ทีโอที รีดีไซน์ "เน็ตชายขอบ"ลดความซ้ำซ้อน ประหยัดงบกว่า 280 ล้านบาท

ทีโอที ออกแบบจุดติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบใหม่ จาก 445 จุด เหลือ 295 จุด ลดความซ้ำซ้อนพื้นที่ติดตั้ง ประหยัดงบประมาณกว่า 280 ล้านบาท
          นาวาอากาศเอก สมศักดิ" ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และประธานกรรมการบริหาร บมจ.ทีโอทีจำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หมู่บ้านในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) ของสำนักงาน กสทช. วงเงินรวม 6,486,399,926 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ประกอบด้วย สัญญากลุ่มที่ 1 ภาคเหนือ 1.การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) สัญญากลุ่มที่ 2 ภาคเหนือ 2.การจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) และสัญญากลุ่มที่ 3.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Inter net Service)
          ทั้งนี้โครงการดังกล่าว มีระยะเวลาสัญญา 6 ปี โดย ทีโอที ได้ดำเนินโครงการฯ ตาม TOR ที่มิให้การลงทุนโครงข่ายเน็ตชายขอบเกิดความซ้ำซ้อนกับโครงการเน็ตประชารัฐ และรวมถึงโอเปอเรเตอร์ที่ชนะการประกวดราคา จะต้องทำการสำรวจสภาพพื้นที่และจุดติดตั้งก่อนดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ พร้อมเสนอให้ กสทช.พิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนก่อนดำเนินการตามหลักสถาปัตยกรรมและภูมิประเทศ
          อย่างไรก็ตาม โครงการเน็ตชายขอบได้มีการออกแบบ/กำหนดจุดติดตั้งก่อนที่ โครงการเน็ตประชารัฐ ซึ่ง ทีโอที ได้ดำเนินการแทนกระทรวงดิจิทัลฯ จะแล้วเสร็จ ดังนั้น ทีโอที จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ช่างซึ่งมีความชำนาญในพื้นที่และมีเชี่ยวชาญในการติดตั้งโครงการเน็ตประชารัฐ เข้าสำรวจสภาพพื้นที่และจุดติดตั้ง ซึ่งพบว่าพื้นที่บางส่วนของจุดติดตั้งอุปกรณ์ OLT ตามโครงการเน็ตชายชอบมีความซ้ำซ้อนกับเน็ตประชารัฐ รวมถึงบางพื้นที่มีความไม่เหมาะสมของสถาปัตยกรรมการออกแบบและภูมิประเทศ ทีโอที จึงได้ออกแบบโครงข่ายใหม่และนำเสนอให้ กสทช.พิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2560 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กสทช.
          ด้านนายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการออกแบบโครงข่ายใหม่ดังกล่าว จะทำให้การลงทุนโครงข่ายเน็ตชายขอบไม่มีความซ้ำซ้อนกับโครงข่ายเน็ตประชารัฐ ตามที่ กสทช.ได้กำหนดให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยสามารถลดจำนวน OLT ของโครงการฯ ลงจำนวน 150 จุด จากจำนวน 445 จุด คงเหลือการติดตั้งจำนวน 295 จุด คิดเป็นลดลงร้อยละ 33.7 โดยยังคงให้บริการครอบคลุม ครบทั้ง 2,745 หมู่บ้าน ตามที่ระบุไว้ในสัญญา และมีคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐานที่กำหนด
          รวมถึงทำให้สามารถลดจำนวนอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ เคเบิลใยแก้วนำแสง ค่าติดตั้ง และค่าบำรุงรักษาในระยะยาว ฯลฯ และส่งผลให้ กสทช.สามารถประหยัดงบประมาณโดยลดวงเงินลงทุนในภาพรวมของโครงการฯ กว่า 280 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้เงินลงทุนของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
          นอกจากนี้ ในการดำเนินงานตามโครงการเน็ตชายขอบ ทีโอที ได้ก่อสร้างอาคารศูนย์ USO ต้นแบบที่ ต.หนองสังข์ อ.แก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจะเป็นอาคารต้นแบบในการที่จะดำเนินการอีกจำนวน 390 แห่ง โดย ทีโอที จะสามารถส่งมอบโครงการเน็ตชายขอบได้ตามที่กำหนดทั้ง 3 สัญญา ดังนี้
          -วันที่ 28 ก.ย.60-28 ก.ย.2561 ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ตามโครงการฯ
          -วันที่ 1 ต.ค.2561-30 ก.ย.2566 ดำเนินการให้บริการ Wi-Fi และบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พร้อมการบำรุงรักษาอุปกรณ์ แก้ไขเหตุเสียให้คืนดี
          -วันที่ 1ต.ค.-29 พ.ย.2566 ดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินให้ กสทช.

          บรรยายใต้ภาพ 
          นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และประธานกรรมการบริหาร บมจ.ทีโอที