ถอดรหัสไทยลุย"5จี"ช้าไปหรือไม่

ปัจจุบันหลายประเทศ ได้ริเริ่มวางรากฐาน "เทคโนโลยี 5G" กันแล้ว โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, จีน และสหรัฐอเมริกาที่มีความพร้อมและมีแนวโน้มว่าจะเปิดให้บริการ 5G ได้ในเร็ววันนี้ ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ กรรมการและเลขาธิการ สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดโอกาสให้ "มติชน" ได้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยี 5G ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคตอันใกล้นี้
          ความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมรับ 5G?
          ขณะนี้ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ได้เห็นชอบหลักการของแนวทางการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยี 5G รวมทั้งการร่วมใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม เพื่อเร่งรัดการพัฒนา 5G ตลอดจนเพิ่มความครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ และเข้าถึงของประชาชนได้มากขึ้น รวมทั้งหลักการของการทดลองภาคสนามในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ทซิตี้) ด้านสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีการดำเนินการจัดตั้งคณะทำงาน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของคลื่นความถี่ในการรองรับการใช้งาน 5G ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิค ดังนั้น จึงถือได้ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีการเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะมีการให้บริการ 5G ที่เหมาะสม ส่วนตัวคิดว่าการเตรียมความพร้อมยังไม่ล่าช้า
          ขณะที่ปัจจุบันการพัฒนาด้านเทคโนโลยีในเรื่องนี้ ยังไม่เรียบร้อย รวมทั้งการกำหนดมาตรฐานทั้งหมด และการกำหนดคลื่นความถี่ให้เป็นไปตามหลักของไอทียูก็ยังไม่เสร็จสิ้น ที่ผ่านมาเป็นไปในลักษณะของผู้ผลิตพยายามนำเสนอเทคโนโลยีของตนเองเพื่อนำมาใช้ ประเทศไทยจึงไม่ล่าช้า
          ประชาชนเกิดการรับรู้ เรื่อง 5G มากน้อยแค่ไหน?
          ประชาชนยังไม่ค่อยรับรู้เรื่อง 5G มากนัก คงเพราะประเทศไทยเพิ่งเปิดบริการระบบ 4G ไม่กี่ปี และในความเป็นจริง ด้านคุณภาพหรือการใช้บริการ ยังไม่ได้ใช้งานตรงจากระบบ 4G ได้เต็มที่ทั้งหมด กสทช.เปิดประมูลคลื่นความถี่ครั้งก่อน ปัจจุบันก็ยังไม่ได้นำคลื่นความถี่นั้นไปใช้ครบถ้วน เนื่องจากคลื่นความถี่ยังพออยู่ คงต้องดูว่าตลาดมีความพร้อมรับบริการใหม่ๆ จากเทคโนโลยี 5G นี้ มากน้อยแค่ไหน แต่ในแง่ของการ
          สร้างนวัตกรรม หากมีเทคโนโลยี 5G เข้ามา จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการบริการรูปแบบใหม่ จึงเป็นเรื่องจำเป็นจะต้องส่งเสริมให้เกิด
          ประโยชน์ของ 5G?
          ในแง่ของเทคโนโลยี 5G นั้น จะทำให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงขึ้น จากเดิมอย่างมากประมาณ 100 เมกะบิตเพอร์เซค ต่อไปจะเป็น 1 กิกะบิตเพอร์เซค หรือเท่ากับ 1,000 เมกะบิตเพอร์เซค ความเร็วสูงสุดอาจจะได้ถึงประมาณ 10 กิกะบิตเพอร์เซค อีกด้วย แต่ในปกติความเร็วก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 กิกะบิตเพอร์เซค
          จะส่งผลให้การใช้งานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น อาทิ ต่อไปผู้ใช้งานจะสามารถถ่ายวิดีโอขนาด 360 องศา และส่งเป็นวิดีโอสตรีมมิ่ง ให้ผู้ชมได้รับชมภาพเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น ในลักษณะเช่นเดียวกันกับเทคโนโลยี เวอร์ชวล เรียลิตี้ (Virtual reality) หรือ VR และ อักเมนต์ เรียลิตี้ (Augmented reality) หรือ AR อีกทั้ง ผู้ใช้งานจะรับส่งข้อมูลวิดีโอที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น
          ประโยชน์ด้านความเร็วเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่งหรืออินเตอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) มีอุปกรณ์จำพวกระบบเซ็นเซอร์ สามารถติดตามห้องต่างๆ เพื่อวัดอุณหภูมิและความชื้นของอากาศ ทั้งนี้ ระบบเซ็นเซอร์ จะสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของรถยนต์ หรือสิ่งต่างๆ ได้ เชื่อว่าอุปกรณ์ด้านไอโอทีจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นในปริมาณมหาศาล เทคโนโลยี 5G จะสามารถรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ได้
          5G มีความล่าช้าในการส่งข้อมูล หรือที่เรียกว่า ความหน่วง อยู่ในระดับต่ำมาก ถือได้ว่ามีความใกล้เคียงกับเรียลไทม์มากที่สุด สามารถนำไปใช้งาน อาทิ การใช้บังคับรถยนต์ให้เคลื่อนที่โดยอัตโนมัติ หรือกระทั่งการผ่าตัดทางไกล จะมีการพัฒนาให้เกิดหุ่นยนต์ผ่าตัดทางไกล ผู้ใช้งานจะต้องมีความมั่นใจว่า ระหว่างใช้งานอยู่อินเตอร์เน็ตจะไม่หลุด เนื่องจากผู้ป่วยจะได้รับผลกระทบ
          รวมถึงจะมีแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วย ดังนั้น ในอนาคตเราจะมีบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง จะมีอุปกรณ์เซ็นเซอร์ต่างๆ มาติดตั้ง เพื่อเป็นประโยชน์ในเรื่องของ สมาร์ทซิตี้ และเรื่องอื่นๆ เพิ่มขึ้น
          หากรองรับ 5G ในปี 2020 ไม่ทัน จะได้รับผลกระทบอย่างไร?
          ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น คงจะยังไม่กระทบในทันทีเหมือนกับก่อนหน้านี้ กว่าเราจะมีการใช้งานระบบ 3G และ 4G จะค่อยๆ มีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น จากการตรวจสอบจำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยทราบว่า ขณะนี้มีประมาณ 40 ล้านคน ยังไม่ครอบคลุมถึงจำนวนประชากรทั้งหมดที่มี
          อยู่ ราว 65 ล้านคนทั่วประเทศ อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ มียอดผู้ใช้งาน 8 ล้านคน แปลว่ายังมีผู้คนยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์เต็มที่ ระบบ 4G ที่ว่ามีความเร็วไม่มากนัก ปัจจุบันก็ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนทั้งหมด ฉะนั้นการมี 5G ก็ยังไม่ต้องรีบเร่งมาก และยังน่าจะสามารถขับเคลื่อนได้ทันอยู่
          เมื่อระบบ 4G ยังไม่ค่อยมีการใช้งานมากนัก แต่เมื่อมี 5G เข้ามา ก็จะส่งผลให้ระบบ 4G มีราคาถูกลง จึงควรกระตุ้นให้ผู้ใช้งานเห็นถึงประโยชน์ และหันมาทดลองบริการใหม่ๆ เนื่องด้วยประโยชน์ของ 5G อาจทำให้เกิดการบริการใหม่ๆ ที่วันนี้ยังคาดไม่ถึง ดังนั้น หากมีแพลตฟอร์มพร้อมรองรับ จึงจะสามารถทำให้เกิดบริการใหม่ๆ ได้อย่างไม่ต้องกลัวตกขบวน หากประเทศแรกๆ จะมี 5G ในปี 2020 อาจจะเป็นญี่ปุ่นหรือเกาหลี และเราจะช้ากว่าอยู่สักประมาณ 1-2 ปี ก็ถือว่าไม่ช้า เพราะการสร้างโครงข่ายจะต้องใช้ระยะเวลา โดยอย่างน้อยอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปีขึ้นไป
          เชิญรับฟังการสัมมนาใหญ่ ตอบโจทย์รัฐบาลมีนโยบายเปิดใช้ 5G หรือการสื่อสารไร้สายยุคที่ 5 อันเป็นชุดเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในปี 2020 หรือ 2563 จะเป็นฐานสำคัญของนโยบายไทยแลนด์ 4.0
          การสัมมนาในหัวข้อ "Technology of the Future The Way Forward for 5G in Thailand." หรือ "ทำอย่างไร ให้ 5G เทคโนโลยีพลิกโลก เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย" จะมีเนื้อหาการอัพเดตสถานการณ์ 5G เปรียบเทียบจากระดับโลก นานาชาติสู่ไทย เส้นทางสู่ 5G ไทย และอุปสรรค คาดหมายผลทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีด้านการสื่อสารไร้สายครั้งสำคัญนี้
          พบกับปาฐกถาพิเศษจาก นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ผู้บริหาร Huawei ผู้บริหาร 3 ค่ายโทรคมนาคม ในการเสวนา 5G In Thailand : Step to Reality หรือ "แจ้งเกิด 5G ไทย จะต้องทำอย่างไร" ผู้ร่วมเสวนา นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาฯ กสทช., ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI, นายสุเทพ เตมานุวัตร์ จาก AIS, นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร จาก DTAC, นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ จาก True ดำเนินรายการโดย ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ กรรมการและเลขาธิการสมาคมโทรคมนาคม
          มีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคมนี้ เวลา 08.00-12.30 น. ณ ห้อง Infinity 1-2 โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ (ซอยรางน้ำ) ขณะนี้เปิดให้ลงทะเบียนทาง QR Code และ www.matichon.co.th

          บรรยายใต้ภาพ 
          สุพจน์ เธียรวุฒิ--จบ--