวีพาสได้หมด ปัจจุบันชาวเมืองเหวยฟางใช้งาน V Pass เพียง 600,000 คนเท่านั้น ทางเมืองคาดว่าจะมีผู้ใช้เพิ่มเป็น 1 ล้านคนในสิ้นปีนี้ เพราะครอบคลุมระบบดิจิทัลในเมืองทุกระบบ แอป V Pass สามารถใช้แทนบัตรจริงได้ทุกอย่าง จึงเป็นที่นิยมจากประชาชนอย่างรวดเร็ว
          แอป V Pass ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเมืองอัจฉริยะ ช่วยให้ประชาชนเปลี่ยนจากการใช้อินเตอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ไปสู่โมบายอินเตอร์เน็ตแทน
          พฤศจิกายน 2559 รัฐบาลเหวยฟาง ได้ลงนามข้อตกลงกับ หัวเว่ย เพื่อร่วมมือในการสร้าง แอปพลิเคชัน Weifang IoT ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันอินเตอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง Internet of Things มีการเปิดตัว ศูนย์วิจัยและพัฒนา หัวเว่ย-เหวยฟาง ไอโอที แอปพลิเคชัน อินโนเวชัน และ หัวเว่ย-เหวยฟาง ไอโอที อินดัสเทรียล อะไลแอนซ์ เพื่อสร้างเมืองต้นแบบที่ใช้ เทคโนโลยี NB-IoT แห่งแรกของประเทศ
          (NB-IoT ย่อมาจาก Narrow band loT เป็นมาตรฐานระบบโครงข่ายอินเตอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่งที่ใช้พลังงานต่ำ ซึ่งระบบ NB-IoT ของหัวเว่ยเพิ่งได้รับรองมาตรฐานจาก 3GPP ซึ่งเป็นกลุ่มมาตรฐานอุตสาหกรรมโทรคมนาคม)
          เดือนตุลาคม 2560 หัวเว่ยได้สร้าง Network NB-IoT ครอบคลุมเมืองเหวยฟางทั้งเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยใช้กลยุทธ์ One Network, One Platform, Multiple Application หนึ่งเครือข่าย หนึ่งแพลตฟอร์ม หลายแอปพลิเคชัน มีการติดตั้งสถานีฐาน 1,574 แห่งทั่วเมือง ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 94 ของเมืองเหวยฟาง
          ขณะเดียวกัน หัวเว่ย ก็ได้ติดตั้ง แพลตฟอร์มบริการสาธารณะอินเตอร์แห่งสรรพสิ่ง ทั้งเมือง ซึ่งถือเป็น แพลตฟอร์มแรกของโลก บนแพลตฟอร์มนี้จะมี แอปพลิเคชันรวม 12 แอป เช่น ระบบจอดรถอัจฉริยะ ระบบรัฐบาลอัจฉริยะ (e-Government) ระบบอินเตอร์เน็ตสำหรับยานพาหนะ ระบบอาคารอัจฉริยะ ระบบแสงไฟอัจฉริยะ เป็นต้น
          แพลตฟอร์มบริการสาธารณะไอโอที ของ เหวยฟาง จะทำงานร่วมกับ แอปพลิเคชันไอโอทีของอุตสาหกรรม เพื่อแก้ปัญหาการกระจัดกระจายของข้อมูลต่างๆที่เกิดขึ้นในระบบของเมือง จะมีการเก็บข้อมูลใหม่ๆที่เป็นบิ๊กดาต้ามูลค่าสูง แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้เมืองสามารถ บริหารจัดการข้อมูลไอโอทีได้จากส่วนกลาง ผ่านการเชื่อมต่อของเครื่องมือต่างๆ ช่วยให้ แอปพลิเคชัน IoT สามารถ แบ่งปันข้อมูลข้ามแอปพลิเคชัน ข้ามหน่วยงานได้ และเกิดการ ประมวลผลด้วยข้อมูลรวมศูนย์ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจได้
          เมื่อการสร้าง ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม Huawei-Weifang IoT เสร็จสิ้น จะมี ศูนย์โอเพ่นแล็บไอโอที เพื่อใช้ทดสอบผลิตภัณฑ์และโซลูชันต่างๆ สำหรับ โครงการ IoT Weifang ศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งนี้จะต่อยอดความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ ช่วยผู้ประกอบการท้องถิ่นพัฒนาธุรกิจไอโอที ให้สามารแข่งขันกับโครงการระดับมณฑลและระดับชาติ เพื่อผลักดันให้มาตรฐาน IoT Weifang เป็นมาตรฐานของประเทศจีน
          เขตฉางเล่อ เมืองเหวยฟาง ได้รับเลือกให้เป็นเขตนำร่อง โครงการ IoT Weifang ด้วยความร่วมมือของ หน่วยงานรัฐ 39 แห่ง องค์กรและสถาบันอีก 19 แห่ง เพื่อค้นคว้า แอปพลิเคชัน NB-IoT Smart City บนแพลตฟอร์มบริการสาธารณะไอโอทีเหวยฟาง ซึ่งจะทำให้เกิด "ระบบประสาท" เชื่อมโยงไปทั่วเมือง และควบคุมด้วย "สมอง" จากส่วนกลาง
          เป็นเรื่องจริงที่ผมเอามาให้อ่านเล่น "เมืองอัจฉริยะ" ไม่ได้สร้างง่ายเหมือนกับที่รัฐบาลไทยขายฝัน จะสร้างทุกภาคทั่วประเทศ แค่ไม่ต้องขอหนังสือรับรองบริษัททุก 3-6 เดือน ไม่ต้องใช้เอกสารตั้งบริษัทย้อนหลังไปสามชั่วโคตรจนบริคณห์สนธิ ไม่ต้องสำเนาบัตรประชาชนเวลาติดต่อกับราชการ ทำได้ในรัฐบาลนี้ ก็ถือว่าเลิศแล้ว.
--จบ--

          --ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 2 ส.ค. 2561 (กรอบบ่าย)--