"ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน"การศึกษาต้องคิดใหม่-ปรับการเรียนรู้

เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ
qualitylife4444@gmail.com 

          กรุงเทพธุรกิจ   จากกระแสดิจิทัลกระจายไปทุกบริบทของสังคม ทำให้ "ดิจิทัล ทรานส์ ฟอร์เมชัน" (Digital Tranformation) มีความสำคัญกับทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และประชาสังคม ภาคธุรกิจสร้างโอกาสเข้าถึงตลาดใหม่ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประชาชนมีช่องทางเชื่อมโยงข้อมูล การสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่นเดียวกับภาคการศึกษาก็นำดิจิทัลมาสู่กระบวนการเรียนการสอนมากขึ้น 

          ในงานเสวนาทางวิชาการ เรื่อง "Digital Tranformation towards Smart Nation" ในโครงการอาศรมความคิด อรุณ สรเทศน์ ณ ลานเกียร์ (เปิดโลกลานเกียร์) ร่วมกับการประชุมวิชาการ ITC-CSCC 2018 จัดโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้หยิบยกประเด็น "ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์ม" ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ หนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ถูกหยิบยกมา ถ่ายทอดมุมมองคือ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน กับเรียนรู้ (Digital Transformation of Learning) เพราะการศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างและพัฒนาคน
           ว่ากันว่า ความเป็นดิจิทัลควรประกอบด้วย สะดวก สบาย ปลอดภัย และมีความสุข เพราะฉะนั้นอย่าให้ดิจิทัลมาเป็นตัวกีดกั้นในการไปสู่เป้าหมายต่างๆ
'Chula Mooc' เรียนรู้ผ่านออนไลน์

          ภัทรชาติ โกมลกิติ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ จุฬาฯ กล่าวว่า จุฬาฯ มีการปรับเปลี่ยนขยายโอกาสในการเรียนรู้  สนับสนุนให้ใช้นวัตกรรมและใช้ดิจิทัล ทั้งต่อตัวนิสิตและบุคคลทั่วไป ตั้งแต่ ก.ย.2560 สร้างการเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัดหรือ Chula Mooc เรียนรู้ออนไลน์ เปิดสอนใน 19 วิชา ปรากฏว่ามีผู้สมัครเรียนกว่า 5 หมื่นคน ทั้งเป็นนิสิตจุฬาฯ และบุคคลภายนอก อายุ ระหว่าง 25-34 ปี จำนวนผู้เรียนเฉลี่ยแต่ละวิชา 1,000-3,500 คน ขณะนี้เรียนจบ 11,142 คน  ขอรับใบประกาศ 9,056 วิชา จากข้อมูล เหล่านี้สะท้อนว่าคนต้องการหาความรู้ เป็นตลาดกลุ่มใหม่ที่น่าสนใจ
           ทั้งนี้ วิชาที่มีผู้เรียนจบมากที่สุด 3 วิชา คือ การทำความเข้าใจงบการเงิน, Critical Thinking for business และ Infographic ส่วนวิชาที่ได้รับความสนใจมากสุดคือการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าทำนายแนวโน้ม Data Science และ Big Data ซึ่งเมื่อเปิดระบบรับสมัครมีผู้สนใจสมัครเรียนเต็มภายใน 5 ชั่วโมง ทำให้ต้องเปิดรับสมัครรอบ 2 โดยวิชานี้มีผู้เรียน 3,500 คน

           "ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชันกับการเรียนรู้ไม่ใช่แค่การเอาเทคโนโลยีมาใช้กับการเรียน แต่ต้องตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต และมีองค์ประกอบอื่นๆ ร่วม แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการปรับความคิดของผู้สอนจะเปลี่ยนหรือไม่ ในเวลาที่โลกปรับเปลี่ยนไป ดังนั้น เรามีเทคโนโลยี อุปกรณ์ หลักสูตรการสอนพร้อมแล้ว แต่ถ้าภาคการศึกษายังไม่เปลี่ยน ออกแบบเหมือนเดิมก็เท่ากับเราพัฒนาคนเพื่อตอบโจทย์ยุคโบราณ ทั้งๆ ที่โลกไปไกลมีเทคโนโลยีใหม่แล้ว ดังนั้น ภาคการศึกษาต้องเปลี่ยน โดยเฉพาะครูต้องปรับเปลี่ยนความคิดและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงด้วย"ภัทรชาติ กล่าว
ปรับความคิด-ระบบการเรียนรู้

          สัญญา เศรษฐพิทยากุล ที่ปรึกษา Asian Institute of Digital and Innovation (AIDI) กล่าวว่า ปัญหาของบ้านเราคือการศึกษาไม่ตอบโจทย์ประเทศชาติและสังคม ยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ขณะที่ในอนาคตมีเรื่องต้องคำนึงถึงดิจิทัลดิสรัปชั่น ระบบเศรษฐกิจ สังคมสูงอายุ และแหล่งเรียนรู้ ซึ่งการปฏิรูปการเรียนรู้ให้เท่าทัน ยุคดิจิทัลนั้น ไม่ใช่เอาดิจิทัลมาใช้ แต่เป็นการเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ให้ทันกับดิจิทัล และแม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนการเรียนรู้และการศึกษามากี่ครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ตัวเองมองว่าไม่ควรเปลี่ยนเพราะเป็นหัวใจสำคัญ มี 2 อ. คือ อ.แรก "เอ๋" หมายถึงความสงสัย ส่วน อ.ที่สอง "อ๋อ" การเรียนรู้/เข้าใจ ซึ่งต้องทำควบคู่กันต้องให้เด็กรู้จักสงสัยตั้งคำถาม เรียนรู้และเข้าใจ
"ถ้าพูดถึงดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชันกับการเรียนรู้ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือระบบการเรียนรู้ ที่ประกอบด้วยจุดมุ่งหมายและผลลัพธ์ รูปแบบวิธีการ สภาพแวดล้อม และข้อมูลป้อนกลับ โดยเฉพาะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เรื่อง การศึกษาจะทำงานเพียงลำพังไม่ได้ ต้องร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในการเดิน ไปสู่จุดหมาย ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต้อง มาจากการทำให้เด็กได้ค้นหาตนเองให้เจอ ได้พัฒนาทักษะ ต้องเน้นการลงมือปฏิบัติจริง เรียนผสมผสานทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์" สัญญา กล่าว
ใช้ดิจิทัลต้องทำงานกับ 3 กลุ่ม

          ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติอาจารย์ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายภาคส่วน เพราะฉะนั้นภาคการศึกษาจะต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งการจะทำให้การใช้ดิจิทัลมีประสิทธิภาพ จะต้องทำงานอย่างหนักกับ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มครู กลุ่มนักเรียน/นักศึกษา และผู้ปกครอง โดยเฉพาะผู้ปกครองมีความสำคัญ มีส่วนผลักดันให้ เด็กเกิดการปรับเปลี่ยนการใช้เทคโนโลยี แต่เรามีผู้ปกครองในหลายกลุ่ม ขณะที่ครูต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ต้องทำให้ครูรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนแปลง 

"เรื่องของฐานข้อมูลมีความสำคัญอย่างมากในภาครัฐบาล ธุรกิจ ผู้ประกอบการมีการใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ แต่ภาคการศึกษาน่าห่วงว่าในห้องเรียน 1 ห้อง ครูไม่ได้ใช้ข้อมูลในการพัฒนาผู้เรียนเท่าใดนัก ตอนนี้ ถึงจะมีเครื่องมือ แพลตฟอร์มต่างๆ มากขึ้น แต่ถ้าต้องการให้ครู 1 คนมาช่วย ในการนำดิจิทัลมาใช้การจัดการศึกษา ได้มีประสิทธิภาพ ควรจะมีระบบที่ช่วยบอกได้เลยว่าเด็กคนนี้มีปัญหาอะไร เด่นด้านใดเพื่อพัฒนาต่อยอดได้ ซึ่งจะทำให้การเก็บข้อมูลเป็นระบบ แต่ปัจจุบันไม่มีระบบแบบนี้ ทำให้การนำดิจิทัลไปใช้กับการศึกษาจึงเป็นลักษณะทำกันเอง บางเรื่อง กว่าจะวิเคราะห์ข้อมูลได้ก็ผ่านไปหลายเดือน ปัญหาก็ไม่ได้รับการแก้ไข ขณะเดียวกัน ครูเองก็ต้องเรียนรู้การใช้ดิจิทัลเพื่อจะขยายผลไปสู่การจัดการเรียนการสอนด้วย" ปราวีณยา กล่าว

"มีผู้สมัครเรียน  5 หมื่น Data Science  และ Big Data  เต็มภายใน 5 ชม."
ภัทรชาติ โกมลฐิติ
"ผลลัพธ์ต้องมาจากทำให้ เด็กได้ค้นหาตนเองให้เจอ  เรียนผสมผสานทั้ง ออนไลน์-ออฟไลน์"
สัญญา เศรษฐพิทยากุล
"ควรจะมีระบบที่ช่วย บอกได้เลยว่าเด็กคนนี้ มีปัญหาอะไร เด่นด้านใด เพื่อพัฒนาต่อยอดได้"
ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