เร่งรัฐบาลช่วยดัน5จีเกิดในปี63 เอกชนโอดคลื่นแพง-หวั่นอัมพาต ฐากรชี้เริ่มช้าศก.สูญ2.3ล้านล้าน เผยถ้ามี3ปัจจัย-ได้ใช้ทันกำหนด

 เวทีสัมมนา'5จี พลิกโลก'คึกคัก เลขา'กสทช.'ลั่นเตรียมพร้อมรองรับ ไม่ให้ล้าหลังเหมือน 3จี-4จี ชี้ถ้าไทยยังไม่ใช้ 5จี ในปี 2563 มูลค่าทางเศรษฐกิจจะสูญกว่า 2.3 ล้านล้านบาท 'เอไอเอส-ทรู-ดีแทค'วอนรัฐ อย่าให้ต้นทุนคลื่นความถี่ 5จีแพงเกิน
          ร่วมฟังเวที'5จีพลิกโลก'คึก
          เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ หนังสือพิมพ์ "มติชน" จัดงานสัมมนาเรื่อง "5G เทคโนโลยีพลิกโลก :ทำอย่างไรให้เกิดขึ้นจริงในไทย" โดยมีนายฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. นายตู้ เย่ชิง รองผู้อำนวยการด้านผลิตภัณฑ์ 5G บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด นายวุฒิชัย วุฒิอุดมเลิศ หัวหน้างานฝ่ายผลิตภัณฑ์โครงข่าย อีริคสัน ประเทศไทย ตัวแทนผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ประกอบด้วย นาย วสิษฐ์ วัฒนศัพย์ ผช.ผอ.ส่วนงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่ บริหารกลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค นายพิชิต ธันโยดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจองค์กร กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู ร่วมงาน
          นอกจากนี้ในช่วงที่ 2 มีการเสวนาเรื่อง "5G เทคโนโลยีพลิกโลก : ทำอย่างไรให้เกิด ขึ้นจริงในไทย" ประกอบด้วย นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช.สายงานกิจการโทรคมนาคม นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นายสุเทพ เตมานุวัตร์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนา เอไอเอส นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ ดีแทค นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการ ด้านรัฐกิจสัมพันธ์ ทรู ดำเนินรายการโดยนายสุพจน์ เธียรวุฒิ กรรมการและเลขาธิการ สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีประชาชนทั่วไป นักวิชาการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคักกว่า 300 คน
          'ฐากูร'ชี้5จีปฏิวัติอุตฯครั้งใหญ่
          นายฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวเปิดงานว่า โลกปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ทำให้การสื่อสารเร็วขึ้นมากกว่าที่เราคิด โดยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปทำให้พฤติกรรมของคนในสังคม ในฐานะผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปด้วย ในช่วงที่ผ่านมาเทคโนโลยี 3G และ 4G เข้ามาปฏิวัติผู้บริโภค และนับจากนี้เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ นำไปสู่การปฏิวัติสังคม
          "โจทย์วันนี้ไม่ได้อยู่ที่ยินดีรับหรือไม่รับเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การตั้งรับหรือการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาหรือปรับปรุงตัวเราให้เป็นประโยชน์มากที่สุดได้อย่างไร ในฐานะสื่อมวลชน นอกจากนำเสนอผ่านเครื่องมือสื่อสารทั้งทางหนังสือพิมพ์และทางออนไลน์แล้ว ช่องทางหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารคือการเชิญผู้รู้หรือวิทยากรมาสื่อสารกับผู้สนใจโดยตรง" นายฐากูรกล่าว
          'ฐากร'ชี้ไทยไม่มี5Gสูญ2.3ล้านล.
