บิ๊กดาต้ารัฐเคลื่อนช้าหน่วยงานปรับตัวไม่ทัน

ปัจจุบันรัฐบาลได้เร่งผลักดันการใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้า เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาและกำหนดนโยบาย โดยให้ทุกกระทรวงวางแผนดำเนินการพัฒนาระบบบิ๊กดาต้า และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามเรื่องนี้ใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง
          กรุงเทพธุรกิจ นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญของการจัดทำ ฐานข้อมูล (บิ๊กดาต้า) เพื่อใช้พัฒนาประเทศและการทำนโยบาย โดยครึ่งหลังของปีนี้ จะมีการจัดงาน "ไทยแลนด์ บิ๊กดาต้า" โดย มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นเจ้าภาพเพื่อให้ทุกหน่วยงานเห็นความสำคัญ ของการนำบิ๊กดาต้าไปใช้ ซึ่งรัฐมีข้อมูลมากแต่เหลือเพียงนำมาจัดระบบเพื่อใช้ประโยชน์
          ทั้งนี้ ปัจจุบันเอกชนตื่นตัวนำบิ๊กดาต้า ไปใช้ประโยชน์มากทำให้บิ๊กดาต้าเสมือนสินค้า อย่างหนึ่ง เช่น อาลีบาบานิยามตัวเองชัดเจนว่า เขาอยู่ในอุตสาหกรรมข้อมูล (Data industry) ซึ่งภาครัฐเองก็ต้องมีการปรับตัวเอาข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการให้บริการภาครัฐและการทำงานของภาครัฐเช่นกัน  สำหรับข้อสั่งการที่นายกรัฐมนตรีมีการสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ จัดทำบิ๊กดาต้า ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ อยู่ระหว่างการจัดทำ และรายงานความคืบหน้าให้ ครม.รับทราบเป็นระยะ
          นายคมสัน จรูญพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ทุกกระทรวงกำลังวางระบบบิ๊กดาต้า แต่พบปัญหาหลายด้าน คือ 1.ด้านข้อมูล 2.ด้านบุคลากร 3.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน 4.ด้านงบประมาณ 5.ด้านกฎหมาย
          สำหรับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้วางกรอบการดำเนินงาน "บิ๊กดาต้า"มาวางแผนการผลิต ดูแล ช่วยเหลือและคุ้มครองเกษตรกร โดยข้อมูลในบิ๊กดาต้าจะแยกเป็น 4 ด้าน คือ 1.ปัจจัยการผลิตประกอบด้วยข้อมูลน้ำ ระบบชลประทาน การจัดการดิน ภูมิอากาศ ฝนหลวง เขตปฏิรูปที่ดิน และการจัดการภัยพิบัติ
          2.ด้านเกษตรกร ประกอบด้วยข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร 3.ด้านการผลิต ประกอบด้วยข้อมูล พืชแต่ละชนิด ปศุสัตว์ มาตรฐานสินค้าเกษตร 4.การอนุมัติหรืออนุญาต
          นายคมสัน กล่าวว่า ข้อมูลทั้งหมดจะใช้ แพลตฟอร์มเดียวกัน เพื่อกำหนดฐานข้อมูล  รูปแบบการจัดเก็บเพื่อใช้ร่วมกัน ใช้ ID ประชาชนเป็นแกน ใช้ Agri-Map ใช้พิกัด GPS Mapping มาตราส่วนเท่ากัน และ ทำข้อตกลงในการทำงานร่วมกันและพัฒนาคน
          สำหรับ การดำเนินงานบิ๊กดาต้าเพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรในด้านการวางแผนการผลิตจะใช้ Big Data Analytic เพื่อมาทำระบบซัพพลายเชนให้สอดคล้องกับ สถานการณ์และตลาด วิเคราะห์ความต้องการ สินค้าเกษตรด้าน การดูและช่วยเหลือเกษตรกร โดยปัจจุบัน กระทรวงเกษตรฯได้สร้างทีมงานบิ๊กดาต้าขึ้นแล้วและ เชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
