31บริษัทชิงไฮสปีดอีอีซี เชื่อม3สนามบินลุ้น"ดีอี"ลุยทำ5จีเปิดแฟลตดินแดง

บิ๊กตู่'ปลื้มเปิดแฟลตดินแดง 15 ก.ค.ทยอยย้ายเข้าล็อตแรก
          'บิ๊กตู่'เปิดแฟลตดินแดงใหม่
          เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่แฟลตดินแดง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารและส่งมอบกุญแจห้องพักอาศัยโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง (รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม) ระยะที่ 1 แปลง G หัวมุมถนนวิภาวดีรังสิตตัดกับถนนดินแดง
          โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมงาน
          นายกฯกล่าวว่า มาร่วมแสดงความยินดีการก่อสร้างแฟลตดินแดงใหม่โครงการแรก หลังจากที่มีปัญหาติดค้างมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยได้รับความร่วมมือจากประชาชน ข้าราชการ จนสามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ รัฐบาลไม่สามารถทำได้เพียงลำพังต้องขอความร่วมมือจากทุกคน พยายามทำให้เกิดความเท่าเทียมในเรื่องที่อยู่อาศัย เมื่อโครงการเกิดขึ้นแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามาดูแล เช่น การบริหารจัดการขยะ บริหารการอยู่อาศัย ที่สำคัญห้ามเป็นแหล่งซ่องสุมยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ดังนั้นจึงต้องมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล และคณะกรรมการบริหารแฟลตจะต้องมาช่วยดู หลังจากนี้จะมีโครงการที่ 2-4 ต่อไปอีก 6 ปี โดยทุกรัฐบาลจะต้องทำเรื่องที่อยู่อาศัยให้ประชาชน ตามยุทธศาสตร์ชาติ
          ชาวบ้านชื่นชมผลงานรัฐบาล
          พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า โครงการระยะที่ 1 ได้ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2559 มาก่อสร้างเสร็จในปี 2561 ซึ่งในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ จะเริ่มทยอยให้ผู้เช่าแฟลตดินแดงเดิมที่อาศัยอาคารแฟลตที่ 18-22 เข้ามาอยู่จนครบ 334 หน่วย ทั้งนี้ การอยู่อาศัยจะมีคณะกรรมการ รวมถึงกำหนดกติกาการอยู่อาศัยร่วมกัน เพื่อให้ร่วมมือร่วมใจกัน โดยช่วงแรกจะมีการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เป็นพี่เลี้ยงจนกว่าจะสามารถบริหารจัดการเองได้
          น.ส.ศุทรนุช บุ้งทอง อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะผู้อยู่อาศัยแฟลตดินแดง 22 กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก ที่ผ่านมาติดตามโครงการมาตลอด คอยลุ้นว่าจะก่อสร้างเสร็จไหม ต้องชื่นชมและยกให้เป็นผลงานของรัฐบาลนี้ที่ทำได้สำเร็จ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าโครงการค้างคามาหลายรัฐบาลแล้ว ทั้งนี้ ยังไม่ได้ขึ้นไปชมห้องตัวอย่าง ได้เห็นแต่ภายนอกซึ่งโดยรวมถือว่าสวยงามมาก น่าอยู่ รับได้กับค่าเช่าใหม่ที่ต้องมีค่าส่วนกลาง และภาษีโรงรือน จากเดิมที่จ่ายค่าเช่า 800 กว่าบาทต่อเดือน
          ชงบอร์ดไฟเขียวเอกชนลุยเฟส3-4
          นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวว่า แผนพัฒนาเคหะชุมชนดินแดงระยะที่ 2, 3, 4 (รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม) จำนวน 6,212 ยูนิต กคช.ได้ออกแบบโครงการและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผล กระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โดยในระยะที่ 2 รอเสนอเข้าคณะรัฐมตรี (ครม.) คาดว่าจะอยู่ในกรอบเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ น่าจะดำเนินการได้ สอดคล้องกับการย้ายผู้อยู่อาศัยในระยะที่ 1 เข้าในแปลง G เรียบร้อย หลังจากนั้นจะเริ่มดำเนินการรื้อตึกเพื่อสร้างอาคารที่พักอาศัยจำนวน 2 อาคาร รวม 1,232 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้จากกระทรวงการคลัง
          นายธัชพลกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในระยะ 3 และระยะ 4 นั้น จะเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและเอกชน (Public Private Partnership หรือ PPP) จะมีการเสนอแผนให้คณะกรรมการ (บอร์ด) กคช.พิจารณาใน วันที่ 10 กรกฎาคม เนื่องจากเป็นระยะที่มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 10 อาคาร และ 23 อาคารตามลำดับ ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยเดิมบ้าง คิดเป็นสัดส่วนผู้อยู่อาศัยใหม่ต่อผู้อยู่เดิม 2 ต่อ 1 รวมทั้งโครงการ (ระยะที่ 1-ระยะที่ 4) 36 อาคาร จำนวน 20,292 ยูนิต ตามแผนต้องแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2568
          "รูปแบบของระยะ 3 และ 4 จะเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกได้เช่า โดยเป็นการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน ราคากำหนดไม่ได้ เนื่องจากต้นทุนยังไม่ชัดเจนว่าราคาตลาดช่วง 4-5 ปีข้างหน้า จะเป็นอย่างไร แต่ราคาที่จะกำหนดจะต่างกัน เพื่อ มาอุดหนุนโครงการในระยะที่ 1 และ 2 อย่างไรก็ตาม หากนำ 36 อาคารมาทำเรื่องแพคเกจ การเงิน หรือจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust : REIT) จะช่วยให้คืนทุนเร็ว การรอเอกชนจ่ายอย่าง เดียวไม่พอ ระยะเวลาคืนทุนของเฟสที่ 3 และ 4 ประมาณ 10 ปี ซึ่ง กคช.จะทำหน้าที่บริหารและจ่ายปันผลให้กับกองทรัสต์" นายธัชพลกล่าว
          รถไฟ-ท่องเที่ยวขานรับ'สมคิด'
          นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อยากให้เกิดการเชื่อมโยงโครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อกระจายไปยังการพัฒนาเมืองหลัก ในภูมิภาค เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น ด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานทางราง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจทั้งในจังหวัดหลักและกระจายไปสู่จังหวัดภูมิภาคด้วย
          นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า รฟท. อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและวางแผนว่าจะสามารถเชื่อมต่อด้านระบบรางไปยังภูมิภาคอย่างไรบ้าง ซึ่งระบบรางจะต้องวางแผนเส้นทางที่เป็นเส้นตรง อย่างไรก็ดี หากมีการเชื่อมต่อพื้นที่อีซีซีไปยังจังหวัดในภูมิภาคจะผลดีทั้งในด้านการขนส่งสินค้าและด้านการท่องเที่ยว
          นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงมีแผนจะส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดหลักและจังหวัดเมืองรอง โดยด้านดีมานด์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีการทำการตลาดทั้งกับคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยมีการจัดแคมเปญและโปรโมชั่นต่างๆ ในส่วนของด้านซัพพลาย ได้มีการส่งเสริมให้เกิดแหล่งการท่องเที่ยวใหม่ๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในท้องถิ่นหรือชุมชนต่างๆ ซึ่งจะเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและชุมชนในภูมิภาคมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนของเอกชนเพื่อรองรับการท่องเที่ยวมากขึ้น โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจนำเที่ยว เป็นต้น โดยพบว่าช่วงที่ผ่านมากิจกรรมการท่องเที่ยวเมืองรองขยายตัว 9% จากปีก่อนๆ ที่ขยายตัวราว 6%
          ชี้ดีอีมีอำนาจลุย5จีในอีอีซีได้เลย
          นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันนอก (สกพอ.) กล่าวถึงการนำเทคโนโลยี 5จี เข้าใช้ในเขตพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ว่า ทราบว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กำลังหาพื้นที่ทดลองวางระบบเทคโนโลยี 5จี โดยเลือกพื้นที่อีอีซี ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการติดต่อสื่อสาร การควบคุมระบบด้วยดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งการมี 5จี จะทำให้ระบบแม่นยำขึ้น และเอื้อต่อการลงทุนของอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่อีอีซี
          นายวีรพงศ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเรื่องการทดลองระบบ 5จี ในพื้นที่อีอีซีนั้นเป็นอำนาจตามกฎหมายของกระทรวงดีอีที่สามารถเลือกพื้นที่ใดก็ได้ในการดำเนินการ จึงไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กอพ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่ง สกพอ.ในฐานะหน่วยงานดูแลพื้นที่อีอีซีก็พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีที่สอดรับการพัฒนาพื้นที่แน่นอน
