"5จี" ไม่เกิดเศรษฐกิจเสียหาย 2.3 ล้านล.

 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อเรื่อง "เทคโนโลยีพลิกโลก: ทำอย่างไรให้เกิดขึ้นจริงในไทย" ว่า กสทช.ได้ตั้งเป้าหมายว่าให้ประเทศไทยได้ใช้เทคโนโลยี 5 จี ภายในเดือน ต.ค.2563 หรือปี 2020 เนื่องจากเทคโนโลยี 5 จี มีส่วนสำคัญมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้เติบโตและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน
          "เทคโนโลยี 5 จี จะเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของประเทศให้มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ หลายอุตสาหกรรมจะสามารถนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ มาใช้งาน ดังนั้น หากไทยไม่สามารถผลักดันให้มี 5 จีใช้ได้แล้ว เชื่อว่าจะเกิดผลกระทบมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจมากกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ในปี 2573 โดยภาคอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบมากสุด เสียหายมากกว่า 700,000 ล้านบาท-1.6 ล้านล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นผลกระทบจากการไม่สามารถให้ประเทศเข้าสู่สมาร์ทซิตี้,การเรียนการสอน,การท่องเที่ยว และบริการสุขภาพ"
          ส่วนจะทำอย่างไรให้เกิด 5 จี เป็นรูปธรรมในประเทศไทยนั้น นายฐากรกล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่ง กสทช.จะเตรียมความพร้อมเรื่องคลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5 จี โดยปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ เช่น คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ปัจจุบันใช้ในกิจการทีวีดิจิทัลและอนาล็อก แต่เมื่อปิดระบบอนาล็อกก็ควรจะจัดสรรคลื่นกันใหม่ หรือคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ คลื่น 26 กิกะเฮิรตซ์ 28 กิกะเฮิรตซ์ ก็จำเป็นต้องปรับปรุงการใช้งานเช่นกัน
          "ประเทศไทยเข้าสู่ 3 จีก็ช้ากว่านานาประเทศ ราว 11 ปี เข้าสู่ 4 จี ก็ช้ากว่า 6 ปี ฉะนั้นการเข้าสู่ยุค 5 จี เราควรดำเนินการพร้อมๆกับประเทศอื่นและจะไม่ให้ถูกกล่าวหาว่าล้าหลังอีก ทุกฝ่ายต้องช่วยกันผลักดัน ไม่ใช่เรื่องหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งต้องเร่งดำเนินการ เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากและไทยก็ต้องตามให้ทันด้วย".