"ดีแทค"เข้าตาจนประมูลคลื่นใหม่กระทบรอบด้าน

 รมย์รัมภา เริ่มรู้
          กรุงเทพธุรกิจ
          การประมูลคลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่ามี 2 ค่าย ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเข้าร่วม จากการไปรับเอกสารคำขอเข้าร่วมการประมูลกับคณะกรรมการกิจการ กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค - 7 ส.ค. นี้
          ทั้ง 2 รายที่ว่าประกอบไปด้วยบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ที่จับมือกับบริษัทลูก บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค จำกัด เป็น ผู้เข้าประมูล อีกรายคือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC  ที่ส่งบริษัทลูก บริษัทดีแทค ไตรเน็ต จำกัด และบริษัท ดีแทค บรอดแบนด์ จำกัด เข้าประมูล
          ก่อนหน้านี้คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ทุกค่ายโทรศัพท์มือถือต่างพร้อมใจกันประกาศว่าไม่เข้าร่วมประมูล ด้วยสาเหตุคลื่นที่มีอยู่ในมือเพียงพอในการให้บริการลูกค้าของตนเอง และเกณฑ์ที่กสทช. กำหนดราคาประมูลก็ไม่เอื้อกับภาวะการแข่งขันและตลาดในปัจจุบัน
          กระทั่งมีการนำคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ มาร่วมประมูลด้วยจึงสามารถดึงความสนใจจากผู้ประกอบการค่ายโทรศัพท์มือถือ ได้อีกครั้ง ซึ่งหากประเมินจากหน้าตักของทั้ง แอดวานซ์ ฯและดีแทค ต่างอยู่ในสถานะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะนำไปสู่การแข่งขันชิงคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เกิดขึ้นในวันที่ 18 ส.ค นี้
          ด้าน แอดวานซ์ ฯ มีคลื่นในมืออยู่แล้วจำนวนรวม 55 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์อยู่ที่จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ และมีคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ ดังนั้นหากแอดวานซ์ฯ เลือกจะประมูลคลื่นใดคลื่นหนึ่งทำให้ยิ่งเสริมความแข็งแกร่ง เพราะเป็นคลื่นที่ใกล้กับคลื่นเดิมที่มีอยู่ในมือ
          ส่วนดีแทค ที่ไม่มีทั้งคลื่น 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์เลย และคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ที่มีอยู่ กำลังจะหมดอายุสัมปทานในวันที่ 15 ก.ย นี้แล้ว ซึ่งทาง กสทช. ก็ส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการเยียวยาให้ใช้คลื่นดังกล่าวหากไม่เข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ทางกลับกัน ดีแทคเข้าร่วมประมูลและชนะได้คลื่นไปก็เข้าสู่กระบวนการเยียวยาระยะเวลา 18 เดือน ด้วยการชำระเงินก่อนงวดแรก
          รวมทั้งค่าใช้จ่ายการลงทุนในการรับผิดชอบป้องกันและแก้ไขปัญหาการรบกวนของ คลื่นความถี่และการรบกวนระบบอาณัติ สัญญาณของระบบคมนาคมขนส่งทางราง ทั้งหมดเพียงรายเดียวหากชนะการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ด้วยจำนวนคลื่นในมือที่มีแต่คลื่นความถี่สูงทั้งหมดบีบให้ดีแทคต้องการคลื่นความถี่ต่ำ 900 เมกะเฮิรตซ์อย่างชัดเจน ขณะที่สถานการณ์ของบริษัทหลังจากประกาศงบการเงินงวดไตรมาส 2 ปี 2561 ออกมา ปรากฏว่า จำนวนลูกค้ายังลดลงสุทธิ 354,000 เลขหมายในกลุ่มลูกค้าในระบบ เติมเงินที่มีการแข่งขันกันสูงอย่างต่อเนื่อง
          โดยที่ฐานลูกค้ารวมบริษัทอยู่ที่ 21.6 ล้านเลขหมาย ลดลง 2 แสนเลขหมายจากไตรมาสก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน รวมทั้งบริษัทยังมีการรับรู้ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นมาจากค่าใช้จ่ายบริการข้ามโครงข่ายที่จ่ายให้กับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สำหรับคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์
          ดังนั้นจึงส่งผลทำให้ในงวดไตรมาส 2 ปี 2561 ดีแทค มีกำไร 179 ล้านบาท ลดลง 75.87% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่มีกำไรในรอบ 6 เดือนที่ 1,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.75% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเปิดตัว"ดีแทค เทอร์โบ"ในช่วงเดือนมิ.ย.
          บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซียไซรัสมองว่านักลงทุนต้องรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากประเด็น ความไม่แน่นอนในการเข้าร่วมประมูล ความเสี่ยง การไม่ได้คลื่นความถี่ใหม่ ภายหลังหมดสัมปทานปี 2561 และจำนวนลูกค้าที่ยังลดลงต่อเนื่องทำให้การเติบโตของรายได้ไม่ยั่งยืน
          ภายใต้สมมติฐานปัจจุบันยังคาดว่า ดีแทคจะเข้าประมูลคลื่น 900เมกะเฮิรตซ์ แต่การจ่ายปันผลระหว่างกาล 1.01 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราจ่ายปันผลสูงถึง 2.7% ซึ่งมากผิดปกติและสร้างความประหลาดใจ รวมทั้งผู้บริหารที่กล่าวว่า การลดราคาประมูลลง 2,000 ล้านบาท อาจไม่ครอบคลุมงบประมาณทำระบบป้องกันคลื่นรบกวน ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าโอกาสที่ ดีแทคจะไม่เข้าประมูลคลื่นความถี่ในรอบนี้ มีสูงขึ้น