"ดีอี-ม.เกษตร"ผุดสนามทดสอบ5จี

หารือ26ก.ค.นี้พร้อมถก กสทช.ใช้คลื่นย่าน24กิก
          กรุงเทพธุรกิจ กระทรวงดีอีจับมือม.เกษตรฯเร่งผุดสนามทดสอบ 5จี คาดพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ก.ย.นี้ ประสาน กสทช.เคลียร์ย่านความถี่ชี้มีความ เป็นไปได้ช่วงความถี่ 24-26 กิกะเฮิรตซ์ คุยรัฐบาลไม่ต้องออกเงินเองเพราะใช้ แนวคิดประชารัฐดึงเอกชนร่วมศึกษา พร้อมปิ๊งไอเดียตั้ง "ไซเบอร์ พอร์ต" เลียนแบบโมเดลฮ่องกง หวังเป็นศูนย์รวมสตาร์ทอัพ ระดับภูมิภาค คาด 2 เดือน จะเห็นพิมพ์เขียวว่าจะให้รูปแบบเป็น ลักษณะใด เพื่อให้เกิดในปีนี้
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ กล่าวถึง ความคืบหน้า ในการเตรียมพื้นที่ทดสอบการนำเทคโนโลยี 5จี หลังจากที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการ (บอร์ด) ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีมติให้ตั้งคณะทำงานเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับเทคโนโลยี 5จีว่า ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ กระทรวงดีอีจะหารือกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา เพื่อขอใช้พื้นที่ในการทดสอบ 5จี ร่วมไปกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) สำหรับการเตรียมการด้านคลื่นความถี่นั้น
          ขณะนี้เบื้องต้นได้มีการหารือกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการเร่งจัดสรรคลื่นความถี่ 24-29 กิกะเฮิรตซ์ มาทำการทดสอบ
          อย่างไรก็ดี ในช่วงคลื่นดังกล่าว มีการใช้งานของเอกชนอยู่ซึ่งกสทช. จะต้องไปดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อสรุป เบื้องต้นคาดว่าน่าใช้เวลาเตรียมพื้นที่ประมาณ 2 เดือนจากนั้นจะเชิญชวนเอกชนให้เข้ามาทดสอบ
          โดยน่าจะนำอุปกรณ์มาติดตั้งได้ในเดือนก.ย. สำหรับระยะเวลาในการทดสอบจะทดสอบไปเรื่อยๆจนกว่าจะพร้อมสมบูรณ์ เชื่อประเทศไทยน่าจะใช้เวลาเตรียมการ เข้าสู่ 5จี ภายใน 2 ปีต่อจากนี้ โดยการเริ่ม นำเทคโนโลยีมาใช้จะเริ่มจากจาก อุตสาหกรรมหรือภาคส่วนที่มีความจำเป็นก่อนแล้วขยายออกไปในเชิงพาณิชย์
          "5จีการลงทุนสูง ถ้าเร่งทดสอบ ก็จะได้ข้อสรุปเรื่องมาตรฐานการให้บริการ เข่น มาตรฐาน 5จี, การใช้เสาส่งสัญญาณ ร่วมกัน, การรองรับแอพพลิเคชั่นที่มี การทำงานซับซ้อนได้โดยตอนนี้มีความเป็นไปได้ 2 ช่วงความถี่คือย่าน 3.3-4.2 กิกะเฮิรตซ์ กับช่วงย่านความถี่ 24-29 กิกะเฮิรตซ์ดังกล่าว และในความเป็นไปได้สูงจะเป็นในช่วงย่านความถี่ 24-26 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งการเตรียมความพร้อม 5จีนั้นเป็นเสมือนการสร้างสนามทดลอง การประยุกต์ใช้ 5จีเพราะมาตรฐาน ทั่วโลกจากประกาศของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ยังไม่ออก"
          นายพิเชฐ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเองพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงฯ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ได้มีโอกาสไปฮ่องกง เพื่อดูงานที่ไซเบอร์พอร์ต (Cyberport) เป็นหน่วยงานในรูปแบบบริษัท ที่รัฐบาลฮ่องกงเป็นผู้ถือหุ้น ทั้งหมด โดยเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ สตาร์ทอัพด้านดิจิทัลและ ฟินเทคระดับ แนวหน้าแห่งเอเชีย โดยเป็นชุมชน ดิจิทัลที่มีสมาชิกกว่า 1,000 บริษัท โดยมุ่งเน้นการสร้างกลุ่มธุรกิจที่สำคัญสำหรับเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริม การพัฒนาฮ่องกงเป็น สมาร์ท ซิตี้
          ด้วยเหตุนี้กระทรวงดีอีจึงมีความร่วมมือร่วมกันในการสร้างบริษัทไซเบอร์ พอร์ต ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วยโดยจะใช้พื้นที่ดิจิทัล พาร์ค ศรีราชา เป็นศูนย์รวมของสตาร์ทอัพในภูมิภาคนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวางกรอบแนวคิดในการ จัดตั้งบริษัทคาดว่าจะสามารถคิดเสร็จภายใน 2 เดือนนับจากนี้ เพื่อให้เกิดขึ้นจริงภายในปีนี้
          "ปัจจุบันการผลักดันสตาร์ทอัพ ของประเทศไทย ยังกระจัดกระจายอยู่ ในหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนั้น การมีไซเบอร์ พอร์ต จะทำให้เป็นศูนย์รวม เราจะมีพื้นที่ให้ มีเงินทุนจาก ต่างชาติให้ และศูนย์นี้ก็จะมีความ ต้องการในตลาดให้สตาร์ทอัพได้คิดงานได้ตรงจุด"
          ไซเบอร์พอร์ตที่จะสร้างขึ้นเป็นการดึงเอาโมเดลจากฮ่องกงมาพัฒนา โดยจะเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพด้านดิจิทัล
          พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์