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวในการสัมมนาว่า จะทำอย่างไรให้เทคโนโลยี 5G เกิดขึ้นให้ได้เพื่อไม่ให้ไทยล้าหลัง เพราะที่ผ่านมา 3G ไทยล้าหลัง 7 ปี 'ฐากร'ชี้ไทยไม่มี5Gสูญ2.3ล้านล.4G ล้าหลัง 4 ปี ดังนั้นเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก กสทช.จะทำให้เกิดเร็วที่สุด เพราะคาดว่าเทคโนโลยีนี้จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2563 นับจากวันนี้เหลือ 790 วัน สิ่งแรกที่สำคัญคือคลื่นความถี่ ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวน 420 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อมี 5G จะต้องมีคลื่นความถี่มากขึ้นแน่นอน สองคือ โครงสร้างพื้นฐาน หวังว่าผู้ดำเนินการทั้ง 3 ค่าย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรู จะเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ เพื่อสร้างถนนที่มีช่องทางจราจรเพิ่มขึ้นไม่ทำให้จราจรติดขัด และสาม การเชื่อมต่อต่างๆ ถึงกัน เพราะเมื่อมี 5G จะมีการติดต่อระหว่างกันทั้งคนกับสิ่งของ คนกับคน และสิ่งของกับสิ่งของ
          "ในปี 2563 ถ้าไทยไม่สามารถดำเนินการ 5G ได้สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้น คือ 1.กระทบภาคการผลิตและอุตสาหกรรม ภาพรวมประเทศจะสูญเสียมูลค่าเศรษฐกิจสูงถึง 2.3 ล้านล้านบาทในปี 2573 คิดเป็น 20% ของจีดีพีประเทศ หรือ 77% ของงบประมาณประเทศ เฉพาะภาคอุตสาหกรรมจะเสียหาย 7 แสนล้านบาท-1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10-30% ของจีดีพีภาคอุตสาหกรรม 2.กระทบกับสมาร์ท ซิตี้ เพราะ 5G จะช่วยให้การใช้ชีวิตของประชาชนสะดวกขึ้น ทั้งการเรียน ทำงาน ท่องเที่ยว และกิจกรรมต่างๆ 3.กระทบเรื่องโรงพยาบาลอัจฉริยะ เพราะไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย อีก 25 ปี ไทยจะมีผู้สูงอายุมากถึง 20 ล้านคน ซึ่ง 5G จะเข้ามาช่วยในการรักษาพยาบาล จะมีการผ่าตัดที่บ้าน ช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาล 1.1 หมื่นล้านบาทต่อปี" นายฐากรกล่าว (อ่านรายละเอียด น.2)
          'หัวเว่ย'ยัน5Gเพิ่มมูลค่าอื้อ
          ต่อมา นายตู้ เย่ชิง รองผู้อำนวยการด้านผลิตภัณฑ์ 5G บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ จำกัด กล่าวปาฐกถาเรื่อง 5G ว่า หัวเว่ยเริ่มวิจัยและทดสอบเทคโนโลยีเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเทคโนโลยี 5G จะช่วยให้ส่งข้อมูลได้จำนวนมาก และมีความหน่วงต่ำ สามารถใช้เชื่อมโยงอุปกรณ์ทุกอย่างเข้าด้วยกัน หากย้อนไปช่วงที่มีการใช้ 3G ความเร็วสูงสุดที่มีการใช้งาน คือ 1 เมกะบิตต่อวินาที ขณะที่ 4G อยู่ที่ 10-20 เมกะบิตต่อวินาที แต่ 5G จะอยู่ที่ 100-200 เมกะบิตต่อวินาที ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่และทุกเวลา โดยไม่ต้องกังวลว่าใช้ข้อมูลเสียงและดาต้าไปแล้วเท่าไร