          ส.อ.ท.หนุนขอเพิ่มพื้นที่วางระบบ
          นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาห กรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในอนาคต เทคโนโลยี 5จี จะเข้ามามีบทบาทต่ออนาคตของ ประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลต้องวางแผนรับมือและนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพในฐานะผู้ตาม โดยเฉพาะการลงทุนวางระบบ 5จี ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา อย่างไรก็ตามภาคเอกชนมองว่า 5จี จะมีทั้งประโยชน์และโทษ ประโยชน์คือ การสร้างความสะดวกสบายในการสื่อสาร ความ รวดเร็วในการทำงานต่างๆ แต่โทษของมันหากใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจทำให้สังคมเกิดความสับสน อาทิ การส่งต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอย่างรวดเร็วในสังคมไทย ดังนั้นต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องให้ความรู้ประชาชน อุปกรณ์รองรับต้องดี
          นายสุพันธุ์กล่าวว่า สำหรับการนำ 5จี มาใช้ใน ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะพื้นที่อีอีซี เห็นด้วยแน่นอน แต่อยากให้เพิ่มพื้นที่อื่นด้วย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯก็ควรเริ่มติดตั้ง 5จี ด้วยเช่นกัน เพราะหากดูจากความต้องการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว เชื่อว่าประชาชนคนเมืองน่าจะมีความต้อง การเพื่อสร้างความสะดวกสบายในชีวิต ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมนั้นมีโอกาสนำ 5จี มาใช้ในระบบ ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ แต่ในภาคการผลิตไม่ได้พึ่งพามากนัก เพราะเน้นการผลิตสินค้าเป็น หลัก ส่วนความต้องการของประชาชนที่เป็นเมือง ใหม่ในอีอีซีนั้น เชื่อว่าจะใช้เวลาอีกพอสมควรจึงจะเป็นสังคมอีอีซีหรือเมืองใหม่เต็มรูปแบบ
          เปิดรับซองประมูลคลื่น1800หงอย
          ที่อาคารอำนวยการ สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้เปิดให้เอกชนรับเอกสารคำขอเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ เป็นครั้งที่สอง หลังจากครั้งก่อนไม่มีเอกชนมาขอรับเอกสารแต่อย่างใด และครั้งนี้ได้เปิดรับเอกสารคำขอเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ด้วย แต่บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ไม่มีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) รายใดเดินทางมาขอรับเอกสารแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีการประสานงานมายัง กสทช.ว่าจะเข้ามารับเอกสารเมื่อใด ซึ่งตามกำหนดของ กสทช.จะเปิดให้เอกชนมารับเอกสารจนถึงวันที่ 7 สิงหาคมนี้
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรม การกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในระหว่างการร่วมประชุมหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมระดับโลก ที่กรุงเจนีวาว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค จะเข้ารับเอกสารเชิญชวนและรับเอกสารคำขอผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดของ กสทช.หลังเสร็จสิ้นการเชิญชวนและรับเอกสารคำขอเข้าร่วมการประมูล จะเป็นขั้นตอนการยื่นคำขอเพื่อเข้าร่วมการประมูลในวันที่ 8 สิงหาคม ตามด้วยการพิจารณาคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมการ ประมูล ในวันที่ 9-13 สิงหาคม ต่อด้วยการประกาศ รายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 15 สิงหาคม และชี้แจงกระบวนการประมูลในวันที่ 16-17 สิงหาคม หลังจากนั้นการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์จะเคาะราคาในวันที่ 18 สิงหาคม และการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์จะเคาะราคาในวันที่ 19 สิงหาคมนี้
          ปิดขายซองไฮสปีดแห่ซื้อ31ราย
          รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่า วันเดียวกันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของการขายเอกสารการคัดเลือกเอกชนโครง การรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา รวม 3 สัปดาห์ มีเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศสนใจเข้าซื้อเอกสารรวม 31 ราย ดังนี้ 1.บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ 2.บมจ.เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง 3.บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ 4.บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น 5.บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (ประเทศไทย) 6.ITOCHU Corporation (ประเทศญี่ปุ่น)
          7.ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด (ประเทศจีน) 8.บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น 9.บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ 10.บริษัท ฟูจิตะ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) 11.China Railway Construction Corporation Limited (สาธารณรัฐประชาชนจีน) 12.บมจ.ช.การช่าง 13.บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง 14.บมจ.ทีพีไอ โพลีน 15.CHINA RAILWAY GROUP LIMITED (สาธารณรัฐประชาชนจีน) 16.China Communications Construction Company Limited (สาธารณรัฐประชาชนจีน) 17.China Resources (Holdings) Company Limited (สาธารณรัฐประชาชนจีน) 18.CITIC Group Corporation (สาธารณรัฐประชาชนจีน)
          19.Korea-Thai High-speed Railroad Consortium Inc. (ประเทศไทย) 20.บริษัท เทอดดำริ จำกัด (ประเทศไทย) 21.Salini Impregio S.p.A. (ประเทศอิตาลี) 22.บริษัท ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด 23.TRANSDEV GROUP (ประเทศฝรั่งเศส) 24.SNCF INTERNATIONAL (ประเทศฝรั่งเศส) 25.Japan Overseas Infrastructure Investment Corporation for Transport & Urban Development (ประเทศญี่ปุ่น) 26.บมจ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง 27.บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา 28.บจก.แอล เอ็ม ที สโตน (ประเทศไทย) 29.WANNASSER INTERNATIONAL GREEN HUB BERHAD (ประเทศมาเลเซีย) 30.บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด (สาธารณรัฐประชาชนจีน) และ 31.MRCB Builders SDN. BHD. (ประเทศมาเลเซีย)
          เผยขั้นตอนก่อนประมูลไฮสปีด
          รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากการขายเอกสารเสร็จสิ้นแล้วจะจัดให้มีการประชุมชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจ จำนวน 2 ครั้ง ในวันที่ 23 กรกฎาคม ที่สโมสรรถไฟชั้น 2 รฟท. เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ หลังจากนั้นจะพาไปดูสถานที่ก่อสร้างของโครงการในวันที่ 24 กรกฎาคม และวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 โดยเข้าดูพื้นที่ของโครงการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ มักกะสัน สถานีสุวรรณภูมิ และสถานีรายทาง, โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต สถานีกลางบางซื่อ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และเขตทางรถไฟปัจจุบันตลอดแนวเส้นทางโครงการ จากสถานีดอนเมืองไปตามเส้นทางรถไฟสายตะวันออก สิ้นสุดที่บริเวณสถานีบ้านฉาง ทั้งนี้จะเปิดให้มีการส่งข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ หรือคำถามเกี่ยวกับเอกสารการคัดเลือกเอกชน และให้มีการตรวจสอบข้อมูลหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ระหว่างวันที่ 10 กรกฎาคม-9 ตุลาคมนี้ ที่ห้องประชุมฝ่ายโครงการพิเศษและก่องสร้างการรถไฟฯ และกำหนดรับซองข้อเสนอวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นหลักประกันซองพร้อมกับซองข้อเสนอมูลค่า 2,000 ล้านบาท และต้องชำระค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอให้แก่ รฟท.เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท และผู้ที่ยื่นเสนอผ่านการประเมินข้อเสนอจะต้องวางหลักประกันสัญญาที่ออกโดยธนาคารให้กับ รฟท.ในวันที่เข้าทำสัญญาร่วมทุนเป็นมูลค่า 4,500 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาร่วมลงทุนของเอกชนคู่สัญญา