แอดวานซ์ฯส่อปันผลลดลง สวนทางกำไรเติบโตดี

รมย์รัมภา เริ่มรู้

          กลุ่มหุ้นที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividends Yield) ในอัตราที่สูงและจ่ายสม่ำเสมอทั้งงวดระหว่างกาลและงวดสิ้นปี ต้องติดชื่อ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแตะระดับ 60,000 ล้านบาท จึงทำให้เป็นอีกบริษัทที่นักลงทุนชอบที่จะซื้อสะสมก่อนจะประกาศงบการเงินเพื่อรับปันผล
          หากแต่ในช่วง 1-2 ปีผ่านมากลุ่มธุรกิจสื่อสารมีการลงทุนขนาดใหญ่ เกิดขึ้นต่อเนื่อง จากการประมูลคลื่นใหม่ ซึ่งแอดวานซ์ ฯชนะการประมูลคลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในปี 2558 มูลค่า 20,493 ล้านบาท และ 75,654 ล้านบาท ตามลำดับ
          สำหรับคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ได้มี การชำระไปแล้ว ส่วนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ยังต้องมีภาระการแบ่งจ่ายออกเป็น 4 งวด ซึ่งงวดแรกที่ 1 ชำระในปี 2559 ที่ 8,040ล้านบาท งวดที่ 2 ชำระในปี 2560 ที่ 4,020ล้านบาท ซึ่งทั้งสองงวดได้มีการชำระเสร็จสิ้นแล้ว  ส่วนงวดที่ 3 ชำระในปี 2561 ที่ 4,020 ล้านบาท และงวดสุดท้าย ต้องชำระ 59,574 ล้านบาท  ในปี 2562
          ด้วยภาระการใช้เงินทั้งการชำระค่าใบอนุญาต และยังต้องลงทุนโครงข่ายเพิ่มเติม ทำให้มีผลกระทบต่อการจ่ายปันผลทำให้บริษัทจากที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลมากกว่า 100% ของกำไร ลดลงมา เหลือไม่เกิน 70% กำไร ส่งผลทำให้ Dividends Yield จากระดับ 8-9% ลดลง เหลือ 5.28%
          ล่าสุด แอดวานซ์ฯ ได้แจ้งความประสงค์จะเข้าประมูลด้วยการส่งบริษัทย่อย แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (AWN) เข้ามาขอรับเอกสารคำขอเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อวันที่ 16 เดือนก.ค. ที่ผ่านมา กับทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
          เช่นเดียวกับบริษัทโทเทิ่ล แอ็คแซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ที่ส่งบริษัทลูก บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด และบริษัท ดีแทค บรอดแบนด์ จำกัด เข้าประมูล ร่วมด้วย ขาดเพียง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ที่ยังไม่ได้ส่งบริษัทย่อยเข้าไปรับเอกสารการประมูล
          ทั้งนี้หากแอดวานซ์ ฯ ยืนยันประมูลในรอบนี้จะมีการรับยื่นซองกับ กสทช. ในวันที่ 8 เดือน ส.ค. นี้ เพื่อจะเดินหน้าประมูลคลื่นภายในวันที่ 18-19 เดือนส.ค. นี้ ซึ่งเมื่อดูจาก ความพร้อมของบริษัท ด้านฐานะการเงินแล้วถือว่าได้เปรียบคู่แข่ง
          ปัจจุบันตามงบการเงินงวดไตรมาส 1 ปี 2561 บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 17,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.16% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มีเงินสดอยู่ที่ 8,498.88 ล้านบาท มีกำไรสะสม 22,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85.57% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
          อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากการจ่ายปันผลพบว่ามีอัตราลดลงตามนโยบายการจ่ายปันผลที่เปลี่ยนแปลง จากปี 2560 บริษัทมีเม็ดเงินเพื่อปันผลรวม 23,190 ล้านบาท ลดลงชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆปีที่ผ่านมามีเม็ดเงินจ่ายปันผล แตะ 35,000-36,000 ล้านบาทมาตลอด
          ขณะที่อัตราการจ่ายเงินปันผลระหว่างปี 2559-2560 ลดลงจาก 8.84% และ 5.28% ตามลำดับ โดย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินการจ่ายปันผล คาดว่าปี 2561 จะจ่ายในอัตรา 4.1% ที่ 7.7 บาท ต่อหุ้น และจะกับมาดีขึ้นในปี 2562ในอัตรา 4.4% ที่ 8.2 บาทต่อหุ้น
          อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากผลประกอบการ ที่แอดวานซ์ ฯ จะประกาศออกมาในงวดไตรมาส 2 ปี 2561 วันที่ 2 ส.ค. นี้ มองว่ายังแข็งแกร่ง คาดมีกำไรปกติ 8,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากไตรมาสก่อน และ 15.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นการเติบโต ต่อเนื่องติดต่อกัน เป็นไตรมาสที่ 4
          หลักๆ มาจากรายได้บริการไม่รวม IC ขยายตัว 2.6% จากไตรมาสก่อน และ 5.8% จากปีก่อน รวมถึงการรวมงบ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ หรือ CSL เข้ามาเต็มไตรมาส ขณะที่ธุรกิจ Fixed Broadband ยังโตได้ช้ากว่าเป้าจากการแข่งขันที่รุนแรง อย่างไรก็ ตามแรงกดดันจากฝั่งต้นทุนคาดว่าจะลดลงเนื่องจากการลงทุนผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
          ส่วนค่าใช้จ่ายทางการตลาดคาดว่ายังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้จากสภาวะการแข่งขันใน ธุรกิจมือถือที่ไม่ได้รุนแรงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะปรับตัวขึ้น เป็น 47.6% จาก 46.4% และ 44.1% ในไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