          นายตู้กล่าวว่า ทั้งนี้ 5G สามารถรองรับวิดีโอที่มีความละเอียดในระดับ 4K หรือ 8K รวมทั้งเทคโนโลยีเสมือนจริง (AR) และการจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริง (VR) นอกจากนี้ 5G จะส่งผลดีต่อทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิต คาดว่าในปี 2578 ภาคการผลิตจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ 3.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 28% ของมูลค่าจีดีพีโลกที่เกิดจากเทคโนโลยี 5G สองคือธุรกิจการสื่อสารที่คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มกว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และสามธุรกิจโรงพยาบาลและสุขภาพ มูลค่ากว่า 5.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ค้าปลีกและค้าส่ง ภาคบริการ การก่อสร้าง การขนส่ง ภาคการเงิน และการศึกษา ก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน คาดว่าปี 2573 ในจีนจะมีการลงทุนจากเทคโนโลยี 5G ในหลายมิติ และจะมีผลต่อ จีดีพีราว 5 ล้านล้านหยวน และจะมีอุปกรณ์ในภาคการผลิตกว่า 70% ที่มีการเชื่อมโยงกับ 5G
          5G'สมาร์ทกริด'รับรถยนต์ไฟฟ้า
          นายตู้กล่าวว่า ปัจจุบันหัวเว่ยมีการทดสอบใช้ 5G ในอุตสาหกรรมการขนส่ง ที่เมืองอู๋ชี๋ ของจีน สำหรับรถยนต์ไร้คนขับที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งลดใช้พลังงานเพราะใช้ไฟฟ้า ด้านอุตสาหกรรมการผลิตได้เข้าไปร่วมทดสอบเทคโนโลยี 5G ในโรงงานของพันธมิตร เช่น บ๊อช เพื่อนำเทคโนโลยี 5G เข้าไปอยู่ในส่วนต่างๆ ของโรงงาน และจะมีการผลักดันให้เกิดการสร้างมาตรฐานในอุตสาหกรรม และอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะมีการทดสอบเรื่องชิปเซตและเทอมินัลของผู้ผลิต เป็นต้น นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีความร่วมมือกับสมาคม 5G ACIA เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันทดสอบเทคโนโลยี 5G เพื่อนำมาใช้จริง
          นายตู้กล่าวว่า อีกอุตสาหกรรมคือสมาร์ท กริดในอุตสาหกรรมพลังงาน ในอนาคตคือรถยนต์ไร้คนขับซึ่งเหมาะกับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ต่อไปในกรุงเทพฯอาจจะต้องมีแท่นชาร์จของรถไฟฟ้า แต่หากมีการชาร์จพร้อมกันจะมีการใช้พลังงานจำนวนมาก ดังนั้น แต่ละกริดจะต้องมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้สามารถควบคุมด้านการใช้พลังงานได้เอง
          ปี'63ลุยสมาร์ทโฟนรับ5G
          นายตู้ เย่ชิง กล่าวว่า นอกจากนี้ด้านอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่เป็นอันตรายหากใช้ไม่ถูกที่ เช่น ใช้ใกล้สนามบิน หรือบินในความสูงเกิน 10 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงอุปกรณ์และทราบว่าโดรนเป็นของใคร และจะมีการสร้างสถานีฐานวิทยุเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน ถือเป็นโอกาสของผู้ให้บริการโครงข่ายด้วย นอกจากนี้ หัวเว่ยยังสร้างแพลตฟอร์มเพื่อเชิญชวนพันธมิตรเข้ามาร่วมทดสอบเทคโนโลยี ทั้งรถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์อัตโนมัติ เป็นต้น
          "ปีนี้ทั่วโลกอยู่ระหว่างการประมูล 5G เช่น เกาหลีใต้ อังกฤษ ที่เริ่มดำเนินการเฟสแรก ช่วงครึ่งปีหลังคือ สเปน อิตาลี สหรัฐ ออสเตรเลีย และจีน ส่วนปี 2563 แคนาดา นอร์เวย์ รวมทั้งไทยและทั่วโลก ซึ่งหัวเว่ยเริ่มมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยี 5G NSA E2E ออกมาในช่วงปลายปีนี้ และต้นปี 2562 จะเปิดตัวเทคโนโลยี 5G SA E2E และพร้อมที่จะพัฒนาสมาร์ทโฟนรองรับการใช้งานของประเทศไทยในปี 2563 ได้" นายตู้กล่าว
          คาดปี'66ใช้5Gพันล้านราย
          จากนั้น นายวุฒิชัย วุฒิอุดมเลิศ หัวหน้างานฝ่ายผลิตภัณฑ์โครงข่ายบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย จำกัด กล่าวสัมมนาเรื่อง "ทำอย่างไรให้ 5G เทคโนโลยีพลิกโลก เกิดขึ้นจริงในไทย" ว่า อีริคสันคาดว่าในปี 2563 จะเริ่มมีการใช้งาน 5G ทั่วโลก และภายในปี 2566 จะมีผู้ใช้งานบนโครงข่าย 5G ถึง 1 พันล้านราย เพื่อที่จะยกระดับการสื่อสารผ่านโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เทียบเท่ากับ 12% ของผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดจะอยู่บนโครงข่าย 5G
          นายวุฒิชัยกล่าวว่า ในปี 2566 ปริมาณการใช้ข้อมูลผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า เป็นจำนวนถึง 107 เอกซะไบต์ (EB) ต่อเดือน หรือเทียบเท่ากับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดทั่วโลกดูวิดีโอสตรีมมิ่งพร้อมกันเป็นเวลา 10 ชั่วโมงติดต่อกัน นอกจากนี้ปริมาณการใช้ข้อมูลทั่วโลกผ่านเครือข่าย 5G จะมีมากถึง 20% มากกว่าการใช้ระบบ 2G 3G และ 4G รวมกันถึง 1.5 เท่า
          "เทคโนโลยี 5G และอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) จะเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ให้บริการเพิ่มขึ้น 22% ของรายได้ โดยอุตสาหกรรมการผลิตจะสร้างรายได้จาก 5G ได้มากที่สุด อยู่ที่ 20% อุตสาหกรรมด้านพลังงานและสาธารณูปโภค อยู่ที่ 16% ด้านความปลอดภัย ด้านสาธารณสุข สุขภาพอนามัย การขนส่ง และด้านสื่อการบันเทิง 12%" นายวุฒิชัยกล่าว
          แนะรัฐ-เอกชนวางแผนรองรับ
          นายวุฒิชัยกล่าวว่า 5G จะถูกนำมาใช้ในเขตเมืองมีความหนาแน่นของประชากรสูงก่อน เช่นเดียวกับระบบ 2G, 3G และ 4G เนื่องจากต้องการสร้างบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งแบบเคลื่อนที่และประจำที่ ยกระดับการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และ Fixed Wireless Access หลังจากนั้นจะถูกนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค และสาธารณสุข เป็นต้น
          "การเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องให้ความสำคัญ ถือว่าเป็นการสอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล อาทิ 1.การจัดสรรคลื่นความถี่ที่สอดรับ และมีความเหมาะสม 2.คำนึงถึงการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีในประเทศจะเป็นอย่างไร 3.สอดรับกับการใช้งานในอุตสาหกรรม และ 4.วางแผนงานรวมกัน ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการ" นายวุฒิชัยกล่าว
          'เอไอเอส'นำร่องใช้'4.5G'
          ด้านนายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ บริษัท เอไอเอส กล่าวในหัวข้อ "วิสัยทัศน์ 5G ในมุมมองซีอีโอ" ว่าเดิมการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นแค่แฟชั่น แต่ปัจจุบันการสื่อสารทางโทรคมนาคมในรูปแบบต่างๆ กำลังจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของดำเนินการต่างๆ มีผลต่อการขับเคลื่อนประเทศ สำหรับ 5G เอไอเอสได้วางพื้นฐานด้วยการเริ่มลองใช้เทคโนโลยี 4.5G ครั้งแรกของโลก เพื่อส่งสัญญาณว่าไทยมีความสามารถเป็นผู้นำได้ในหลายเรื่องรวมทั้ง 5G ด้วย โดยทำก่อนเกาหลีเพียง 1 สัปดาห์ ทำให้ผู้ผลิตที่เกี่ยวข้องต่างๆ เข้ามาหาเอไอเอส ให้การยอมรับเรา
