อียูปรับหนักกูเกิ้ลผูกขาดระบบแอนดรอยด์

นางมาเกรเธอ เวสทาเกอร์ กรรมาธิการด้านการแข่งขันทางการค้าของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากบริษัทกูเกิ้ลเป็นมูลค่า 4,340 ล้านยูโร (ราว 170,128 ล้านบาท) ฐานผูกขาดการค้าด้วยการให้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่นของกูเกิ้ลเป็นพื้นฐาน ซึ่งมีทั้งหมด 11 แอพพลิเคชั่น รวมถึงจีเมล เบราเซอร์ ยูทูบ และแผนที่
          ทั้งนี้ อีซีซึ่งใช้เวลาสอบสวนเรื่องนี้นานกว่า 7 ปี ให้เวลาอัลฟาเบ็ตซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิ้ลแก้ไขนโยบายเรื่องนี้ภายในเวลา 90 วัน มิเช่นนั้นอาจต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกในอัตราสูงสุด 5% ของรายได้หมุนเวียนโดยเฉลี่ยต่อวัน ขณะที่นายซุนดาร์ พิชัย ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของกูเกิ้ล วิจารณ์คำตัดสินดังกล่าวของอีซี ว่าเป็นการทำลายโมเดลธุรกิจที่สนับสนุนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค และบริษัทจะยื่นอุทธรณ์เรื่องนี้ ที่เป็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่อบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐสูงสุดเท่าที่อีซีเคยประกาศ
          อนึ่ง อีซีเคยสั่งปรับกูเกิ้ล 2,400 ล้านยูโร (ราว 94,080 ล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว ฐานผูกขาดระบบชอปปิงออนไลน์ ที่เป็นการโฆษณาขายสินค้าออนไลน์ผ่านคำค้นหาหากสอดคล้องกัน ซึ่งถือเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย และความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังบริษัทอัลฟาเบ็ตเผยผลกำไรในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 9,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 310,200 ล้านบาท) และมูลค่าเงินสดสำรอง 102,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.39 ล้านล้านบาท)
          ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีซึ่งผลิตและจำหน่ายสินค้าที่รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นซัมซุง เลโนโว โซนี่ และทีซีแอล ยังสงวนท่าทีต่อคำสั่งของอีซีที่มีต่อกูเกิ้ลในครั้งนี้ ด้านคณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐเผยว่ากำลังพิจารณาคำสั่งของอีซี "อย่างละเอียด".

          บรรยายใต้ภาพ 
          ผูกขาดการค้า...บรรยากาศหน้าสำนักงานใหญ่ของบริษัทกูเกิ้ล ที่เมืองเมนโลปาร์ก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยสหภาพยุโรปเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากกูเกิ้ล 4,340 ล้านยูโร หรือราว 170,000 ล้านบาท เพื่อลงโทษที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐแห่งนี้ผูกขาดตลาด ด้วยการให้สินค้าที่ใช้ระบบแอนดรอยด์ต้องรองรับแอพพลิเคชั่นของกูเกิ้ลเป็นหลัก (เอเอฟพี)