SKY เดือนนี้จ่อเคี้ยวงานใหญ่ กำไร-รายได้ ทุบสถิติใหม่

บมจ. สกาย ไอซีที หรือ SKY จดทะเบียน ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2557 ในกระดาน MAI ผู้มีความชำนาญด้านเทคโนโลยีประเภท IT โดยตรง และผลการดำเนินงานยังสามารถเติบโตได้ทุกปี ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ อีกทั้งยังมีสตอรี่การดำเนินธุรกิจที่โดดเด่น โดยเฉพาะการเข้ารับงานในโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่หลายงาน ด้วยความทันสมัยของผลิตภัณฑ์ทุกประเภท จึงทำให้เป็นที่ไว้วางใจต่อลูกค้าทั้งรายใหญ่และเล็ก โดยมีหัวเรือใหญ่ อย่าง "นายสิทธิเดช มัยลาภ" ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นผู้เดินเกมธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ผู้รับเหมาธุรกิจไอซีที
          ทั้งนี้ SKY เป็นผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ครอบคลุมการบริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ดูแลบำรุงรักษาระบบงาน จัดหาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง กับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แบบเบ็ดเสร็จ หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นผู้รับเหมา  ระบบไอซีทีนั่นเอง
          ก.ค.นี้ สรุปประมูลล็อตใหญ่
          ล่าสุด บริษัทอยู่ระว่างรอผลประมูลงาน ประเภทงานสื่อสารภาครัฐ 2 งาน มูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และงานประเภท ICT Securit มูลค่าราว 100-150 ล้านบาท ซึ่งจะสรุปช่วงเดือน พ.ค.นี้ โดยมั่นใจว่าจะสามารถได้รับงาน ด้วยเทคโนโลยีของบริษัทที่มีความล้ำสมัยเป็นอย่างมาก  ถึงแม้ว่าคู่แข่งในการเข้าประมูลจะเป็นผู้ประกอบการต่างประเทศก็ตาม
          โดยงานดังกล่าว คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ ในช่วงครึ่งปีหลังบางส่วน และจะทยอยรับรู้ ในปีหน้าต่อไป
          ย้ำผลงานปีนี้โตระเบิด
          ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจรายได้ปีนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด  ในส่วนของกำไรสุทธิมั่นใจจะทำสถิติสูงสุดใหม่  โดยขณะนี้บริษัทมีงานในมือ (Backlog) อยู่ราว 500 ล้านบาท จะรับรู้ในปีนี้ทั้งหมด ซึ่งบริษัทยังพยายามหางานใหม่เข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลการดำเนินงานออกมาแข็งแกร่งในทุกไตรมาส
          คาดไตรมาส 2/61 กำไร 30 ลบ.
          แหล่งข่าวนักวิเคราะห์ ประเมินว่า กำไรสุทธิ ของ SKY ในช่วงไตรมาส 2/61 จะสามารถทำได้ราว 30 ล้านบาท ตามงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากและรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่นเซอร์วิส หรือ TKC ที่ SKY ถือหุ้น
          กราฟ SKY เคลื่อนไหวเป็นแนวขาลง และสร้าง new low ในรอบปี  แต่ MACD กลับยกระดับขึ้นเป็นครั้งที่สาม ซึ่งเป็นสัญญาณของการใกล้กลับตัวครั้งสำคัญ ดังนั้นราคาบริเวณนี้จึงมีความเสี่ยงต่ำที่จะปรับตัวลง

          บรรยายใต้ภาพ
          นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานกรรมการบริหาร