"สมาร์ทซิตี้เน็ตเวิร์ค"ในประชาคมอาเซียน

 รศ.ดร.อภิรัตน์ เพ็ชรศิริ
          ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
          www.cas.kku.ac.th
          คงไม่ต้องสงสัยกันว่า เมื่อกล่าวถึงสมาร์ทซิตี้ ในอาเซียนแล้วก็จะนึกถึงสิงคโปร์ เพราะสมารท์ซิตี้ ในบรรดาประชาคมอาเซียนนั้นคงจะตามท้ายสิงคโปร์ อยู่มาก ดังนั้นสิงคโปร์ในฐานะประธานอาเซียน จึงได้พยายามเผยแพร่นวัตกรรมสมารท์ซิตี้ให้กับเพื่อนประชาคม ด้วยกัน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ประเทศไทย ยังรวมไปถึงประเทศ ลาว กัมพูชา และเมียนมา อีกด้วย
          ในปี2561นี้ สิงคโปร์นำเสนอ โครงการ สมาร์ทซิตี้เน็ตเวิร์ค ซึ่งแปล เป็นไทยทำนองว่า การเชื่อมต่อเครือข่ายเมืองอัจฉริยะของประชาคม อาเซียน โดยมีการเสนอให้บรรดาสมาชิกประชาคม นำเสนอเมืองที่จะ มีการพัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะในภายหน้า หรือที่เป็นเมืองอัจฉริยะ อยู่แล้ว เพื่อที่จะเชื่อมต่อกันในแบบสมาร์ทคอนเน็คเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ
          เรื่องนี้เกิดขึ้นในการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอาเซียน ซึ่งได้มีข้อเสนอที่จะนำเมืองอัจฉริยะของประเทศสมาชิกมาเป็นเมือง นำร่องสักจำนวนหนึ่งเพื่อเชื่อมต่อกันให้เป็นเครือข่าย แต่ไม่เกิน 3 เมือง ต่อหนึ่งประเทศจนถึงปัจจุบันมีเมืองที่ได้รับการกำหนดให้อยู่ในเครือข่ายแล้วทั้งสิ้น 26 เมืองด้วยกัน เรียงตามประเทศแล้วมีดังนี้
          เมียนมา มีสามเมือง ได้แก่ เนปิดอว์ มัณฑะเลย์ และย่างกุ้ง สปป.ลาว มีสองเมืองคือ หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ กัมพูชา มีเมืองพนมเปญ เสียมเรียบ และพระตะบอง เวียดนาม มีเมืองฮานอย ดานัง และโฮจิมินห์ ฟิลิปปินส์ มีเมืองมะนิลา เซบู และดาเวา มาเลเซีย มีเมืองกัวลาลัมเปอร์ ยะโฮบารู และกูชิง อินโดนีเซีย มีเมืองดีเคไอจากาตาร มากาสสา และโกตา คินาบาลู สิงคโปร์ และ บันดาราเสรีเบกาวัน สำหรับรัฐสมาชิกขนาดเล็ก เช่นสิงคโปร์ และ บรูไน ดารุสซาลาม สำหรับประเทศไทยนั้น ใช้ กรุงเทพฯ ชลบุรี และภูเก็ต
          เมืองใหญ่น้อยที่กล่าวถึงยี่สิบหกเมืองนี้ต้องมีการกำหนดโดยรัฐบาล ของประเทศสมาชิกให้เป็นเมืองนำร่องของการสร้างเครือข่ายเมือง อัจฉริยะของอาเซียน และน่าจะรับเป็นข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ในเดือนกรกฎาคมนี้
          ความเป็นสมาร์ทซิตี้นั้น ได้มีการแปลเป็นภาษาไทยอย่างไม่เป็น ทางการไว้ว่า "เมืองอัจฉริยะ" ส่วนที่จะเรียกว่าเมืองอัจฉริยะได้นั้น มีคำนิยามที่หลากหลาย และต่างมีความเป็นอัจฉริยะที่ต่างระดับกัน เช่น อัจฉริยะในการประหยัดพลังงาน ในการคมนาคม ในการจัดการ สิ่งปฏิกูล ในความมั่นคงทางไซเบอร์ และที่สำคัญก็คือ เมืองอัจฉริยะนี้ จะรู้ได้เองว่าจะต้องแก้ปัญหาของตัวเองได้อย่างไร โดยไม่ต้องคอยให้ คนมานั่งบอก และแก้ไขปรับเปลี่ยนระบบของเมือง
          อย่างไรก็ดี  สำหรับเครือข่ายเมืองอัจฉริยะของอาเซียนนั้น ยังคง ต้องรอเงื่อนไขขั้นต่ำของความเป็นอัจฉริยะอยู่ แต่ที่เห็นเน้นกันมาก ก็คือเรื่องของความมั่นคงในระบบอินเทอร์เน็ตบ่อยครั้ง
          คำว่าเมืองนั้นอาจทำให้เข้าใจไปว่าจะต้องเป็นเมืองอย่างที่เราเข้าใจ กัน แต่ความจริงอาจเป็นเพียงส่วนของเมืองหรือเขตที่มีการควบคุม และให้บริการอัจฉริยะโดยเอกชน หรือมหาวิทยาลัยก็ได้ เช่น ในประเทศไทย เรานั้น มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่อ้างอิงถึงความเป็นชุมชนอัจฉริยะ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เป็นต้น ส่วนที่จะทำให้ เป็นระดับเมืองก็มี เมืองขอนแก่น เมืองใหม่อัจฉริยะบ้านฉาง และคงมี เมืองอื่นๆ อีกมากที่มีความปรารถนาจะเป็นเมืองอัจฉริยะเช่นกันชลบุรี และภูเก็ตนั้น คงต้องเตรียมพร้อมเข้าเครือข่ายอาเซียน เพราะความสำคัญ เรื่องการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมของประเทศไทย
          อย่างไรก็ตาม คงต้องคอยติดตามว่า ที่จะเชื่อมโยงเครือข่ายกันนั้น จะอยู่ภายใต้เสาหลักใดของประชาคมบ้าง เพราะเรื่องนี้จะมีประเทศ ที่มีความเสียเปรียบได้เปรียบแตกต่างกันไป