"ปตท."ปรับแผนลงทุน5ปี ลุยนวัตกรรม-ดิจิทัลเต็มสูบ

กรุงเทพธุรกิจ บิ๊กปตท.ชงบอร์ดอนุมัติ งบลงทุนนวัตกรรม-ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ตามแผนลงทุน 5 ปี รับมือ disruptive technology ยกระดับขีดสามารถแข่งขัน "ชาญศิลป์" โชว์วิชั่นขับเคลื่อนองค์กร ก่อนนั่งเก้าอี้"ซีอีโอ ปตท."ส.ค.นี้ เผย เร่งศึกษาความเป็นไปได้โครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน ยันพร้อมเจรจาพันธมิตร ทุกราย
          ในยุคที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมจำเป็นต้อง ปรับตัวรับมือความเปลี่ยนแปลง เพื่อความอยู่รอดและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน กลุ่มผู้นำอย่างเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ก็เช่นกัน วันนี้กำลังจัดสรรงบประมาณ การลงทุนด้านนวัตกรรมและดิจิทัล
          นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธาน เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Power of Digital  Transformation  วานนี้(12 ก.ค.) ว่า ในช่วงปลายปีนี้ (พ.ย.-ธ.ค.) ปตท.จะเสนอ คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด ปตท.) พิจารณาจัดสรรงบประมาณลงทุนดังกล่าว ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของ ปตท. โดยจะบรรจุอยู่ในแผนลงทุนช่วง 5 ปี  (2562-2566) และจะเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า
          "ที่ผ่านมาเรามีการลงทุนพื้นฐาน ด้าน Datacenter, security การนำ แอพพลิเคชันในบางเรื่องเข้ามาใช้ แต่ยังไม่ได้ Transform แบบ Disruptive มากนัก แต่การจะปรับเปลี่ยนทั้งหมดนั้นจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะต้องใช้เงินลงทุนในระดับหนึ่ง ลงทุนไปแล้ว ก็ต้องมีผลตอบรับที่ดี เม็ดเงินงบประมาณจึงขอรอความชัดเจนช่วงปลายปี"
          "ชาญศิลป์"เตรียมโชว์วิชั่นนำองค์กร
          นอกจากนี้ นายชาญศิลป์เตรียมแสดงวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนองค์กร ปตท. ในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่หรือซีอีโอ ปตท. เป็นวันแรกในวันที่ 31 ส.ค.นี้ โดยจะสานต่องานต่างๆ ตามกลยุทธ์ "PTT 3D" เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธภาพการทำงาน และแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ให้เกิดความต่อเนื่อง และเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน
          ขณะเดียวกันในช่วงเดือน ก.ย.นี้ ปตท.จะติดตามความคืบหน้าโครงการ ที่อยู่ ภายใต้การลงนามความร่วมมือ(เอ็มโอยู)กับหน่วยงานต่างๆ ในการพัฒนาธุรกิจสู่นวัตกรรมและดิจิทัล ทั้งในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซีไอ), เอ็มโอยูร่วมกับ 9 สถาบันการเงิน เพื่อร่วมกันวางแผนและพัฒนานวัตกรรมด้านการเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตามนโยบาย "ไทยแลนด์ 4.0",เอ็มโอยูร่วมกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เพื่อวางแผนพัฒนา ธุรกิจ S-Curve และนวัตกรรมดิจิทัล และเอ็มโอยูด้านพลังงาน" ร่วมกับ การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ก่อนนำไปวางแผนเพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนองค์กรร่วมกันในอนาคตต่อไป
          ผลักดัน"ปตท."ต้นแบบนวัตกรรม
          นายชาญศิลป์ยังกล่าวบนเวทีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ "Journey to Digital  Transformation" ว่า ในยุคดิจิทัลที่ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจนั้น ปตท.จำเป็นต้องปรับวัฒนธรรมองค์กรให้ก้าวสู่ดิจิทัล(Digital Culture) ด้วยการปรับรูปแบบการทำงานให้มีความทันสมัย ตอบสนองต่อกระแสธุรกิจยุคใหม่ยิ่งขึ้น ด้วยการนำแนวคิดและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาพัฒนาองค์กร ผ่าน Internet of Things หรือ IoT และด้านดิจิทัลอาทิ OneDrive, PowerBI, KOOLS Keeper, SkillLane, Chatbot แจ้งซ่อม รวมถึง Workplace by Facebook ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันรูปแบบใหม่ที่เชื่อมต่อพนักงานทุกคนในองค์กร
          โดยจะทำให้ ปตท.เป็นองค์กรต้นแบบแห่งนวัตกรรมผ่านการสื่อสารภายใน องค์กรที่เป็นดิจิทัล ส่งผลให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ วัดผลได้อย่างชัดเจน ตอบโจทย์การทำงานของคนรุ่นใหม่
          เปิดกว้างรับพันธมิตร3สนามบิน
          นายชาญศิลป์ กล่าวถึงความคืบหน้าการเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 ท่าอากาศยานในเขตกรุงเทพฯ และระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา แบบไร้รอยต่อ วงเงินลงทุนราว 1.2 หมื่นล้านบาท ที่มีผู้ร่วมซื้อซองประมูลรวม 31 รายว่า อยู่ระหว่างรออนุมัติจากบอร์ด ปตท. ควบคู่กับการศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะเข้าร่วมประมูล หรือไม่ และจะเข้าร่วมประมูลกับพันธมิตรรายใด รวมถึงรูปแบบการลงทุนจะไปในทิศทางใด
          ในส่วนของพันธมิตรนั้น ปตท.เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ไม่สามารถปิดกั้นรายใดได้ และพร้อมเจรจากับทุกราย ซึ่งยังมีเวลาตัดสินใจ เพื่อนำเสนอข้อมูล ที่ครบถ้วนให้บอร์ด ปตท.พิจารณาจนกว่าจะยื่นซองประมูลในช่วงเดือนพ.ย.นี้
          เบื้องต้นนั้น กลุ่ม ปตท. ได้มอบหมายให้ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด หรือ EnCo ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เข้าซื้อซองประมูลฯแล้ว กลุ่ม ปตท.มองว่าโครงการดังกล่าวเป็นของภาครัฐ และปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจที่พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐ และกลุ่มปตท.มีจุดเด่นทั้งความพร้อมด้านที่ดินในพื้นที่อีอีซีจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มปตท.มีฐานการลงทุนธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีในพื้นที่ภาคตะวันออกอยู่แล้ว และมีการวางท่อก๊าซฯในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งต้อง มาดูว่าจะนำไปต่อยอดการลงทุนได้อย่างไรและคุ้มค่าหรือไม่
          ส่วนประเด็นที่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งเป็นบริษัทลูกของปตท.ที่ดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้า ไม่ได้เข้าร่วมซื้อซองประมูลฯครั้งนี้ นายชาญศิลป์ระบุว่า เนื่องจาก GPSC ยังมี อีกหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการในขณะนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าเป็นหลัก
          บรรยายใต้ภาพ
          ชาญศิลป์ ตรีนุชกร