          "ล่าสุดปีที่ผ่านมา เอไอเอสยังทำ NEXT G (คลื่นความถี่ความเร็วสูง) รายที่ 3 ของโลก ยิ่งทำให้เอไอเอสได้รับการจับตามากขึ้น นอกจากนี้เอไอเอสยังให้บริการทำระบบสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ แท่นขุดเจาะในทะเล และทำอินเตอร์เน็ตออฟธิงส์ในหน่วยงานต่างๆ อาทิ สถาบันการศึกษา" นายวสิษฐ์กล่าว และว่า ทุกครั้งที่เอไอเอสเปิดตัวเทคโนโลยีต่างๆ ออกไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราคือผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมก้าวสู่ 5G ปัจจุบันเอไอเอสมี เอไอเอส ดิจิทัล แพลตฟอร์ม ฟอร์ ไทย เพราะเราต้องการสร้างดิจิทัล แพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อให้บริการทุกกลุ่ม ทุกอุตสาหกรรม เพราะจะนำไปสู่ 5G ให้กับประเทศ
          'ดีแทค'แนะแก้3อุปสรรค
          ด้านนายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่ บริหารกลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท ดีแทค กล่าวถึงวิสัยทัศน์ 5G ว่า ขณะนี้ทั่วโลกเริ่มนำเทคโนโลยี 5G มาใช้แล้วทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย และจะเกิดขึ้นเต็มรูปแบบในปี 2563 สำหรับไทยถ้าสามารถทำงานร่วมกันได้ เชื่อว่าเราน่าจะเป็นผู้นำในภูมิภาคได้ สำหรับแนวทางการผลักดัน 5G ของไทยเกิดขึ้น จะต้องแก้ไขเรื่องแรกคือกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ เช่น การแบ่งปันการใช้โครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันเพียงพอหรือไม่ เพราะในหลายประเทศใช้รูปแบบนี้ ถ้าหากแบ่งปันกันได้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ให้บริการโทรศัพท์และประโยชน์ต่อประเทศไทยโดยรวม
          นายราจีฟกล่าวว่า สองคือเรื่องสเปกตรัม ที่ภาครัฐควรมีความชัดเจนว่าจะใช้ความถี่ช่วงไหน มองว่าเราต้องคลื่นความถี่ต่ำเพื่อรองรับอุปกรณ์จำนวนมากที่จะเข้ามาเชื่อมต่อ รวมทั้งรองรับการดาวน์โหลดข้อมูลจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่ผู้กำกับดูแลเรื่องนี้ต้องเตรียมความพร้อมว่าสเปกตรัมไหนเหมาะสม เพราะจะมีผลทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายลงทุนโครงข่ายและค่า ใช้จ่ายในการใช้นำไปใช้จริง และสามคือ ความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน เพราะ 5G ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีเท่านั้นแต่เป็นเรื่องการเข้ามาช่วยพัฒนาและยกระดับชีวิตของคนไทย ต้องทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อทำให้ 5G เกิดขึ้นได้
          'ทรู'เผย3คีย์หลักใช้5G
