"ซีดีจี"มุ่งยกระดับไอทีรัฐ รับ5เมกะเทรนด์เปลี่ยนแปลงโลก

กลุ่มบริษัทซีดีจี ชี้ 5 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลก แนะองค์กรรัฐ-รัฐวิสาหกิจต้องปรับตัวรับมือ มุ่งนาเสนอบริการไอทียกระดับบริการภาครัฐ รับนโยบายไทยแลนด์ 4.0
          นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ซีดีจี เปิดเผยว่าสังคมโลกและประเทศไทยกาลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางเทคโนโลยี (Technology disruption) รวมถึงการเกิดเมกะเทรนด์ (Mega trends) ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของผู้คน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตของประชาชน โดยซีดีจีมองเห็น 5 เมกะเทรนด์ ที่จะเปลี่ยนแปลงบริบทของผู้บริโภคอย่างสิ้นเชิง และได้ส่งผลให้ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจต้องเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ประกอบด้วย 1.The Future of Smart การที่ระบบสั่งการอัตโนมัติ หรือ ระบบ AI เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีความสามารถมากกว่าหรือเท่ากับศักยภาพของมนุษย์ จนสามารถเข้ามาทางานแทนมนุษย์ในอนาคตอันใกล้ เช่น AI สามารถเรียนรู้ คิด วิเคราะห์ รวมไปถึงการวางแผนกลยุทธ์ โดยในหลายอุตสาหกรรมเริ่มมีการนาเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในการทางานมากขึ้น อาทิ วงการโลจิสติกส์ การแพทย์ การบริการ การธนาคาร อี-คอมเมิร์ซ ตัวอย่างเช่น การติดตามอาการคนไข้โดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดค่าการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพ วิเคราะห์ผล พร้อมคาดการณ์อาการโรคได้อย่างถูกต้อง แม่นยา ในระยะเวลาอันสั้น
          2.การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของปัจเจกบุคคล (Behavioural Revolution) ในปัจจุบันมีการติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคทางช่องทางออนไลน์ เพื่อนามาปรับใช้ในการให้บริการได้ตรงตามความต้องการของบุคคลในแบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังนาพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวทางสังคม เช่นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมในคนรุ่นใหม่ เป็นต้น
          3.ประชาชนมีบทบาทสาคัญ (Empowered Citizen) โดยต้องกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน เพื่อสร้างนวัตกรรมทางสังคมและประชาชนทันสมัย (Smart citizen) ซึ่งเห็นได้จากตัวอย่างแถบประเทศยุโรป ที่เปิดให้ประชาชนได้มีส่วนรวมในการเสนอข้อกฎหมายหรือข้อบังคับใช้ต่างๆ โดยการทาผ่านระบบออนไลน์ ข้อมูลเปิดเผยและประชาชนสามารถตรวจสอบ
          4.เมืองเล็กๆ จะได้รับการพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองที่มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล (Urban World) โดยเมืองในอนาคตจะถูกสร้างบนสาธารณูปโภคอัจฉริยะ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสาหรับประชาชนที่เชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยี มีความสะดวก และปลอดภัยสูง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่นการปรับรูปแบบเมืองให้เป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทซิตีในหลายประเทศ
          และ 5. การใช้นวัตกรรมเพื่อพลังงานทดแทน (Resourceful Planet) ด้วยเทคโนโลยีอย่าง IoT และ Machine Learning เพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเป็นแหล่งพลังงานทางเลือก โดยเปิดให้ผู้อยู่อาศัยเลือกที่จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อการใช้งานภายในครัวเรือน และหากเหลือจากการใช้งานแล้วยังสามารถขายพลังงานทางเลือกนี้ให้เพื่อนบ้านได้
          นายนาถ กล่าวต่อว่า "ซีดีจี มีกลุ่มลูกค้าที่เป็นหน่วยงาน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในการนาเสนอเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ จะมองถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน ที่เป็นผู้รับบริการเป็นหลัก ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพองค์กรภาครัฐเพื่อยกระดับคุณภาพในการให้บริการสาธารณะ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen Centric) ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการและสวัสดิการที่ดี พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
          ทั้งนี้ การก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 ของ ซีดีจี ตั้งเป้าหมายในการเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนาของประเทศไทย ด้วยการผลักดันประเทศผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสังคมที่ดีขึ้น โดยวางแผนยกระดับทิศทางธุรกิจไว้ คือ 1. มุ่งเพิ่มพูนองค์ความรู้ และสมรรถนะของบุคลากรในองค์กรให้พร้อมต่อการเปลี่ยน แปลงของโลกในยุคดิจิตอล 2. นาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ (Innovative Technology) มาประยุกต์ใช้เป็นโซลูชันที่ใช้งานได้จริง เพื่อนาเสนอในการทาโครงการใหม่ๆ ให้กับลูกค้า 3. นาเทคโนโลยีและโซลูชันที่เหมาะสมมาใช้เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อ (Connect) และการทางานร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ อย่างมีประสิทธิภาพ 4. ผลักดันให้เกิดความร่วมมือ (Partnership) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน และ 5. ดาเนินธุรกิจตามหลัก ธรรมาภิบาลและเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม

          บรรยายใต้ภาพ 
          นาถ ลิ่วเจริญ