ลุ้นบ.โทรคมนาคมแห่งชาติทางรอดใหม่"ทีโอที-กสทฯ"

ปานฉัตร สินสุข
          กรุงเทพธุรกิจ
          ความพยายามในการปรับองค์กรรัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมทั้ง 2 องค์กรของไทย อย่างบมจ.กสท โทรคมนาคม และบมจ.ทีโอที มีมาตลอดอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อทำให้ทั้งคู่กลายเป็นองค์กรที่พึ่งพาตัวเองได้ หลังจากที่ไม่ได้เป็นเสือนอนกินเหมือนในอดีตที่ร่ำรวยอยู่บนค่าต๋งสัญญาสัมปทานจากผู้ประกอบการมือถือ
          แนวคิดตั้งบ.โทรคมฯแห่งชาติ
          นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธาน สหภาพกสทฯ เผยภายหลังเข้าร่วมประชุมกับ คณะทำงานพิจารณาแผนรองรับการเปลี่ยน ผ่านของทีโอที กสทฯ บริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ (เอ็นบีเอ็น) และ บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูล อินเทอร์เน็ต จำกัด (เอ็นจีดีซี) ที่มีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) อยู่ในขั้นตอนการหา ข้อสรุปร่วมกันกับ ทีโอที ในการควบรวม กิจการของทั้ง 2 บริษัท เป็นบริษัท เดียว คือ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด แต่ในการประชุมร่วมกัน 2 ครั้ง ที่ผ่านมา  จากจำนวน 5 ครั้งในการประชุม ยังไม่สามารถหาข้อสรุปไปในแนวทางเดียวกันได้
          ดังนั้นวันที่ 18 ก.ค.2561 นี้  สหภาพกสทฯ จึงจะจัดประชุมใหญ่วิสามัญ โดยจะเชิญผู้แทนบอร์ด ประธานคณะทำงาน เข้าร่วมประชุมชี้แจง ประเด็นรายละเอียด แนวทางการแก้ไขปัญหาของกสทฯกับทีโอที ที่ต้องเสนอกระทรวงดีอีพิจารณาก่อนนำเสนอ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและ คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.)  ต่อไป หากเรื่อง ดังกล่าวสามารถทำได้ ก็สามารถนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อแก้ปัญหา 2 รัฐวิสาหกิจแทนการตั้ง 2 บริษัทลูกขึ้นมา
          ชำแหละผังบริหารงานสั้น-ยาว
          ทั้งนี้ แนวทางที่ยุบรวมทีโอทีและ กสทฯให้เหลือบริษัทเดียว คือบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัดดังกล่าว  คงเพื่อ ให้มีหน่วยงานของรัฐ ในกิจการสื่อสารโทรคมนาคม เพียงหน่วยงานเดียวให้มีความมั่นคงเกิดประโยชน์ในหลายๆด้าน เช่น ลดการลงทุนซ้ำซ้อน ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ใช้ประโยชน์ และเพิ่มประสิทธิภาพจากทรัพย์สินที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์ ไม่แข่งขันกันเองระหว่างหน่วยงานรัฐในการดำเนินธุรกิจชนิดเดียวกัน  ตอบสนองนโยบายรัฐ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและความมั่นคง ของประเทศ
          สำหรับแผนงานการจัดตั้ง บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ในปี 2561 หลังจากควบรวมแล้วเสร็จเป็นนิติบุคคลเดียว โดยระยะแรกอาจให้ 2 องค์กรเป็นบียู แบบเบ็ดเสร็จภายใต้บริษัทใหม่ และมีการจัดตั้งคณะกรรมการควบรวมเพื่อดำเนินการศึกษาใน 4 ประเด็นประกอบด้วย กฎหมายและคดีความ การเงินและแผนธุรกิจ โครงสร้างและบุคลากร และกระบวนการเปลี่ยนผ่าน
          จากนั้นในระยะเวลา 3 ปี 2562-2564 จะผนึกทรัพยากรด้านต่างๆ และปรับกระบวนการไปพร้อมกับการจัดตั้งบียู และ/หรือ บริษัทลูกตามความเหมาะสมโดยอาจเริ่มจากธุรกิจที่มีขอบเขตชัดเจน เช่น จัดตั้ง กลุ่มธุรกิจด้านสื่อสารไร้สาย (โมบาย) ไปพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน พัฒนาคุณภาพในการปรับปรุงการทำงานต่างๆ  และในแผนระยะยาวคือ
          ปี 2565 เป็นต้นไป บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติจะดำเนินธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ แบ่งเป็น 4 สายธุรกิจ คือ โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจต่างประเทศ ไอดีซี และ คลาวด์ บรอดแบนด์เซอร์วิส และ โมบาย เซอร์วิส
          โยนฝ่ายบริหารเลือกทางออก
          สหภาพฯกสท ระบุว่า ขณะที่คณะทำงานที่กระทรวงดีอีที่จัดตั้งขึ้น เพื่อพิจารณาแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านของทีโอทีและกสทฯ และอีก 2 บริษัท แม้การประชุมครั้งล่าสุดจะเห็นด้วยกับการควบรวมดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป เช่น ระยะ เวลาการควบรวม ที่ยังมีความเห็นแตกต่างกัน  ระหว่างผู้บริหารของ 2 องค์กร
          ดังนั้น นางสาวอัจฉรินทร์ ปลัดกระทรวงดีอี จึงเสนอให้ไปหรือร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหาร และบอร์ด รวมทั้งหารือกับตัวแทนสหภาพฯ ของ 2 องค์กรด้วย เพื่อให้ได้ข้อสรุปเดียวกันทุกประการ แต่หากทั้ง 2 องค์กรยังไม่สามารถตกลงกันได้  ก็อาจจะต้องกลับไปใช้แนวทางตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดิมของเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2560 คือกลับมาสู่จุดเริ่มต้นในการแตก 2 บริษัท คือ เอ็นบีเอ็น และเอ็นจีดีซี
          ดังนั้น แนวทางรอด 2 รัฐวิสาหกิจ ด้วยการควบรวม 2 บริษัท เป็นบริษัทเดียวกัน เป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จะดีกว่าการแตกบริษัทลูกเป็นเอ็นบีเอ็น -เอ็นจีดีซี ที่อาจจะดูแล้วลดการลงทุน ซ้ำซ้อน ไม่ต้องแข่งขันกันเองนั้น จนถึงวันนี้ ยังเป็นแนวทางของกสทฯ ฝ่ายเดียว แต่ทีโอทียังไม่เห็นด้วย จึงต้องมาลุ้นกันว่าการประชุมหาข้อสรุปร่วมกัน 18 ก.ค.นี้ ก่อนเสนอกคณะทำงานดีอีและเข้าคนร.เพื่อเสนอครม.อีกครั้งหนึ่ง จะกำหนดทิศทางของตำนานรัฐวิสาหกิจไทยไปทางนั้น เป็นสิ่งที่ต้องจับตา
          "แผนควบรวมทีโอทีและกสทฯเป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด ยังไม่สามารถหาข้อสรุปไปในแนวทางเดียวกันได้" สังวรณ์ พุ่มเทียน