          ด้านนายพิชิต ธันโยดม หัวหน้าคณะ ผู้บริหารด้านธุรกิจองค์กร กลุ่มบริษัททรู กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางทรูมีการทดสอบการใช้ 5G และการใช้อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (ไอโอที) ไปบ้างแล้ว คีย์หลัก 3 ข้อของการใช้ 5G ประกอบด้วย 1.การเชื่อมต่อกับทุกคน (Connecting Everyone) 2.การเชื่อมต่ออุปกรณ์ (Connecting Object) และ 3.การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Environment Friendly) อันดับแรกต้องคำนึงถึงเรื่องคนก่อน เนื่องจากเป็นผู้นำด้านโครงสร้างดิจิทัลสำหรับการ เชื่อมต่อคนและองค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมไทย เช่น การนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้จริง
          "นอกจากการทำธุรกิจแล้วที่ผ่านมาทรูร่วมกับรัฐบาลและบริษัทใหญ่ๆ วางไฟเบอร์ในโรงเรียนกว่า 3,000 แห่ง เป็นต้น นอกจากนี้ต้องคำนึงถึงสังคมและการใช้งานของประเทศชาติ" นายพิชิตกล่าว
          กสทช.มั่นใจรองรับ5จีทันปี2563
          ต่อมาเป็นการเสวนา "แจ้งเกิด 5G ไทย จะต้องทำอย่างไร" โดยนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า กสทช.อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อรองรับ 5G อย่างเต็มที่ โดย 3 ปัจจัยที่จะทำให้เกิด 5G คือ 1.การจัดสรรหรือการกำหนดคลื่นความถี่ที่จะนำมาประมูลในอนาคตภายในปี 2020 อาทิ คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 90 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 180 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่คลื่นความถี่ใหม่สำหรับ 5G ที่มีความน่าสนใจ คือ คลื่นความถี่ย่าน 3.5 กิกะเฮิรตซ์ จำนวนสูงสุด 200 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 26 และ 28 กิกะเฮิรตซ์ จำนวนสูงสุด 3 กิกะเฮิรตซ์ 2.โครงสร้างพื้นฐานและ 3.การเชื่อมโยงข้อมูล ระยะเวลาในการดำเนินการน่าจะสอดรับได้ทันท่วงที ตามกรอบเวลาที่ทั่วโลกกำหนดไว้ว่า 5G จะเกิดขึ้นในปี 2563
          "ความเหลื่อมล้ำในเรื่องเทคโนโลยีจะค่อยๆ หายไป ทั้งจากการดำเนินการเน็ตประชารัฐที่ให้บริการอินเตอร์เน็ตฟรีสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย" นายก่อกิจกล่าว
          ทีดีอาร์ไอแนะเปิดเสรีเพิ่มแข่งขัน
          ด้านนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า คาดว่าเมื่อมีเทคโนโลยี 5G เข้ามาจะส่งผลต่อการย้ายฐานของอุตสาหกรรม สำหรับประเทศไทยเชื่อว่า 5G จะเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ช้า แต่ต้องระวังเรื่องคุณภาพ และควรเป็นแบบต้นทุนต่ำคุณภาพสูง รัฐบาลควรเปิดเสรีเพื่อให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ ถ้าเกิดการแข่งขันเป็นธรรม ราคาสมเหตุสมผล จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย
          นายสมเกียรติกล่าวว่า ตอนนี้ไทยยังเป็น 2.5 จี เพราะยังไม่เกิดการแข่งขันแท้จริง กสทช.ยังทำงานแบบเกรงใจกลุ่มคนบางกลุ่ม ดังนั้นถ้าอยากให้เกิด 5G รัฐต้องให้ประชาชนเป็นตัวตั้ง ต้องปรับกระบวนการใหม่ ต้องอนุญาตให้ผู้ลงทุนถือหุ้นเกิน 50% ซึ่งปัจจุบันรัฐพยายามหางานให้รัฐวิสาหกิจ เพื่อประคองกิจการไปให้ได้ ทั้งที่การทำงานมีศักยภาพไม่สูง