          นายณัฐพล รังสิตพล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รักษาราชการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า สศอ.ได้ทำ เครื่องมือชี้วัดเศรษฐกิจ โดยรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการมาประมวลเป็นดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ซึ่งให้ความสำคัญต่อการใช้ประโยชน์จาก "บิ๊กดาต้า" โดยนำเทคโนโลยี Machine Learning มาประมวลข้อมูลเพื่อคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรม โดยเพิ่มตัวแปรทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพเข้าไปในแบบจำลอง รวมถึง นำมาประมวลผลให้ได้ผลการคาดการณ์ ที่แม่นยำและรวดเร็ว เพื่อให้ภาครัฐและ เอกชน ในการออกแบบนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุตสาหกรรมแต่ละช่วง ส่วนผู้ประกอบการควรเตรียมรับมือและปรับตัวการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและข้อมูลที่มีอยู่หลากหลายมาใช้ สร้างโอกาสตามแนวคิด 3I คือ 1.Information technology 2.Idea 3.Information
          นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ ได้ผลักดันเว็บไซต์ไทยเทรด ดอทคอม เป็นเว็บไซต์การค้าออนไลน์ของประเทศ โดยสินค้าขายดี 5 อันดับแรก คือ คือ อาหารและเครื่องดื่ม อะไหล่ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับ และสินค้าเกษตร รวมทั้งได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลของ ไทยเทรดดอทคอม มาใช้คาดการณ์มูลค่าการซื้อขายผ่านออนไลน์ระหว่างประเทศ รวมทั้งนำข้อมูลความต้องการซื้อและ ความต้องการขายมาวิเคราะห์การตลาด และ นำมาใช้ในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยแต่ละอุตสาหกรรม เช่น จัดกิจกรรม ต่างๆ และเป็นศูนย์รวมข้อมูลผู้ประกอบการ และสินค้าไทยที่มีความน่าเชื่อถือและ มีความพร้อมในการส่งออก รวมถึง การวางยุทธศาสตร์ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
          'รัฐ'เร่งคลอดกฎหมาย เข้ม'ข้อมูลส่วนบุคคล'
          กรุงเทพธุรกิจ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ความคืบหน้า พ.ร.บ.ป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.....  ล่าสุดได้ข้อสรุปในการหารือระดับ เจ้าหน้าที่แล้ว ขั้นต่อไปจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายจะกำหนดรายละเอียดของหน้าที่ และ ความรับผิดชอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตั้งแต่เจ้าของข้อมูล, ผู้กำกับข้อมูล และผู้ประมวลผลข้อมูล โดยมีข้อกำหนดถึงความยินยอมที่เจ้าของข้อมูลจะอนุญาตให้นำข้อมูลไปเก็บ, การคุ้มครองข้อมูล, การปรับปรุงข้อมูล และการขอคืนข้อมูล รวมถึงการกำหนดโทษ ทางแพ่งของผู้กระทำความผิด
          ทั้งนี้ จะตั้งกรรมการคุ้มครองข้อมูล และกรรมการที่ปรึกษาเพื่อทำหน้าที่ในการ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยหลักการของ ร่างกฎหมายจะสอดคล้องกับมาตรฐาน การเก็บข้อมูลของประชาชนในกลุ่มประเทศยุโรป อย่าง General Data Protection Regulation (GDPR)
          "ร่างกฎหมายจะมุ่งดูแลข้อมูลที่เกิดขึ้น ในราชอาณาจักรไทย โดยจะมีความสากล สอดคล้องกับหลักการของกฎหมาย ต่างประเทศ คือ มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ที่เท่าเทียมกัน โดยจะให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) หรือ เอตด้า เตรียมการตั้งศูนย์ความรู้คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อถ่ายทอด ความรู้กับประชาชน เบื้องต้นคาดว่าการเสนอ กฎหมายน่าจะผ่านการพิจารณาของสนช. เพื่อมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้"