          "สิ่งที่รัฐบาลควรทำอย่างเร่งด่วนก่อนการประมูล 5G คือควรหา กสทช.ชุดใหม่เพราะปัจจุบันเป็นชุดรักษาการ เพราะ 5G ควรให้ กสทช.ตัวจริงเข้ามาบริหาร เพราะถ้าทำงานด้วยชุดรักษาการจะถูกตั้งคำถามว่ามีการหมกเม็ด นอกจากนี้รัฐควรพิจารณาคลื่นความถี่ ที่เอกชนถืออยู่ว่าเหมาะสมหรือไม่ ควรเอา กลับมาดูว่าจะประมูลอย่างไร และดูราคา ที่เหมาะสม" นายสมเกียรติกล่าว
          'เอไอเอส-ดีแทค-ทรู'หนุนลุย5G
          นายสุเทพ เตมานุวัตร์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ บริษัทเอไอเอส กล่าวว่า อยากจะเห็นความชัดเจนจากภาครัฐเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งที่เกาหลีใต้จบการประมูล 5G ไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา และแบ่งปันโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ให้เอกชนติดตั้งเสาสัญญาณบริเวณอาคารของรัฐได้ ดังนั้น ต้องการเห็นแนวปฏิบัติ ว่าเราจะสามารถลดต้นทุนได้อย่างไรเมื่อภาครัฐได้ประโยชน์จากการลงทุนที่จะเกิดขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เราไม่กังวลว่า 5G จะไม่เกิด เราเชื่อเกิดขึ้นแน่ ดังนั้นขึ้นอยู่กับภาครัฐว่าจะผลักดันไปในทางไหน นโยบายภาครัฐต้องชัดเจน
          นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัทดีแทค กล่าวว่า หาก 5G เริ่มต้นใช้งานในเชิงพาณิชย์ในปี 2563 ต้องคำนึงถึงว่าจะเริ่มต้นอย่างไร จึงเป็นหน้าที่ของหลายภาคส่วนต้องร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีการใช้งาน 5G ได้อย่างที่มีประสิทธิภาพที่สุด ด้วยต้นทุนต่ำที่สุด แต่การจัดสรรคลื่นความถี่หรือการใช้สเปกตรัม ทาง กสทช.ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นก่อนจะเริ่มใช้ 5G ได้จริง รัฐบาลต้องคำนึงถึงการจัดสรรคลื่นความถี่ว่าจะใช้วิธีอะไร ราคาเท่าไหร่
          "เนื่องจากปัญหาในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยในช่วงที่ผ่านมาคือราคาคลื่นความถี่แพงมาก ถ้าต้องใช้ 5G เป็นร้อยเมกะเฮิรตซ์แต่ราคาเท่าเดิมจะเป็นได้หรือไม่ ดังนั้นเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ต้องอยู่ในราคาที่เหมาะสม" นายนฤพนธ์กล่าว
          นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการ ด้านรัฐกิจสัมพันธ์บริษัททรู กล่าวว่า 5G ถือว่ามีความจำเป็นต่อประเทศ และต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไทยจะประกาศใช้ 5G พร้อมกับประเทศเจ้าของเทคโนโลยี อาทิ ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐ คาดว่าหากจะมีการใช้ 5G ต้องมีการปรับใช้คลื่นความถี่ออกมาใช้ก่อน ภาครัฐต้องมี ส่วนช่วยในการขับเคลื่อน เพราะวันนี้รัฐบาลปล่อยให้เทคโนโลยีขับเคลื่อนโดยเอกชน ทำให้ภาระทั้งหมดตกมาอยู่ที่โอเปอเรเตอร์ เป็นมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านบาท หากมีการประมูลในปี 2563 คาดว่าจะมีค่าไลเซนส์ 1.4-1.5 แสนล้านบาท
          "ปี 2020 ที่มีเป้าหมายว่าไทยจะเข้ายุค 5 จี ผมคิดว่า ปีนั้นอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องเป็นอัมพาต เพราะบริษัทเครือข่ายต้องใช้เงินในการจ่ายค่าไลน์เซ่น 1.5 แสนล้านบาท แล้วการลงทุน 5 จีต้องใช้เงินอีก แล้ว 5 จี จะเกิดขึ้นได้อย่างไร" นายจักรกฤษณ์กล่าว
          'ไพรินทร์'รอผลสอบสินบน'จท.'
          นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวหลังการตรวจเยี่ยมของกรมเจ้าท่า (จท.) ว่า กรณีสำนักงานสืบสวนพิเศษของอัยการกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สอบสวนกรณีบริษัทเอกชนญี่ปุ่นรายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าจ่ายสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่ท่าเรือของไทยกรณีขนส่งอุปกรณ์โรงไฟฟ้านั้น กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2556 ซึ่งญี่ปุ่นนั้นมีกฎหมายคล้ายกับประเทศอังกฤษ หากพบการปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมายในต่างประเทศ และมีการยอมความกับรัฐบาลญี่ปุ่น กฎหมายจะลงโทษเฉพาะทางแพ่งเท่านั้น โดยมีข้อกำหนดระหว่างประเทศร่วมกันว่าจะส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานปราบปรามทุจริตของประเทศที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งกรณีนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
          นายไพรินทร์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับเอกชนรายหนึ่งเข้ามาทำโครงการสร้างท่าเรือชั่วคราว เพื่อขนถ่ายอุปกรณ์โรงไฟฟ้า หลังได้รับอนุมัติโครงการท่าเรือไปแล้ว เมื่อดำเนินการเสร็จก็ได้รื้อย้ายถอดถอนท่าเรือออกไปแล้ว ซึ่งเป็นกรณีเฉพาะ ถ้าพบว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ถ้ามีการรับสินบน ต้องมีการลงโทษ
          จท.ตั้งทีมสอบฮึ่มผิดจริงฟันแน่
          ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า กรมเจ้าท่าตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว โดยจะต้องตรวจสอบข้อมูลว่าโครงการโรงไฟฟ้าที่ขนอม มีเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร การให้ใบอนุญาตเป็นไปตามระเบียบข้อกฎหมายหรือไม่ หากพบว่ามี เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง หรือรับสินบน จะลงโทษเด็ดขาด ทั้งนี้ ป.ป.ช.เคยสอบถามข้อมูลท่าเทียบเรือ จำนวนเรือที่เข้าท่าขนอน รวมทั้งเคยเชิญเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าไปให้ข้อมูลแล้ว
          "โครงการโรงไฟฟ้าขนอมเป็นโครงการขนาดใหญ่ ขณะนี้เรายังไม่รู้ว่าข้อมูลที่สื่อญี่ปุ่นนำเสนอไปมีรายละเอียดตรงจุดไหนบ้าง เราต้องดูว่ากรมเจ้าท่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องตรงไหน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 7 วัน หากพบว่ามีมูลจะตั้งคณะกรรมการสอบวินัยต่อไป และหากพบว่ามีความผิดจะลงโทษขั้นเด็ดขาดทันที โดยไม่รอผลการสอบสวนของ ป.ป.ช." นายจิรุตม์กล่าว
          โพลเข้าพรรษาเงินสะพัด6พันล.
          วันเดียวกัน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา จำนวน 1,238 คนทั่วประเทศ คาดว่าจะเงินสะพัด 6,477 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ 79.4% วางแผนทำบุญและเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อทำบุญและท่องเที่ยว โดยกิจกรรมที่นิยมทำ คือ การตักบาตร ทำบุญ ไปถวายสังฆทาน และเวียนเทียน
          "ผลสำรวจดังกล่าวบ่งชี้ว่าประชาชนทำบุญมากขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นแม้จะเพิ่มไม่มากก็ตาม แต่ช่วงครึ่งปีหลังผลสำรวจพบว่าประชาชนจะใช้เงินทำบุญมากขึ้นกว่า 5,000 บาท เนื่องจากช่วงนั้นมีวันสำคัญทางศาสนามากขึ้น รวมทั้งเทศกาลทำบุญต่างๆ สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวและกระจายตัวมากขึ้น หอการค้าไทยยังมองว่าเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโต 4.5% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เหมือนเดิม" นายธนวรรธน์กล่าว

          บรรยายใต้ภาพ 
          แจ้งเกิด 5จี - พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดงาน "5จี เทคโนโลยีพลิกโลก : ทำอย่างไรให้เกิดขึ้นจริงในไทย" ในงานมีการปาฐกถา โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. และการเสวนาแจ้งเกิด 5จี โดยตัวแทนจากค่าย มือถือต่างๆ ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กทม. เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม